ความหมายของอนัตตา - พิจารณาสภาพธรรมที่มีจริงขณะนี้ ตอนที่ 5-11 [สนทนาธรรมกับชาวต่างชาติ]
 
wittawat
วันที่  23 เม.ย. 2562
หมายเลข  30789
อ่าน  344

  ถ้ายังไม่รู้ชัดในนามธรรม ความสงสัยในนามธรรมก็ยังไม่หมดไป ถ้ายังมีความสงสัยอยู่จะรู้แจ้งความจริงได้อย่างไร ประตูเมือง [1] ใดที่เขากำลังระลึก ประตูนั้นที่กล่าวในอรรถกถาหมายถึงขณะก่อนที่โลกุตตรจิตเกิดและประจักษ์แจ้งพระนิพพาน ก่อนที่โลกุตตรจิตเกิด จะต้องมีมหากุศลกามมาวจรจิต เกิดขึ้นก่อน และก็ขึ้นกับปัจจัยว่าสติปัฏฐานประเภทใด (อาจจะเป็นกาย หรือเวทนา หรือจิต หรือธรรม) จะเกิดขึ้นเป็นอารมณ์ของกามาวจรจิตนั้น แต่ไม่ได้หมายความว่าใครจะสามารถเข้าสู่เมือง ซึ่งหมายถึงการประจักษ์แจ้งพระนิพพาน โดยปราศจากการรู้ชัดในลักษณะของรูปขันธ์ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ และวิญญาณขันธ์

   ก่อนที่ใครจะเข้าใจกายว่าเป็นอนัตตา และแม้แต่วิญญาณ (หมายถึง นามธรรม) ว่าเป็นอนัตตา ลักษณะของนามและรูปที่กำลังปรากฏขณะนั้นต้องถูกอาจจะบอกแสดง บัญญัติ แต่งตั้ง เปิดเผย จําแนก กระทําให้ตื้น ตามที่เราได้อ่านในพระสูตร[2] ลักษณะของนามและรูปปรากฏ ณ ขณะนี้ ขณะที่เห็น ได้ยิน ได้กลิ่น ลิ้มรส กระทบสัมผัสทางกาย หรือ คิดนึก ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะสามารถรู้แจ้งความหมายของอนัตตา หรือเข้าใจลักษณะแท้จริงของความจริงทั้งหมดว่าเป็นอนัตตา ถ้าท่านพระอานนท์ยังไม่เป็นพระโสดาบัน ท่านจะยังไม่รู้แจ้งแทงตลอดความจริงว่าเป็นนามธรรม และรูปธรรม ปัญญาในระดับนั้น (ระดับโสดาปัตติมรรค)เท่านั้นที่สามารถถอนความเห็นผิดที่เห็นว่านามและรูปเป็นเรา เป็นบุคคล เป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใดให้ไม่เกิดอีกเลยได้ ถ้าท่านพระอานนท์ยังไม่เป็นพระโสดาบัน ท่านก็ไม่สามารถที่จะแสดงกับท่านพระอุทายีว่า "ผมอาจจะบอกแสดง บัญญัติ แต่งตั้ง เปิดเผย จําแนก กระทําให้ตื้นว่า แม้เพราะเหตุนี้ สิ่งนี้ (กาย และวิญญาณ) เป็นอนัตตา"

  เพราะฉะนั้นลักษณะของนามและรูปจะปรากฏชัดเจนตามระดับของปัญญาที่รู้ชัดในธรรมตามความเป็นจริง ขณะนี้ธรรมทั้งหลายเกิดขึ้นและดับไปอย่างรวดเร็ว ถ้าบุคคลไม่ได้ระลึกรู้ธรรมตามความเป็นจริง ธรรมก็จะไม่ได้ปรากฏกับเขาตามลักษณะที่เป็นอยู่ แม้ว่าเขาจะพูดว่าขณะนี้ก็มีเห็น มีได้ยิน นามธรรมเป็นธาตุที่รู้อารมณ์ ในทางตรงข้ามเมื่อสิ่งที่มีจริงทั้งหลายปรากฏกับเขาตามความเป็นจริง ก็เป็นเครื่องพิสูจน์ชัดว่าเขาก็รู้ลักษณะของธรรมตามความเป็นจริง ท่านพระอานนท์ไม่มีความสงสัยเกี่ยวกับลักษณะของนามและรูป ไม่ว่าจะโดยทวารใดๆ ที่ปรากฏ ถ้าขณะนี้ใครจะคิดว่าควรที่จะอบรมเฉพาะสติปัฏฐานเดียวจากสติปัฏฐานทั้ง 4 เช่น เฉพาะกายานุปัสสนาสติปัฏฐานเท่านั้น หรือว่ารู้เฉพาะความจริงประเภทจากนามธรรมหรือรูปธรรม เขาจะรู้ลักษณะแท้จริงของนามและรูปได้อย่างไร ถ้าจะเข้าใจความจริง ทำไมไม่เข้าใจในขณะที่กำลังเห็น นามธรรมซึ่งรู้สิ่งที่ปรากฏทางตา เป็นธาตุซึ่งเห็น ทำไมไม่เข้าในขณะที่กำลังได้ยิน นามธรรมที่รู้สิ่งที่ปรากฏทางหู เป็นธาตุที่ได้ยิน ทำไมไม่ระลึกรู้ ในขณะที่กำลังคิดนึก ซึ่งเป็นนามประเภทเดียวที่รู้เรื่องราวหรือคำพูด ถ้าเขาจะเข้าใจจริงๆ ว่านามธรรมคืออะไร ต้องสามารถที่จะเข้าใจความจริงโดยความเป็นธาตุที่รู้สิ่งที่ปรากฏ

ข้อความนี้แปลจาก...The Meaning of Anatta - Realize the true nature of realities at this moment

คลิกเพื่ออ่านตอนอื่นๆ ... (หรือสามารถกดที่ tag ได้)

ตอนที่ 1 - ประตูทั้ง 4

ตอนที่ 2 - วิปัสสนาญาน

ตอนที่ 3 - เป็นรูปหรือที่เดิน

ตอนที่ 4 - เป็นอนัตตา(ไม่ใช่ตัวตน)

ตอนที่ 5 - พิจารณาสภาพธรรมที่มีจริงขณะนี้

ตอนที่ 6 - ขึ้นอยู่กับเหตุและปัจจัย

ตอนที่ 7 - ลำดับขั้นของวิปัสสนาญาน

ตอนที่ 8 - การดับวิจิกิจฉาและทิฏฐิ

ตอนที่ 9 - เข้าใจผิดว่าเป็น กลุ่มก้อน

ตอนที่ 10 - แต่ละคนก็อยู่ในโลกของความคิดตนเอง

ตอนท่ี่ 11 - เป็นเพียงเรื่องราวของความคิดนึก

----------------------------

[1] เมือง หมายถึง พระนิพพาน ประตูเมือง หมายถึง โลกุตตรจิต ทิศทั้ง 4 หมายถึง อารมณ์ของสติปัฏฐาน 4 ได้แก่ กาย เวทนา จิต ธรรม ...อ่าน...ทีฆนิกาย มหาวรรค เล่ม ๒ ภาค ๒ หน้า 279)

[2] อุทายีสูตร ในสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค


เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ

หัวข้อแนะนำ