ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๔๑๓
 
khampan.a
khampan.a
วันที่  21 ก.ค. 2562
หมายเลข  31056
อ่าน  624

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น 

ขออนุญาตแบ่งปันข้อความธรรม (ปันธรรม)   ที่ได้จากการฟังพระธรรมจากท่านอาจารย์สุจินต์  บริหารวนเขตต์ ในแต่ละครั้ง  รวบรวมเป็นธรรมเตือนใจเพื่อศึกษาและพิจารณาร่วมกัน    เพื่อความเข้าใจธรรม (ปัญญ์ธรรม) ตามความเป็นจริง ซึ่งเป็นข้อความที่สั้นบ้าง ยาวบ้าง  แต่ก็มีอรรถที่สมบูรณ์ พอที่จะเข้าใจได้ควรค่าแก่การพิจารณาอย่างยิ่ง  ดังนี้


ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๔๑๓



~เมื่อมีความเข้าใจในความเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและในพระธรรมที่พระองค์ทรงแสดง ก็เป็นการเคารพอย่างยิ่ง บูชาพระองค์ยิ่งกว่าด้วยดอกไม้ธูปเทียนเครื่องสักการะใดๆ  เพราะเป็นการบูชาด้วยการฟังคำที่ควรฟังแล้วก็มีความเข้าใจ เพราะฉะนั้น ขณะใดก็ตามที่ฟังพระธรรมแล้วเข้าใจ นั่นคือ การบูชาคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทุกเวลา

~เข้าใจ คือ ปัญญา รู้ว่าอะไรถูก อะไรผิด เพราะฉะนั้น เมื่อรู้แล้ว ก็ทำในสิ่งที่ถูกต้อง ไม่ทำในสิ่งที่ผิด    ปัญญา เป็นสภาพที่เข้าใจถูกเห็นถูก เมื่อเข้าใจว่าอะไรดี ก็นำไปสู่ทางที่ดี เมื่อรู้ว่าอะไรไม่ดี ก็ไม่ไปสู่ทางที่ไม่ดี

~คำพูดที่แสดงถึงความสำคัญตน  ย่อมเกิดจากอกุศลจิตที่ตรงกันข้ามกับสภาพจิตใจที่อ่อนโยน มีเมตตา มีความเป็นเพื่อน  อย่างสิ้นเชิง

~เมื่อมีความเข้าใจอย่างถูกต้องแล้ว ความเข้าใจ ไม่ได้นำทุกข์โทษภัยหรือความโศกเศร้ามาให้เลย  ไม่ว่าขณะใดทั้งสิ้นที่เข้าใจธรรม(เข้าใจสิ่งที่มีจริงตรงตามความเป็นจริง) ปลาบปลื้มยินดีที่ได้เข้าใจ  ผ่องใส พ้นจากความทุกข์

~เสียหายอะไรที่จะพูดคำจริง  เป็นประโยชน์หรือเปล่าที่จะให้คนที่ไม่รู้ คนที่ไม่ตรง  ได้เริ่มพิจารณา ให้รู้ ให้ตรง เพื่อประโยชน์ คือ จากที่เคยเข้าใจผิด เคยหลงผิด เคยทำผิด   ก็จะได้รู้ความจริง ว่า "ผิด" แล้วไม่ทำอย่างนั้นอีก

~ชีวิตทั้งหมดที่เกิดมา ค่า อยู่ที่เข้าใจพระธรรม   เพราะว่า เกิดมามีแต่
โลภะ(ความติดข้อง) โทสะ(ความขุ่นเคืองใจ)และกิเลสต่างๆ เหมือนเกิดมาเพื่อเก็บขยะจริงๆ  อกุศลทั้งหลาย เหมือนขยะ เหมือนเชื้อโรค ก็เก็บไป พอกพูนมากขึ้น  แต่ขณะใดก็ตาม ที่เป็นความเข้าใจถูกความเห็นถูก ขณะนั้น มีค่าที่สุดในชีวิต

~สิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตซึ่งจะติดตามไปได้ที่มีประโยชน์สูงสุด คือ ปัญญา ความเห็นถูก ความเข้าใจถูก เพราะว่า ตั้งแต่เกิดมาอาจจะมีทรัพย์สมบัติ มีรูปสมบัติ มียศ มีบริวาร มีทุกอย่าง แต่ไม่มีปัญญา เพราะฉะนั้น ทรัพย์สมบัติตามไปได้ไหม? รูปสมบัติก็ตามไปไม่ได้ บริวารสมบัติ ทุกอย่างเหล่านั้นก็ตามไปไม่ได้ แต่ปัญญาสามารถที่จะสะสมสืบต่อในจิตที่จะทำให้มีโอกาสได้ยินได้ฟังและก็เกิดความเห็นถูกขึ้นได้

~ไม่ให้อกุศลเกิด ห้ามไม่ได้ แม้แต่เดี๋ยวนี้อกุศลก็ยังเกิดได้ เพราะฉะนั้น พระธรรมเท่านั้น ซึ่งน่าอัศจรรย์ เมื่อมีความเข้าใจที่ถูกต้อง ปัญญาซึ่งเป็นความเห็นถูกที่ถูกต้องก็จะทำให้ไม่หวั่นไหวหรือว่าหวั่นไหวน้อยลง ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น และทำสิ่งที่ถูกต้อง

~กล่าวคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าต่อไป ตลอดไป เพื่อโอกาสของคนที่มีโอกาสจะไตร่ตรองว่าอะไรถูก อะไรผิด อะไรควร อะไรไม่ควร เพราะถ้าไม่รู้ต่อไป ก็ทำสิ่งที่เป็นภัยกับตัวเองและทำลายคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

~คำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทุกคำ  หวังดี เกื้อกูล เป็นประโยชน์ให้คนฟังได้มีความเข้าใจที่ถูกต้อง  เพราะฉะนั้น  กัลยาณมิตรสูงสุด ก็คือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ทุกคำจริง ไม่ได้หวังให้ใครเข้าใจผิด  ทรงแสดงธรรมโดยนัยต่างๆ มากมายหลากหลาย โดยประการทั้งปวง  ที่จะทำให้ค่อยๆเข้าใจขึ้น

~เหตุไม่ดี ต้องนำมาซึ่งผลที่ไม่ดี เพราะฉะนั้น ถ้าเห็นอย่างนี้จริงๆ
มีหรือที่ใครจะทำชั่ว

~ความไม่รู้   สะสมมามากและนานแสนนาน  การที่จะรู้จนสามารถละความไม่รู้ได้จนหมดสิ้นจะนานมากสักแค่ไหน   แต่ก็เป็นสิ่งที่เป็นไปได้   เมื่อมีการฟังพระธรรม สะสมความเข้าใจถูกเห็นถูก

~
จากไม่มีสิ่งที่ติดข้องต้องการ แล้วก็มีขึ้น ติดข้องในสิ่งนั้น  และแล้วสิ่งที่ติดข้องนั้น ก็จากไป หมดไป  เหมือนไม่เคยมี   แต่โลภะความติดข้องต้องการสะสมสืบต่อไป      

~
เรื่องของอกุศลธรรมเป็นสิ่งที่มีมาก และถ้าไม่ทราบจริงๆว่า ตัวท่านมีอกุศลมากเพียงใด   การที่จะละกิเลสย่อมเป็นสิ่งซึ่งเป็นไปไม่ได้ แล้วในวันหนึ่งๆก็มีอกุศลธรรมหลายประการ ซึ่งจะแสดงให้เห็นว่า ท่านเป็นผู้ที่ยังมีอกุศลธรรมที่จะต้องละคลาย ขัดเกลาจนกว่าจะดับสิ้นเป็นสมุจเฉท (ถอนขึ้นได้อย่างเด็ดขาด)

~ข้อสำคัญที่สุด ควรจะเห็นข้าศึกภายใน คือ ความโกรธของตนเอง  แทนที่จะคิดว่า ท่านมีศัตรูหลายคน  หรือว่าอาจจะมีคนที่ไม่ชอบท่าน ทำสิ่งที่ไม่ดีกับท่านหลายคน แต่ตามความเป็นจริงแล้ว    ข้าศึกที่แท้จริงอยู่ภายใน คือ ความโกรธของท่านเอง, กิเลสของตนเอง ไม่ได้อยู่ที่คนอื่น และไม่ใช่คนอื่นนำมาให้


~
อกุศลใหญ่ๆ โตๆ ก็มาจากทีละเล็กทีละน้อยนี่เอง

~หิริ(ความละอายต่อบาป) โอตตัปปะ(ความเกรงกลัวต่อบาป) คุ้มครองจิตและเจตสิก(สภาพธรรมที่เกิดประกอบพร้อมกับจิต) ไม่ให้ตกไปในทางฝ่ายอกุศล


~
ปัญญา สละความเห็นผิดและความไม่รู้   ธรรม เป็น อนัตตา ต้องไม่ลืม ว่า อกุศล มีมาก ดูเหมือนจะละไม่ไหว แต่กำลังของปัญญาที่ค่อยๆ เจริญขึ้น ก็จะค่อยๆขัดเกลาละคลายจนกระทั่งสามารถดับจนหมดสิ้นได้ 

~
ฟัง ไม่รู้เรื่อง เพราะคิดเรื่องอื่น อย่างนี้ไม่ใช่การฟังด้วยดี  หรือ ฟังพระธรรม เพราะอยากได้บุญ นั่นก็ไม่ใช่การฟังด้วยดี   เพราะจุดประสงค์ของการฟังพระธรรม ก็เพื่อความเข้าใจถูกเห็นถูกเท่านั้น อยาก โน่น อยาก นี่ นั่นไม่ใช่เหตุที่จะทำให้เข้าใจความจริง 

~
ความดีเท่านั้นที่จะทำให้ความชั่วน้อยลง ขณะที่กุศลเกิด ย่อมบั่นทอนไม่ให้อกุศลเกิดขึ้น 

~ถูก คือ ถูก ผิด คือ ผิด เปลี่ยนแปลงให้เป็นอย่างอื่นไม่ได้


~
กำลังเสื่อมอยู่ตลอดเวลา ในขณะที่เป็นอกุศล จะข้ามพ้นจากความเสื่อมได้ เมื่อได้รับการรักษาจิต ด้วยความเข้าใจพระธรรม   การฟังพระธรรมให้เข้าใจ เป็นยารักษาจิตที่ไม่สะอาดให้ค่อย ๆ สะอาดขึ้น 

~ถ้ามีจิตอนุเคราะห์ ไม่ว่าเขาจะดีหรือเลว ก็สามารถอนุเคราะห์ได้   เพราะคนเลววันนี้ อาจจะเป็นคนดีในวันหน้า ก็ได้

~ชื่อว่าปัญญาแล้ว ย่อมเข้าใจความจริง ถูกต้อง ตรง ไม่ผิด แม้ในขั้นของการฟัง   

~เห็น เป็น เห็น  จำ เป็น จำ คิด เป็น คิด เป็นธรรม(สิ่งที่มีจริง) แต่ละหนึ่ง

~
๔๕ พรรษา ตลอดระยะเวลาแห่งการประกาศพระศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นคำจริงทั้งนั้น ทำให้ผู้ได้ฟังได้ศึกษามีความเข้าใจถูกเห็นถูกยิ่งขึ้น


~ฟังพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง เพื่อให้รู้ความจริงของสิ่งที่กำลังปรากฏในขณะนี้ตามความเป็นจริง ไม่ใช่ให้ไม่รู้ 

~
ถ้าเป็นเพื่อน ก็ต้องให้สิ่งที่ดีกับเพื่อน สิ่งที่ดีที่สุด คือ ปัญญาความเข้าใจถูกเห็นถูก อกุศล เช่น ความโกรธ ความสำคัญตน ความแข่งดี เป็นต้น เกิดขึ้นเป็นไป นั่น ไม่ใช่เพื่อน และไม่เป็นเพื่อนกับคนอื่นด้วยในขณะนั้น 

~
คนไม่ดี  คนเลว   แล้วเราไปโกรธ คนนั้น   เราก็เลว เหมือนกัน

~
เป็นคนดี  ทำความดี  ไม่ประมาท  และฟังพระธรรมให้เข้าใจ จะทำให้รอดพ้นจากภัยในสังสารวัฏฏ์

~ถ้าไม่เข้าใจก็ไปในทางผิด แต่ถ้ามีความเข้าใจที่ถูกต้องแล้วปัญญานำไปสู่ทางที่ถูกต้อง เพราะฉะนั้น ก็จะเห็นได้ว่าไม่ใช่เราเลย แต่เป็นธรรมทั้งหมด เพราะฉะนั้น เวลาที่ธรรมซึ่งเป็นอวิชชา(ความไม่รู้)และ
โลภะ
(ความติดข้องความต้องการ) เกิดขึ้น ก็นำไปสู่ทางผิดแน่นอน
แต่ถ้าเป็นความเข้าใจที่ถูกต้อง ถึงอย่างไรก็นำไปสู่ในทางที่ถูกต้อง ไม่ไปสู่ทางที่ผิด.

 

ขอเชิญคลิกอ่านย้อนหลังครั้งที่ผ่านมาได้ที่นี่ครับ

 ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๔๑๒

 


...กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์
ที่เคารพยิ่ง
และขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...  



  ความคิดเห็นที่ 1  
 
มกร
มกร
วันที่ 21 ก.ค. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
Chinjang
Chinjang
วันที่ 21 ก.ค. 2562

กราบอนุโมทนาสาธุครับ ขอขอบพระคุณอย่างสูงยิ่งครับ คุณคำปั่น อักษรวิลัย ท่านเป็นกัลยาณมิตร ผู้ประเสริฐครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
swanjariya
วันที่ 21 ก.ค. 2562

กราบเท้าท่านอาจารย์ด้วยความเคารพยิ่ง

กราบอนุโมทนาขอบพระคุณท่านอาจารย์คำปั่น อักษรวิลัย

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
meenalovechoompoo
meenalovechoompoo
วันที่ 21 ก.ค. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
Nattaya40
Nattaya40
วันที่ 21 ก.ค. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
mammam929
mammam929
วันที่ 21 ก.ค. 2562

กราบขอบพระคุณและกราบอนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
nattawan
nattawan
วันที่ 21 ก.ค. 2562

ชีวิตทั้งหมดที่เกิดมา ค่า อยู่ที่เข้าใจพระธรรม   เพราะว่า เกิดมามีแต่
โลภะ(ความติดข้อง)โทสะ(ความขุ่นเคืองใจ)และกิเลสต่างๆ เหมือนเกิดมาเพื่อเก็บขยะจริงๆ  อกุศลทั้งหลาย เหมือนขยะ เหมือนเชื้อโรค ก็เก็บไป พอกพูนมากขึ้น  แต่ขณะใดก็ตาม ที่เป็นความเข้าใจถูกความเห็นถูก ขณะนั้น มีค่าที่สุดในชีวิต

ขอบพระคุณ และอนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
panasda
วันที่ 21 ก.ค. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
jaturong
วันที่ 22 ก.ค. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
kukeart
kukeart
วันที่ 22 ก.ค. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ