ความหมายของอนัตตา - เป็นอนัตตา(ไม่ใช่ตัวตน) ตอนที่ 4-11 [สนทนาธรรมกับชาวต่างชาติ]
 
wittawat
วันที่  22 เม.ย. 2562
หมายเลข  30787
อ่าน  305

   ถาม: ตามที่เราดูในอรรถกถาปปัญจสูทนี การอุปมาเรื่อง ประตู 4 ทิศที่นำไปสู่ใจกลางเมือง บุคคลเข้าเมือง สามารถเข้าผ่านประตูหนึ่งจากประตูทั้ง 4 เพราะฉะนั้นบางคนเลือกเฉพาะอารมณ์ คือ อบรมเฉพาะกายานุปัสสนาสติปัฏฐาน แต่ไม่ได้อบรมเจริญสติปัฏฐานอื่น

   อ.สุจินต์: เมื่ออ่านอรรถกถา ก็ควรที่จะเข้าใจว่าปัญญาควรรู้เพื่อละความเห็นผิด ซึ่งเข้าใจผิดว่าสิ่งที่มีอยู่จริงเป็นตัวตน (เป็นเรา เป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่ไม่ใช่ธรรม) มีความจริง 2 ประเภท คือ นามธรรม และรูปธรรม ตราบเท่าที่ยังไม่เข้าใจชัดเจนในลักษณะของนามและรูปจะถือเอานามและรูปเป็นตัวตน จากคำกล่าวที่ว่า "เมื่อเดิน เราควรที่จะรู้ว่าเราเดิน" ในความเป็นจริง ไม่ใช่เรา หรือตัวตนที่กำลังเดิน แต่เป็นเพียงรูปธรรม เมื่อสติระลึกลักษณะของรูปธรรมทางกายที่ปรากฏขณะที่กำลังเดิน มีกายานุปัสสนาสติปัฏฐาน (สติที่เกิดขึ้นระลึกรู้ลักษณะของสภาพธรรมที่ปรากฏทางกาย) แต่ก็ไม่สามารถที่จะบังคับสติให้ระลึกตลอดเวลาที่รูปปรากฏผ่านทางกายปสาทรูป สติเป็นอนัตตา สติเกิดขึ้นได้เมื่อมีเหตุปัจจัยก็เกิดขึ้นและระลึกลักษณะหนึ่งของนามธรรม หรือรูปธรรม ซึ่งสติสามารถที่จะระลึกรู้ลักษณะของนามหรือรูปที่เกิดขึ้นปรากฏตามปรกติตามที่ธรรมนั้นเป็น ปัญญาที่ละความเห็นผิด รู้ชัดในลักษณะของนามและรูปตามที่ปรากฏผ่านทางทวารทั้ง 6 (ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ) และพิจารณาธรรมนั้นโดยความไม่ใช่ตัวตน

  เราได้อ่าน... สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เล่ม 4 ภาค 1 อุทายีสูตร หน้าที่ 354

   "สมัยหนึ่ง ท่านพระอานนท์และท่านพระอุทายี อยู่ ณ โฆสิตาราม กรุงโกสัมพี ครั้งนั้น เป็นเวลาเย็น ท่านพระอุทายีออกจากที่พักแล้ว เข้าไปหาท่านพระอานนท์ถึงที่อยู่ ได้ปราศรัยกับท่านพระอานนท์ ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้ว จึงนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง

   ครั้นแล้วได้กล่าวกะท่านพระอานนท์ว่า ท่านพระอานนท์ กายนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสบอก เปิดเผย ประกาศแล้วโดยปริยายต่างๆ ว่า แม้เพราะเหตุนี้กายนี้เป็นอนัตตา(ไม่ใช่ตัวตน) ดังนี้ ฉันใด เหตุนี้กายนี้เป็นอนัตตาดังนี้ ฉันใด แม้วิญญาณนี้ ท่านอาจจะบอก แสดง บัญญัติ ... เปิดเผย จําแนก กระทําให้ตื้น (และชี้แจงโดยละเอียด)ว่าแม้เพราะเหตุนี้ วิญญาณนี้เป็นอนัตตา ฉันนั้นหรือ.

   ท่านพระอานนท์กล่าวว่า ท่านพระอุทายี กายนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสบอก เปิดเผย ประกาศแล้วโดยปริยายต่างๆ ว่า แม้เพราะเหตุนี้ กายนี้เป็นอนัตตา ดังนี้ ฉันใด แม้วิญญาณนี้ ผมอาจจะบอกแสดง บัญญัติ แต่งตั้ง เปิดเผย จําแนก กระทําให้ตื้นว่า แม้เพราะเหตุนี้ วิญญาณนี้เป็นอนัตตา ฉันนั้น. ท่านพระอุทายี จักษุวิญญาณย่อมเกิดขึ้นเพราะอาศัยจักษุและรูปหรือ.

   อุ. อย่างนั้น ท่านผู้มีอายุ

   (อา. เหตุและปัจจัยที่อาศัยจักษุวิญญาณเกิดขึ้น พึงดับไปหมดสิ้นหาส่วนเหลือมิได้ จักษุวิญญาณจะปรากฏบ้างหรือหนอ.

   อุ. ไม่ปรากฏเลย ท่านผู้มีอายุ.) [1]

   อา. แม้โดยปริยายนี้แล จักษุวิญญาณนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสบอก เปิดเผย ประกาศแล้วว่า แม้เพราะเหตุนี้ วิญญาณนี้เป็นอนัตตา ดังนี้ฯฯ...."

(แม้ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย ทางใจ ก็เช่นเดียวกัน)

ข้อความนี้ถูกแปลจาก..The Meaning of Anatta - A being without the self

คลิกเพื่ออ่านตอนอื่นๆ ... (หรือสามารถกดที่ tag ได้)

ตอนที่ 1 - ประตูทั้ง 4

ตอนที่ 2 - วิปัสสนาญาน

ตอนที่ 3 - เป็นรูปหรือที่เดิน

ตอนที่ 4 - เป็นอนัตตา(ไม่ใช่ตัวตน)

ตอนที่ 5 - พิจารณาสภาพธรรมที่มีจริงขณะนี้

ตอนที่ 6 - ขึ้นอยู่กับเหตุและปัจจัย

ตอนที่ 7 - ลำดับขั้นของวิปัสสนาญาน

ตอนที่ 8 - การดับวิจิกิจฉาและทิฏฐิ

ตอนที่ 9 - เข้าใจผิดว่าเป็น กลุ่มก้อน

ตอนที่ 10 - แต่ละคนก็อยู่ในโลกของความคิดตนเอง

ตอนท่ี่ 11 - เป็นเพียงเรื่องราวของความคิดนึก

-------------
[1] ข้อความในวงเล็บ ยกเพิ่มเติมมาจากพระสูตร แต่ไม่ได้มาจากคำแปลภาษาอังกฤษ


เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ

หัวข้อแนะนำ