ถ้าปราศจากบารมีก็ไม่สามารถที่จะถึงฝั่ง [สนทนาธรรมกับชาวต่างชาติ]
 
wittawat
วันที่  13 เม.ย. 2562
หมายเลข  30639
อ่าน  63

นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺสฺส ฯ( ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์นั้น )
 

     บารมีที่จะเจริญขึ้นได้ต้องมีความเข้าใจถูก เห็นถูกในชีวิตประจำวัน แต่ว่าเป็นผู้ที่ประพฤติตามคำสอนหรือไม่ ต้องเป็นบารมีที่อบรมแล้วจนเต็มทุกบารมี หากขาดบารมีใดบารมีหนึ่งก็ไม่สามารถที่จะถึงฝั่ง (คือ พระนิพพาน การดับกิเลส) ได้ ซึ่งบารมีที่ควรอบรมเจริญนั้น ได้แก่

     -ทานบารมี เมื่อไรก็ตามที่มีโอกาสที่การให้ การเกื้อกูลบุคคลอื่นได้เกิดขึ้น ก็ควรที่จะให้ เพื่อเป็นการละคลายความเห็นแก่ตัว

     -ศีลบารมี (กุศลธรรมที่เป็นไปทางกาย ทางวาจา) อบรมเจริญขึ้นได้โดย"ไม่ใช่เราที่จะไม่ทำอกุศล" ควรที่จะเข้าใจว่าศีลนั้นรวมไปถึงการสำรวมในสิ่งที่กำลังปรากฏทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ด้วย

     -เนกขัมมะบารมี (การสละออกจากกาม) คือ การสละออกจากความเป็นเราที่ยึดติดในสิ่งที่น่าปรารถนา น่าพอใจทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ควรที่จะเข้าใจว่ากุศลธรรมทั้งหมด คือเนกขัมมะ (เพราะกุศลธรรมทั้งหมดเป็นธรรมที่สละออกจากอกุศล เพราะขณะที่กุศลเกิดอกุศลไม่เกิด)

     -ปัญญาบารมี ซึ่งประกอบไปด้วยปัญญาแต่ละขั้น ได้แก่ ความเข้าใจจากการฟัง การทบทวนพิจารณา และการรู้ตรงตามความเป็นจริง

     -วิริยะบารมี คือความพากเพียรในกุศลธรรม ซึ่งจะไม่ทำให้กุศลธรรมนั้นเสื่อมลง ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น

     -ขันติบารมี คือความอดทน โดยเฉพาะเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ทุกข์ยาก หรือเมื่อมีบุคคลที่ไม่เห็นด้วย ก็สามารถพิจารณาเหตุการณ์นั้น เสมือนเครื่องทดลองให้เกิดการเจริญขึ้นของขันติบารมี

     -สัจจบารมี เพื่อที่จะพิจารณาความจริงทั้งหมดที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน รวมไปถึงอกุศลที่มีมากในตนด้วย สัจจบารมี คือ การน้อมไปสู่ความจริง เป็นหนทางที่จะนำไปสู่การดับกิเลส

     -อธิษฐานบารมี (ความตั้งใจมั่น) ที่บารมีทั้งหมดจะเจริญขึ้นได้ต้องมีอธิษฐานบารมี จึงจะสามารถรู้แจ้งความจริงได้

     -เมตตาบารมี (ความเป็นมิตร) เป็นผู้ที่คิดถึงความสุขของบุคคลอื่น และยึดถือความสำคัญของตัวเองน้อยลง

     -อุเบกขาบารมี (ความเป็นกลางในโลกธรรม มีการได้ลาภ เสื่อมลาภ ได้ยศ เสื่อมยศ ได้คำสรรเสริญ คำกล่าวร้าย สุข ทุกข์ เป็นต้น) เพื่อที่เมื่อเผชิญกับโลกธรรมโดยไม่หวั่นไหว

     สติปัฏฐาน (สติที่เกิดขึ้นระลึกความจริงที่กำลังปรากฏ) สามารถที่จะเจริญขึ้นพร้อมกับบารมีทั้งหมด ซึ่งเป็นไปเพื่อละความเป็นเราว่า "เป็นเราที่อบรมบารมี" บารมีทั้งหมดเกื้อหนุนให้ความเข้าใจถูกเกิดขึ้น ซึ่งถึงที่สุดคือทำกิจดับสังขารธรรมทั้งหมด (ความจริงที่มีปัจจัยปรุงแต่งจึงเกิด)
เป็นพระมหากรุณาธิคุณของพระผู้มีพระภาคเจ้าที่ผู้ที่ศึกษาสามารถที่จะอบรมเจริญความเห็นถูกได้จากความจริงที่มีในชีวิตประจำวัน สามารถที่จะระลึกศึกษาความจริงที่มีได้ แม้ขณะที่กำลังทำงานที่ทำงาน ทำงานที่บ้าน กำลังสนทนา กำลังนิ่ง กำลังหัวเราะ หรือร้องไห้ ทุกขณะที่กำลังมี สามารถที่จะรู้ได้ตามความเป็นจริง การเข้าใจความจริงแม้เพียงขณะเดียวก็เป็นประโยชน์ เพราะจะเป็นปัจจัยปรุงแต่งให้กุศลธรรม และความเข้าใจถูกเกิดขึ้นได้อีก ถ้ากุศลเกิดขึ้นในขณะนี้ ก็เป็นพระคุณของการเข้าใจคำสอนที่พระพุทธเจ้าทรงแสดง

     ข้อความนี้ถูกแปลจาก..Without perfections we cannot reach the goal;


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
เมตตา
เมตตา
วันที่ 14 เม.ย. 2562 07:57 น.

ชีวิตประจำวัน สามารถที่จะระลึกศึกษาความจริงที่มีได้ แม้ขณะที่กำลังทำงานที่ทำงาน ทำงานที่บ้าน กำลังสนทนา กำลังนิ่ง กำลังหัวเราะ หรือร้องไห้ ทุกขณะที่กำลังมี สามารถที่จะรู้ได้ตามความเป็นจริง การเข้าใจความจริงแม้เพียงขณะเดียวก็เป็นประโยชน์ เพราะจะเป็นปัจจัยปรุงแต่งให้กุศลธรรม และความเข้าใจถูกเกิดขึ้นได้อีก ถ้ากุศลเกิดขึ้นในขณะนี้ ก็เป็นพระคุณของการเข้าใจคำสอนที่พระพุทธเจ้าทรงแสดง

...ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ... 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ