ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๔๑๒
 
khampan.a
khampan.a
วันที่  14 ก.ค. 2562
หมายเลข  31032
อ่าน  853

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น 

ขออนุญาตแบ่งปันข้อความธรรม (ปันธรรม)   ที่ได้จากการฟังพระธรรมจากท่านอาจารย์สุจินต์  บริหารวนเขตต์ ในแต่ละครั้ง  รวบรวมเป็นธรรมเตือนใจเพื่อศึกษาและพิจารณาร่วมกัน    เพื่อความเข้าใจธรรม (ปัญญ์ธรรม) ตามความเป็นจริง ซึ่งเป็นข้อความที่สั้นบ้าง ยาวบ้าง  แต่ก็มีอรรถที่สมบูรณ์ พอที่จะเข้าใจได้ควรค่าแก่การพิจารณาอย่างยิ่ง  ดังนี้


ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๔๑๒



~สิ่งที่ควรระลึกถึงบ่อย ๆ คือ  ความตาย  ก่อนตายควรที่จะเป็นอย่างไร?  นี้คือสิ่งที่สำคัญ เตรียมตัวที่จะเป็นคนใหม่หรือยัง จะเป็นคนใหม่ในชาติใหม่ก็มาจากคนนี้แหละ

~เมื่อพูดถึงเรื่องของความตาย ก็ควรที่จะเป็นประโยชน์ เพราะว่าเป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นแน่นอน  ช้าหรือเร็ว  ไม่มีเครื่องหมาย  ไม่มีใครที่จะรู้ได้  เพราะฉะนั้น  ก่อนที่จะจากโลกนี้ไป   จะไปสู่ทางไหน  จะเป็นคนดีหรือเป็นคนเลว ที่ไป  ก็อยู่ที่ขณะนี้

~พรุ่งนี้อาจจะเป็นชาติหน้าก็ได้  เพราะฉะนั้น ก็ไม่ควรประมาทที่จะสะสมความดีและความเข้าใจพระธรรมเพิ่มขึ้นต่อไป

~การเกิดเป็นมนุษย์ ชีวิตจะสั้น จะยาวแค่ไหน ไม่มีใครรู้ได้  แต่เมื่อมีโอกาสได้ฟังพระธรรมสะสมไว้แล้ว  ก็เป็นโอกาสที่จะทำให้เมื่อเกิดต่อไปข้างหน้า  ชาติไหนชาติหนึ่งหรือชาติหน้า  ก็อาจจะมีปัจจัยที่ทำให้ได้ยินได้ฟังอีก  ที่จะสะสมต่อไปอีก

~ไม่มีอะไรติดตามตัวไปได้ มีแต่ชั่ว ดี ที่ติดตามไป และสิ่งที่ดีที่ประเสริฐที่สุด คือ ความเข้าใจถูกเห็นถูก  เพราะสามารถดับสิ่งที่ไม่ดีได้จนหมดสิ้น

~มีเงินทองมากมาย แต่ก็เป็นทุกข์เดือดร้อนได้    จะเอาเงินไปซื้อให้ทุกข์หมดไป ก็ไม่ได้   แต่ถ้าเป็นปัญญาแล้ว จะไม่นำทุกข์มาให้เลยแม้แต่น้อย

~แทนที่เราจะคิดว่า ทำไมคนอื่นไม่เป็นมิตรกับเรา  แล้วทำไมเราไม่เป็นมิตรกับเขาเลยล่ะ  ไม่ต้องแสวงมิตรจากที่ไหน  แต่เราสามารถที่จะเป็นมิตรกับผู้อื่นได้ทันที

~ไม่ว่าจะเป็นคนชนชาติใด กุศลเกิด ก็เป็นกุศล อกุศลเกิด ก็เป็นอกุศล ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่บุคคล ไม่ใช่ตัวตน  แต่เป็นธรรม คือ เป็นสิ่งที่มีจริงๆ 

~คนโกรธ  เป็นผู้เสียหาย  เพราะอกุศลทำร้ายจิต   ก่อนที่จะทำร้ายคนอื่น  ก็ทำร้ายตนเอง ขณะที่ทำร้ายคนอื่น ก็คือ ทำร้ายตนเองด้วยอกุศลของตนเอง และเมื่อถึงคราวที่อกุศลให้ผล  ก็ต้องให้ผลกับตนเองเท่านั้น เพราะเป็นอกุศลของตนเอง ไม่ใช่ของคนอื่น

~เคยโกรธใคร เคยเกลียดใคร  คนนั้นไม่ติดตามเราไปในภพหน้า   แต่ความโกรธของเราติดตามไป  ความเข้าใจพระธรรมเท่านั้น ที่จะเป็นเครื่องอุปการะเกื้อกูลให้ค่อยๆ ขัดเกลาสิ่งที่ไม่ดีออกไปจากจิตได้

~ท่านอาจจะคิดขุ่นเคืองใจ  แล้วก็คิดว่าบุคคลนั้นบุคคลนี้ เป็นผู้ตัดรอนประโยชน์ของท่าน  ด้วยประการใดๆก็ตาม  แต่ถ้าเป็นผู้สะสมกุศล  และมีความตั้งมั่นในการขัดเกลากิเลส จิตของบุคคลนั้น จะสงบตั้งมั่นได้ไม่ยาก และจะเป็นผู้มีจิตเมตตาแม้ในฝ่ายที่เป็นศัตรู อย่างเร็ว

~ถ้าท่านเป็นคนดี  แล้วคนอื่นโกรธ   คนที่โกรธท่านไม่สามารถทำให้ท่านเสื่อมจากคุณ จากศีล ของตัวท่านได้เลย เพราะว่า ยิ่งเขาโกรธ  
ก็ยิ่งเป็นโทษสำหรับเขา 


~ถ้าเป็นมิตรกัน จะไม่หวังร้ายต่อกันเลย  ถ้าโกรธเมื่อไหร่ ไม่เป็นมิตรเมื่อนั้น ถ้าหวังร้ายแม้เพียงเล็กน้อย ก็ไม่ใช่มิตรเมื่อนั้น

~ไม่เมตตาเลย  มีประโยชน์ไหม?  ใจ ขณะนั้นก็เดือดร้อนแล้ว  (เดือดร้อน เพราะอกุศล)

~ชีวิตของแต่ละคน  อะไรนำไป  ปกติ โลภะ (ความติดข้อง) และ อวิชชา (ความไม่รู้)  นำไปในกิจทั้งปวง  แต่เมื่อใดที่ปัญญาเกิด  ปัญญาก็นำไปในกิจทั้งปวง ไม่ว่าจะพูด จะทำ จะคิด ก็เป็นไปในทางที่ดีงาม

~ถ้าไม่มีคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จะเข้าใจถูกต้องได้อย่างไร เพราะฉะนั้น     ยิ่งศึกษายิ่งรู้ความละเอียดว่าต้องศึกษาพระธรรมด้วยความเคารพอย่างยิ่ง  มิฉะนั้น  ถ้าคิดเอาเอง ก็ผิดหมด  จะทำให้พระธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าลบเลือนด้วยความเข้าใจผิด   ด้วยเหตุนั้น จึงต้องศึกษาพระธรรมทีละคำ เพื่อความเข้าใจถูกเห็นถูกตามความเป็นจริง

~ควรที่จะระลึกว่า ความดีที่ทำมาแล้วทั้งหมด ไม่พอ ทำเท่าไหร่ก็ยังไม่พออยู่นั่นเอง  ถ้าเทียบส่วนกับอกุศลจิตที่เกิดขึ้น  ในวันหนึ่ง ความดีที่ได้ทำ เล็กน้อยเหลือเกิน

~แต่ละคน สะสมอัธยาศัยทั้งทางฝ่ายกุศลหรืออกุศลมามากน้อยแค่ไหน ซึ่งควรจะต้องอบรมเจริญขึ้นทางฝ่ายกุศล  "ทำดีเท่าไหร่ ไม่มีวันพอ"   ควรจะเป็นคติประจำใจจริงๆ เพราะว่า อกุศลนั้น มากมายเหลือเกินที่จะต้องละ

~ถ้าเน้นให้ทุกคนเห็นความสำคัญของพระธรรม ซึ่งเป็นแก่น เป็นหลัก ของแต่ละชีวิต  ก็จะทำให้แต่ละชีวิตดำเนินไปในทางที่ถูกต้องขึ้น

~พระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงไว้  สามารถที่จะให้ผู้พิจารณาขัดเกลากิเลสอกุศลธรรมได้อย่างละเอียด  เพราะเหตุว่า ชี้ให้เห็นโทษของตนเองซึ่งยากที่จะเห็นได้  เป็นศาสดาแทนพระองค์ เป็นดุจครูอาจารย์ผู้คอยชี้โทษ เป็นกัลยาณมิตร คือ มิตรแท้ ผู้ที่ชี้ให้เห็นโทษของตนเอง

~ต้องเป็นกุศลทั้งหมด จึงจะเป็นธรรมที่เป็นที่พึ่งได้ เพราะฉะนั้น ก็เป็นผู้ที่ไม่ท้อถอยในการที่จะให้กุศลเกิดขึ้นแทนอกุศล  อกุศลไม่ต้องทำอะไรเลย  เกิดบ่อยๆ เกิดเรื่อยๆ เกิดขึ้นขัดขวางการกระทำกุศลหลายประการ  เพราะฉะนั้น  เวลาที่จะทำกุศลแต่ละครั้ง  จะเห็นได้ว่า จะต้องมีความบากบั่นมั่นคงไม่ทอดธุระในธรรมที่เป็นกุศล

~ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นบรรพชิตหรือคฤหัสถ์ ถ้าเป็นผู้ที่เริ่มรู้จักตัวเอง ก็จะเห็นตัวเองว่า ไม่ดี   ซึ่ง ไม่ดี ในที่นี้  หมายความว่า ไม่ดีเพราะเต็มไปด้วยกิเลส  ถ้าใครยังไม่เห็นกิเลสของตัวเองเลย ผู้นั้นก็จะไม่ขัดเกลากิเลส จะไม่มีแม้แต่จะฟังพระธรรม ไม่ว่าส่วนหนึ่งส่วนใดของพระไตรปิฎก แต่ผู้ที่ศึกษา ไม่ว่าจะเป็นพระวินัยบ้าง พระสูตรบ้าง หรือพระอภิธรรมบ้าง  ก็เพื่อที่จะให้เกิดปัญญารู้จักตนเองตามความเป็นจริง

~ก็มีแต่ผู้ที่ได้ศึกษาพระธรรมเข้าใจพระธรรมเท่านั้น ที่จะช่วยประคับประคองพระพุทธศาสนาให้ดำรงอยู่ต่อไปเท่าที่จะเป็นไปได้

~คนที่พูดความจริง คำจริง เพื่อที่จะให้คนอื่นได้เข้าใจอย่างถูกต้อง คนพูดเป็นผู้ที่หวังดีหรือเปล่า?

~เสียหายอะไรที่จะพูดคำจริง เป็นประโยชน์หรือเปล่าที่จะให้คนที่ไม่รู้ คนที่ไม่ตรง ได้เริ่มพิจารณา ให้รู้ ให้ตรง เพื่อประโยชน์ คือ จากที่เคยเข้าใจผิด เคยหลงผิด เคยทำผิด ก็จะได้รู้ความจริง ว่า "ผิด" แล้วไม่ทำอย่างนั้นอีก


~พระธรรมทั้งหมดเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง   เมื่อมีปัญญาแล้ว กาย วาจา ของเราก็จะดีขึ้น  คนที่เคยพูดคำที่ไม่น่าฟัง   แต่พอเข้าใจในความเป็นเพื่อนและคิด ว่า คนอื่นก็ไม่อยากได้ยินคำอย่างนี้ จะหยุด แม้ว่ากำลังจะกล่าวคำที่ไม่น่าฟัง นี่คือ  ความเมตตา คือ ความเป็นเพื่อน ทุกกรณี ทุกสถานการณ์ เป็นประโยชน์

~เมตตา ความเป็นมิตร ไม่ได้เสียหายอะไรเลยทั้งสิ้น ขณะนั้นจิตใจที่เป็นเพื่อนหวังดีพร้อมที่จะเกื้อกูล  สบายใจไม่เป็นทุกข์เดือดร้อนกับใครเลย  และไม่ได้หวังร้ายกับใครด้วย ทั้งกาย ทั้งวาจา  ถ้าเป็นอย่างนี้กับหนึ่งคน สองคน สามคน สี่คน เพิ่มขึ้น  ความสงบจะมีในโลกไหม ไม่เบียดเบียนกันเลย  เป็นมิตรจริงๆ  เกื้อกูลกันจริงๆ  หวังดีกันจริงๆ  ตรงกับคำที่ว่าเมตตา ค้ำจุนโลก ทำให้โลกดำรงไปได้โดยความสงบ

~ชีวิตที่เหลืออยู่นี้ ควรจะเป็นไปเพื่อการสะสมความดีและฟังพระธรรมให้เข้าใจ.

 

ขอเชิญคลิกอ่านย้อนหลังครั้งที่ผ่านมาได้ที่นี่ครับ


ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๔๑๑

 


...กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์
ที่เคารพยิ่ง
และขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...  



  ความคิดเห็นที่ 1  
 
Nattaya40
Nattaya40
วันที่ 14 ก.ค. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
meenalovechoompoo
meenalovechoompoo
วันที่ 14 ก.ค. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
ธนฤทธิ์
วันที่ 14 ก.ค. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
mammam929
mammam929
วันที่ 14 ก.ค. 2562

กราบอนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
มกร
มกร
วันที่ 15 ก.ค. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
jaturong
วันที่ 15 ก.ค. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
panasda
วันที่ 15 ก.ค. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
peem
วันที่ 15 ก.ค. 2562

กราบขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ