กามคุณ 5
 
lokiya
วันที่  9 ก.พ. 2562
หมายเลข  30461
อ่าน  142

วิบากที่ดีจากการเห็นรูปสวยเสียงเพราะกลิ่นหอมรสอร่อยสัมผัสที่ปราถนาเกิดจากกุศลจิต หรือ มหากุศลจิต โดยมิได้ให้ทานอันได้แก่ ที่พัก ยานพาหนะ อาหาร/น้ำ ประทีป ของหอม เป็นไปได้หรือไม่ครับ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 10 ก.พ. 2562 16:37 น.

 ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

  ขณะเห็น ได้ยิน ได้กลิ่น ลิ้มรส รู้สิ่งที่กระทบสัมผัสทางกาย เป็นวิบากเป็นผลของกรรม ขึ้นอยู่กับว่าจะเป็นผลของกรรมประเภทใด เพราะถ้าเป็นผลของกุศลกรรมก็ทำให้ได้สิ่งที่น่าปรารถนา น่าใคร่น่าพอใจ แต่ถ้าเป็นผลของอกุศลกรรมก็ทำให้ได้สิ่งที่ไม่น่าปรารถนา ไม่น่าใคร่ ไม่น่าพอใจ โดยไม่มีใครทำให้เลย เพราะเป็นธรรมที่เกิดเพราะเหตุปัจจัย

คำบรรยายของท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ มีดังนี้(เตือนใจดีมาก)

"ทุกคนอยากจะได้สิ่งที่ดีทั้งนั้น ทุกคนอยากจะได้สิ่งที่น่าพอใจทั้งนั้น แต่ว่าบางกาลก็ได้ บางกาลก็ไม่ได้ ตามเหตุ คือ อดีตกรรมที่ได้กระทำแล้ว เพราะฉะนั้น ในชีวิตของแต่ละคนจะเห็นสิ่งที่น่าพอใจมาก ก็รู้ว่าเป็นผลของกุศล ถ้าเห็นสิ่งที่น่าพอใจน้อย ก็รู้ว่าผลของกุศลต้องน้อย ใช่ไหม เพราะฉะนั้น จึงมีสิ่งที่น่าพอใจทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกายน้อย เป็นสิ่งที่ปรากฏอยู่ตลอดเวลาทางตาบ้าง หูบ้าง จมูกบ้าง ลิ้นบ้าง กายบ้าง ให้รู้ว่า อดีตกุศลที่ได้กระทำแล้วมีมากหรือมีน้อยอย่างไร แต่กุศลจิตขณะที่เกิดขึ้นในวันหนึ่งๆ รู้ยากไหม ขณะที่สงบจากอกุศล

การเกิดเป็นมนุษย์ ก็เป็นผลของกุศลกรรมหนึ่งที่ได้กระทำแล้ว แล้วก็ระหว่างที่ยังมีชีวิตอยู่ ก็แล้วแต่ว่าจะมีกุศลกรรมอื่นที่จะให้ผล ก็ให้ผลทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย ทางใจ ซึ่งเมื่อเป็นผลที่น่าพอใจ ก็ทำให้เป็นผู้มีรูปสมบัติ มีทรัพย์สมบัติ มีลาภ มียศต่างๆกันไป ตามกรรมที่ได้กระทำ ซึ่งแต่ละคนก็สามารถที่จะพิจารณาผลในปัจจุบัน แล้วก็รู้เหตุในอดีตว่า เป็นผลของกุศลหรือว่าเป็นผลของอกุศล แต่ว่าผลของกุศลที่ได้รับ จะเป็นเหตุให้เกิดอกุศลจิตหรือกุศลจิต

นี่เป็นสิ่งที่ควรจะพิจารณามาก เพราะเหตุว่าทุกท่านทราบว่า กุศลเป็นเหตุที่จะให้เกิดวิบากที่เป็นผล และผลของกุศลก็คือ อิฏฐารมณ์ต่างๆ ทั้งทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย เพราะฉะนั้น เวลาที่ได้รับอิฏฐารมณ์ต่างๆ แล้ว ก็ควรจะพิจารณาต่อไปอีกว่า จิตที่เกิดต่อจากนั้นเป็นกุศล หรือเป็นอกุศล เพราะเหตุว่าผลของกุศลเป็นที่ต้องการ เช่น รูปสมบัติ ทุกคนต้องพอใจที่จะเห็นสิ่งที่น่าเพลิดเพลินยินดีทางตา เพราะฉะนั้น ก็ควรที่จะพิจารณาว่า ยังมีความพอใจในผลของกุศลที่เป็นรูปสมบัติมากไหม หรือว่าบางครั้งบางคราวก็พิจารณาว่า เป็นสิ่งที่ไม่ยั่งยืน และถ้าจะให้ละเอียดจริงๆ ก็คือ ปรากฏเพียงขณะที่กระทบกับจักขุปสาทเท่านั้น แต่ว่าสิ่งที่กำลังปรากฏจริงๆ ในวันหนึ่งๆ จะเป็นเครื่องสอบ จะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า ความติด ความเหนียวแน่นในสิ่งที่น่าพอใจ เป็นสิ่งที่ยากที่จะละได้ เพราะเหตุว่าไม่ใช่แต่เฉพาะในรูปสมบัติเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นในเสื้อผ้า ในอาหาร ในของใช้ ในเครื่องใช้ เครื่องอุปโภคต่างๆ ความติดในอิฏฐารมณ์ซึ่งเป็นผลของกุศลกรรมมาก มากทีเดียว"

...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 14 ก.พ. 2562 15:38 น.

ในอดีตเราก็สะสม ทั้งดีและไม่ดีมามาก   และไม่รู้ว่าขณะไหนกรรมดีหรือกรรมไม่ดีจะให้ผล  เพราะผลที่เกิดขึ้นต้องมาจากเหตุที่ทำไว้ค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ