การเจริญสติปัฎฐาน ๔ สามารถพ้นอบายได้หรือไม่
 
ฉีฟ่งจื้อ
วันที่  6 ก.พ. 2562
หมายเลข  30456
อ่าน  162

เรียน  ท่านวิทยากร

     ถ้าเราตายในไปในชาตินี้ถ้าไปเกิดในอบายก็ยังไม่รู้ว่าจะได้กลับมาเกิดเป็นมนุษย์พบพุทธศาสนาหรือไม่  ถึงกลับมาก็คงไม่ใช่ยุค 5000 ปีแน่ เช่นเดียวกับเกิดในเทวโลก ก็ทำนองเดียวกัน ว่ากันว่ามนุษย์ถึง 99 เปอร์เซนต์ มีโอกาสลงอบายสูงมากเนื่องจากยุคนี้ผู้คนแข่งกันทำมาหากินขาดศีลธรรม  ไม่ค่อยได้ใส่ใจในการฟังธรรมและการเจริญสติปัฎฐาน ทำให้เวลาตายขาดสติ ซึ่งอาจจะเกิดจากเหตุปัจจัย ดังนั้นผมจึงมองว่า การเจริญสติปัฎฐาน ๔ เป็นอาจิณ สามารถรอดจากอบายได้ ไม่ทราบว่าความคิดผมจะถูกหรือไม่

ขออนุโมทนาครับ 


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 6 ก.พ. 2562 14:38 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

     ผู้ที่จะพ้นอบายภูมิจริงๆ คือ เป็นพระโสดาบัน การเจริญสติปัฏฐาน แต่ยังไม่ถึงความเป็นพระอริยบุคคล คติก็ไม่แน่นอนซึ่งเป็นธรรมดา แม้พระโพธิสัตว์ก็ยังไปอบายภูมิได้เป็นธรรมดา ดังนั้น แทนที่จะห่วงการเกิดในอบายภูมิ ก็สำคัญที่อบรมเหตุที่ถูกต้องว่า การเจริญสติปัฏฐานที่กล่าวว่าเจริญอยู่นั้น ถูกต้องตามที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงหรือไม่ เพราะ สติปัฏฐานก็เป็นเรื่องที่ยาก เป็นปัญญาที่รู้ลักษณะของสภาพธรรมในขณะนี้ว่าเป็นแต่เพียงธรรมไม่ใช่เรา บังคับสติ เลือกกำหนดไม่ได้ เพราะฉะนั้นต้องเริ่มจากการฟังให้มั่นคงว่าธรรมคืออะไร ธรรมเป็นอนัตตาบังคับไม่ได้ บังคับให้สติปัฏฐานเกิดไม่ได้ แล้วแต่เหตุปัจจัย ควรจะเริ่มจากการฟังให้เข้าใจเป็นพื้นฐานเบื้องต้นเป็นสำคัญก่อน ครับ

ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 6 ก.พ. 2562 19:02 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

     พระอริยบุคคลมีพระโสดาบันเป็นต้นมีคติ(ที่ไป)แน่นอน คือ มีการไม่ตกต่ำเป็นธรรมดา ไม่เกิดในอบายภูมิ เป็นผู้แน่นอนที่จะตรัสรู้ในเบื้องหน้า แต่สำหรับปุถุชนทั้งหลาย มีคติไม่แน่นอน 

     เพราะฉะนั้น แทนที่จะคิดถึงเรื่องอื่น ก็ควรที่จะเข้าใจว่า การเกิดมาแล้วไม่มีความเข้าใจที่ถูกต้องในสิ่งที่มีจริงตรงตามความเป็นจริง ไม่สามารถที่จะสิ้นสุดสังสารวัฏฏ์ได้ แต่ถ้าได้มีความเข้าใจธรรม ความเข้าใจนี้แหละก็จะติดตามอยู่ในจิตที่มีโอกาสที่จะได้รู้ความจริง เพราะเหตุว่า ถ้าไม่รู้ความจริง เกิดมานานเท่าไหร่แล้ว  แล้วก็จะเกิดต่อไปโดยไม่มีใครสามารถที่จะหยุดยั้งการเกิดได้เลย

     พระธรรมทั้งหมดที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง จึงเป็นเครื่องอุปการะเกื้อกูลที่ดียิ่ง ที่จะทำให้เป็นผู้ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท  ไม่ประมาทในชีวิตอันมีประมาณน้อย ไม่ประมาทในการเจริญกุศลทุกประการ และ ไม่ละทิ้งโอกาสที่สำคัญที่สุดในชีวิต คือ การฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรม อบรมเจริญปัญญา สะสมความเข้าใจถูก เห็นถูกไปทีละเล็กทีละน้อย เพราะปัญญาและกุศลธรรมทั้งหลายเท่านั้นที่จะเป็นที่พึ่งที่แท้จริงสำหรับชีวิตของแต่ละคน ครับ 

...อนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ