มีความเพียรและมีตัวตนไปเจริญสติปัฏฐาน เป็นอย่างไร
 
ฉีฟ่งจื้อ
วันที่  7 ก.พ. 2562
หมายเลข  30458
อ่าน  172

เรียน  ท่านวิทยากร

       ขอเรียนถามดังนี้ครับ

         1. เหตุใดจึงต้องให้สติปัฎฐานเกิดด้วย เพียรเพื่อให้สติปัฎฐานเกิดได้หรือไม่ และข้อความนี้มีในคัมภีร์วิสุทธิมรรคและอรรถกถาหรือไม่

         2.ในสมัยพุทธกาลท่านพระอานนท์เพียรเดินจงกรมตลอดทั้งคืนจนบรรลุพระอรหัตน์ อย่างนี้ถือได้ว่ามีต้ัวตนในการทำหรืือไม่

         3.ที่ว่ามีตัวตนไปทำเข่นไปทำวิปัสนา โดยมีผู้กล่าวว่า ก็จะต้องมีตัวตนไปทำก่อน จนกว่าจะไม่มีตัวตนคือบรรลุธรรม  การกล่าวเช่นนี้สมเหตุสมผลหรือไม่

         4.ผู้บรรยายธรรมแต่ละท่านก็มีแนวทางในการเจริญสติปัฎฐานแตกต่างกัน บ้างก็แนวยุบหนอพองหนอ พุทโธ อริยาบถ 4 รูป นั่ง นอน ยืน เดินเป็นต้น หรือแม้แต่ที่มูลนิธิก็ปฏิบัติรูปแบบของตัวเอง เมื่อเป็นดังนี้จะยึดแนวไหนบ้างก็ว่าของตนถูก พระพุทธเจ้าเมื่อแสดงสติปัฎฐาน 4 พระองค์ท่านไม่ได้ลงรายละเอียดถึงแนวทางปฏิบัติแล้วทีนี้จะได้ทราบได้อย่างไรว่าแบบไหนถูก เพราะแต่ละท่านก็รอบรู้ในพระไตรปิฏกเป็นส่วนใหญ่ 

       5.ผมเห็นว่า ผู้ที่ทำเหตุปัจจัยไว้ย่อมเป็นเช่นนั้น เข่นในอดีตผู้ที่ได้เคยศึกษาธรรม

เจริญสมถะและสติปัฎฐานกับอาจารย์ท่านใด แนวใด เกิดมาในชาตินี้ย่อมเจอเหมือนในอดีต ขออนุโมทนาครับ

 


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 8 ก.พ. 2562 17:14 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

๑.  พระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงเรื่องการอบรมเจริญสติปัฏฐาน มีมาก ในไตรปิฎก ในหลายพระสูตร และที่สำคัญ พระธรรมทั้งหมด ก็เป็นไปเพื่อการรู้สภาพธรรมที่กำลังมีในขณะนี้ ตรงตามความเป็นจริง  ไม่ใช่ว่ามีตัวตนที่ไปเจริญสติปัฏฐาน ไม่ใช่มีตัวตนที่ไปมีความเพียรในการเจริญสติปัฏฐาน  แต่เป็นเรื่องของการอบรมเจริญปัญญา ที่ตั้งต้นตั้งแต่ขั้นการฟังเรื่องของสิ่งที่มีจริงๆในขณะนี้  ครับ

๒.พระอานนท์  เป็นพระอริยสาวากของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า   และท่านได้บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ ในคืนก่อนวันกระทำสังคายนาครั้งที่ ๑  การบรรลุธรรมของท่าน ไม่ใช่ด้วยการกระทำด้วยความเป็นตัวตน แต่เป็นเรื่องของปัญญาที่อบรมเจริญสมบูรณ์พร้อมแล้ว ครับ 

๓.คำกล่าวอย่างนั้น ไม่ใช่คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะค้านความเป็นอนัตตาของสภาพธรรม ครับ

๔.ถ้าเข้าใจอย่างถูกต้อง ตรงตามความเป็นจริง ก็จะสอนตรงตามความเป็นจริง  ตรงตามพระธรรมคำสอนที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง  แต่ที่มีแนวทางต่างๆ  ให้ทำอย่างนั้น อย่างนี้ ให้กำหนดอย่างนั้นอย่างนี้ ให้เดินอย่างนั้นอย่างนี้ ให้นั่งอย่างนั้นอย่างนี้  เป็นต้น ไม่ใช่หนทางของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะไม่ได้เป็นไปเพื่อความเจริญขึ้นของปัญญาเลยแม้แต่น้อย ครับ

๕.ไม่สามารถที่จะรู้ได้ว่าแต่ละคนสะสมอะไรมาบ้าง แต่การที่จะเข้าใจถูกเห็นถูกในความเป็นจริงของธรรม  ต้องเป็นผู้เห็นประโยชน์ของพระธรรม  เคยสะสมเหตุที่ดีมาแล้วในอดีต  จึงมีโอกาสได้ฟังได้ศึกษาพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง  สะสมความเข้าใจถูกเห็นถูกเป็นปัญญาของตนเองต่อไป ครับ

...อนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆท่านครับ...  

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 14 ก.พ. 2562 16:14 น.

ธรรมทั้งหลายเป็นอนัตตา ไม่ใช่ตัวตน  บังคับบัญชาไม่ได้   ต้องมั่นคงในเรื่องของความเป็นอนัตตา   ไม่ใช่อัตตาตัวตนที่จะทำค่ะ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ