ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม  ... ครั้งที่ ๓๘๔
 
khampan.a
khampan.a
วันที่  30 ธ.ค. 2561
หมายเลข  30350
อ่าน  1,031

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น



ขออนุญาตแบ่งปันข้อความธรรม (ปันธรรม)   ที่ได้จากการฟังพระธรรมจากท่านอาจารย์สุจินต์  บริหารวนเขตต์ ในแต่ละครั้ง  รวบรวมเป็นธรรมเตือนใจเพื่อศึกษาและพิจารณาร่วมกัน    เพื่อความเข้าใจธรรม (ปัญญ์ธรรม) ตามความเป็นจริง ซึ่งเป็นข้อความที่สั้นบ้าง ยาวบ้าง  แต่ก็มีอรรถที่สมบูรณ์ พอที่จะเข้าใจได้ควรค่าแก่การพิจารณาอย่างยิ่ง  ดังนี้




ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม  ... ครั้งที่ ๓๘๔

~เรื่องทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว มีข้อที่น่าคิดอย่างหนึ่งว่า ท่านที่ทำความดีท่านทำเพราะอยากจะได้ผลดี หรือว่าท่านทำดีเพื่ออะไร หรือเพราะอะไร นี่เป็นสิ่งที่น่าคิด ถ้าทุกคนในโลกนี้จะทำดีเพื่อหวังผล คือหวังที่จะได้สิ่งตอบแทนที่ดี ในขณะที่หวังจะได้สิ่งตอบแทนที่ดี ขณะนั้นไม่ใช่กุศลจิตแน่ เพราะเหตุว่ายังเต็มไปด้วยความหวัง ความติด ความต้องการ เพราะฉะนั้นในระหว่างคนที่ทำความดี ก็น่าจะจำแนกออกไปอีก ว่า ความดีนั้น ดีแท้ๆ คือว่า ทำดีโดยไม่หวังผลตอบแทน หรือว่า ทำดี เพราะต้องการผลตอบแทน และในระหว่างบุคคล ๒ คนนี้ ลองคิดดูว่าอยากจะเป็นบุคคลไหน คือ เป็นคนที่ทำดีโดยไม่หวังผลอะไรเลย ไม่หวังผลตอบแทนใดๆทั้งสิ้น แต่ทำดี   กับทำดีเพราะหวังว่าจะได้สิ่งตอบแทน?

~จุติจิต คือ จิตดวงสุดท้ายของชาตินี้ ที่ชื่อว่า “จุติ” เพราะเหตุว่าทำกิจเคลื่อนจากความเป็นบุคคลนี้ หมายความถึงสิ้นสภาพความเป็นบุคคลนี้โดยสิ้นเชิง ก่อนที่จุติจิตจะเกิด ไม่มีใครสามารถรู้ล่วงหน้าเลย เหมือนกับเดี๋ยวนี้ก็ไม่มีใครรู้ว่า ขณะต่อไปอะไรจะเกิด 

~ถ้ามีเงินแล้วก็น่าจะมีความสุข แต่คนมีเงินก็ยังทุกข์ เก่งแล้วก็ไม่น่าจะทุกข์ แต่คนเก่งก็ยังทุกข์ได้ ทุกข์จริงๆมาจากไหน มาจากความไม่รู้และกิเลส    เงินทอง ความสุขแก้ทุกข์ไม่ได้  ปัญญาเข้าใจพระธรรม แก้ทุกข์ ละทุกข์ได้

~วันหนึ่งๆ จะหาเรื่องที่จะโกรธ ไม่ยากเลย เช่นเดียวกับการที่จะหาวัตถุซึ่งเป็นที่พอใจก็ไม่ยาก ได้ยินอะไรนิดอะไรหน่อย โกรธก็ได้ แต่ถ้าจะพิจารณาหาเหตุผลว่า ผู้นั้นอาจจะพูดไปด้วยความไม่รู้ ด้วยการฟังผิวเผิน หรือว่าด้วยการเข้าใจผิด ขณะนั้น จิตใจ ก็จะสบายมากทีเดียว ไม่เดือดร้อน หมดเรื่อง จบเรื่องทุกอย่าง เพราะฉะนั้น  ทุกๆขณะในชีวิตเป็นขณะที่ควรจะได้พิจารณาถึงประโยชน์ ด้วยความเป็นผู้ตรงที่จะรู้ว่า กุศลทั้งหลายย่อมเป็นประโยชน์กว่าอกุศล

~ตราบใดที่ยังเป็นมนุษย์ เป็นโอกาสที่ประเสริฐที่สามารถทำความดีทุกโอกาสและไม่ควรประมาทในความดีเล็กน้อยด้วย  เพราะขณะที่กุศลไม่เกิดก็เป็นโอกาสของอกุศล และประโยชน์สูงสุดคือ ความดีที่เป็นความเข้าใจพระธรรม

~ลองคิดดู เกิดมาก็ไม่ใช่เราแต่เป็นธรรมและบังคับบัญชาไม่ได้เลย ขณะต่อไปอะไรจะเกิด เพราะฉะนั้น การเข้าใจธรรมประเสริฐที่สุด และ ที่สำคัญการจะอนุเคราะห์ช่วยเหลือใคร ถ้าให้เขาเข้าใจธรรมที่ถูกต้อง จะด้วยวิธีหนึ่งวิธีใด ก็เป็นการอนุเคราะห์ช่วยเหลือที่ดีที่สุด ที่จะทำให้เขาพ้นจากความทุกข์ที่แท้จริง

~บางคนอาจคิดว่าขอเวลาให้ทานก่อนตาย แต่ก็ไม่มีเวลาสำหรับให้เลย   และขอเวลายกโทษให้ใคร ก็ต้องเดี๋ยวนี้ ไม่มีการรอเลย   มีค่าที่สุดในแต่ละขณะ รู้ไหมว่า เข้าใจธรรมเมื่อไหร่ ทำความดีเมื่อไหร่นั่นคือสิ่งที่ประเสริฐที่สุดในชีวิต

~ก่อนจะตาย ดีต่อกัน ทำดีต่อกันจะได้ไม่ต้องเสียใจ เพราะเราทำดีที่สุดกับทุกคน ถึงเขาจะจากไป เราก็ไม่เสียดายโอกาสที่เราจะไม่ได้ทำดีกับเขา, ไปโกรธเขาทำไม ไปว่าเขาทำไม เพราะเหตุว่า พอเขาตายก็มานั่งเสียใจอีก เราไปว่าเขาไว้เยอะ    ก็เป็นชีวิตที่เกิดจากความไม่รู้และมีชีวิตเป็นไปกับความไม่รู้

~ไม่ต้องรอถึงปีไหนก็ได้ ปีใหม่วันเก่าอย่างไรก็ได้ ความดีมีได้ ตราบใดที่มีชีวิตอยู่ ที่ยังไม่จากโลกนี้ไป สิ่งที่ประเสริฐเหนือสิ่งใดคือเข้าใจคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่ใช่เพียงแค่ฟังและพูดตาม

~ชีวิตของแต่ละชีวิตซึ่งเกิดมา มีค่าต่อเมื่อได้เข้าใจพระธรรม เพราะฉะนั้น ถ้าเรามีความเข้าใจแค่ไหน ก็สมควรอย่างยิ่งที่จะเปิดเผยความเข้าใจนั้นให้รุ่งเรือง เพื่อผู้ที่ได้ยินได้ฟังก็จะเริ่มที่จะเห็นประโยชน์

~
เมื่อไหร่ที่เป็นกุศล เมื่อนั้นเป็นเวลาดี เวลาดีไม่ต้องคอยเลย ทุกขณะกุศลจิตหรือสภาพธรรมที่ดีงามเกิดขึ้นจะคอยทำไม

~ถ้าเป็นผู้ที่เข้าใจเรื่องกรรมและผลของกรรม จะไม่รีรอการทำกุศลทุกประการทุกขณะด้วย ทำให้เราเจริญทางฝ่ายกุศลยิ่งขึ้น เพราะว่าเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราจะไม่อยู่โลกนี้ในวันไหน อาจจะเป็นขณะต่อไปพรุ่งนี้หรือเดือนนี้ก็ได้

~บุคคลผู้ที่มีบุญศึกษาคำสอนของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะคนนั้นสะสมมาที่จะรู้ว่า มีค่าที่สุด ประเสริฐที่สุด เป็นรัตนะที่สูงที่สุด ถ้าเราได้ลาภเป็นเพชรนิลจินดาหายได้ไหม ตกน้ำได้ไหม ขโมยลักได้ไหม โจรปล้นได้ไหม แต่ความรู้ของเรา ใครจะเอาไปได้ ไม่มีทางที่ใครจะเอาไปได้เลย  เพราะฉะนั้น สิ่งที่ประเสริฐที่สุด สูงที่สุด ไม่ใช่ทรัพย์สินเงินทอง  แต่ลาภอันประเสริฐ ก็คือ การได้มีโอกาสฟังและเข้าใจพระธรรม

~ชีวิตของแต่ละหนึ่ง ขณะใดก็ตามที่ทำสิ่งที่ดีงาม มีความมั่นใจว่า สิ่งนั้นต้องให้ผลแน่นอน เพราะฉะนั้น จะไม่ตกไปในฝ่ายที่ไม่ถูกต้อง แม้ว่าจะถูกใจ   ชีวิตนี้สั้นมาก ใครจะจากโลกนี้ไปเดี๋ยวนี้ก็ได้ เย็นนี้ก็ได้ พรุ่งนี้ก็ได้ แต่จากไปโดยไม่ได้ทำทุจริตกรรม   แต่ได้ทำกุศลกรรม ย่อมมีประโยชน์กว่า

~คฤหัสถ์ในครั้งโน้น ซึ่งเป็นผู้ที่เห็นพฤติกรรมของพระภิกษุที่รับเงินทอง ก็เพ่งโทษให้พระภิกษุนั้นเข้าใจให้ถูกต้องว่านี่เป็นโทษอย่างยิ่ง เพราะสละแล้วใช่ไหมแล้วจะรับอีกได้อย่างไร ซึ่งเมื่อเพ่งโทษแล้วก็ติเตียนด้วยว่ากระทำอย่างนี้ไม่เหมาะไม่สมควรแก่เพศบรรพชิต แล้วก็โพนทะนา คือ ประกาศให้รู้ทั่วกันว่าการกระทำอย่างนี้ไม่ถูกต้อง นี่คือคฤหัสถ์ที่ดำรงรักษาคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยการที่กล่าวถึงสิ่งที่ถูก แล้วก็ชี้แจงโทษในเมื่อเป็นสิ่งที่ผิด

~มีเหตุที่จะให้อกุศลเกิดบ่อยมาก  ถ้ากุศลไม่เกิด  เพราะฉะนั้น ก็จะเห็นได้ว่า มีหนทางหนึ่งที่จะให้อกุศลไม่เกิด คือ ขณะนั้นเป็นกุศล

~ไม่ประมาทที่จะสะสมกุศลแม้เพียงเล็กๆน้อยๆ  เพราะใครจะรู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร  เพราะฉะนั้น  กุศลแม้เพียงเล็กน้อยก็ไม่ควรประมาทเลยตราบใดที่เกิดเป็นผู้ที่สามารถที่จะกระทำกุศลได้

~ธรรมไม่ใช่ไปคอยเมื่อไหร่  แต่ฟังเดี๋ยวนี้ เข้าใจเดี๋ยวนี้  ความเข้าใจนั้น กำลังเริ่มที่จะขัดเกลาความไม่รู้และความเป็นตัวตน   แต่น้อยมาก เมื่อเทียบกับความไม่รู้ในสังสารวัฏฏ์

~ถ้าสะสมความดี  ความดีก็มีกำลัง  ขณะที่จะกระทำทุจริต ความดีก็ยังสามารถที่จะเกิดได้ ตามกำลังของการสะสม  แต่ถ้าความดีน้อย  ก็ต้องเป็นไปตามอกุศล  เพราะฉะนั้น ที่สำคัญที่สุด คือ ไม่ประมาทกุศลแม้เพียงเล็กน้อย

~ธรรม ทำให้เป็นคนตรง  สิ่งใดถูกก็คือถูก  สิ่งใดผิดก็คือผิด  เพราะฉะนั้น ประโยชน์ที่จะให้คนอื่นได้รับทราบ ก็คือ ไม่ควรทำสิ่งที่ผิด    และขณะนั้นก็เป็นการลบหลู่คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยถ้าใครได้กระทำในสิ่งที่ผิด

~ขัดเกลากิเลสอย่างยิ่ง จึงเป็นภิกษุ ซึ่งจะต้องสละเพศคฤหัสถ์ทั้งหมดเลย เหมือนตายแล้วจากเพศคฤหัสถ์ เพราะฉะนั้นต้องเป็นผู้ที่ระวังสภาพของจิตใจในเมื่อมีความตั้งใจที่จะขจัดขัดเกลากิเลสในเพศของบรรพชิต    จะกระทำเหมือนอย่างคฤหัสถ์    ก็เป็นโทษ

~ใครก็ตามที่ไม่เข้าใจธรรมแล้วบวช   (ย่อมเป็น)บาป  เพราะไม่เข้าใจ แล้วไปถือเพศที่สูงตามพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้อย่างไร

~ไม่มีข้อยกเว้นใดๆ เลยทั้งสิ้น  ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น   พระภิกษุรับเงินทองไม่ได้   จะอ้างอย่างนั้น จะอ้างอย่างนี้  ก็ไม่ได้

~ไม่รู้  จึงได้เข้าใจผิด หลงผิด ทำผิด  แต่เมื่อได้ฟังสิ่งที่เป็นพระธรรมวินัยที่ถูกต้องแล้ว  ไม่ยอมรับ ก็มี   ซึ่งเป็นโทษอย่างยิ่ง   แต่ผู้ที่ยอมรับ ก็สามารถที่จะเป็นคนดีและประพฤติปฏิบัติขัดเกลากิเลส  แล้วแต่ว่าจะยังคงเป็นเพศพระภิกษุต่อไป  รักษาสิกขาบทไม่รับเงินรับทอง ประพฤติปฏิบัติขัดเกลากิเลสตามพระธรรมวินัย   หรือว่า  ลาสิกขาบท(สึกไปเป็นคฤหัสถ์)เพราะรู้ตัวว่า  อยู่ต่อไปก็เหมือนคฤหัสถ์ที่อยู่ในผ้าเหลืองเท่านั้นเอง

~คำใดที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่ได้ตรัสไว้   แล้วผู้นั้น ก็กล่าวคำที่ตรงกันข้ามกับคำที่พระองค์ตรัสไว้   ผู้นั้นลบหลู่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

~คนที่หวังดี  ก็ต้องศึกษาธรรมให้เข้าใจอย่างถูกต้องอย่างถ่องแท้  แล้วก็ปรึกษาหารือกันเพื่อความถูกต้อง 

~ยอมรับไหม   อะไรถูกคือถูก   อะไรผิดคือผิด   ถ้าไม่ยอมรับ ก็คือ ลบหลู่คุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

~ต้องเป็นผู้ที่ได้ฟังพระธรรม ด้วยความเคารพ เห็นคุณอย่างยิ่งว่าเป็นบุญที่ได้สะสมไว้แต่ปางก่อน  จึงมีโอกาสที่จะได้ฟังธรรม  แต่ประมาทไม่ได้  ต้องพิจารณาไตร่ตรองโดยละเอียดว่า ผู้กล่าวเป็นใคร   เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า  เพราะฉะนั้น  พระปัญญาของพระองค์เหนือกว่าสิ่งอื่นใดทั้งสิ้น    ทุกคำต้องศึกษาด้วยความเคารพ  มิฉะนั้นแล้ว  เมื่อกล่าวผิด ทำให้คนอื่นเข้าใจผิด  ก็เป็นโทษอย่างใหญ่หลวง   เพราะเหตุว่า  เป็นการทำลายคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า   เป็นการลบหลู่พระรัตนตรัย

~เจริญกุศลทันที โดยไม่รีรอ? 
เพราะใครจะรู้ว่า ขณะต่อไป เป็นอะไร เป็นอกุศลก็ได้

~คงทราบว่า บุญสูงสุดคืออะไร? ไม่ว่าในกาลไหน คือ ความเข้าใจธรรม โดยต้องไม่รีรอหรือว่าเลือกเวลา

~กุศลทั้งหลาย เป็นไปตามกำลังของปัญญา

~ถ้าไม่เห็นโทษของความไม่รู้  ก็เป็นผู้ไม่รู้ต่อไป.


ขอเชิญคลิกอ่านย้อนหลังครั้งที่ผ่านมาได้ที่นี่ครับ

ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม  ... ครั้งที่ ๓๘๓



...กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ 
ที่เคารพยิ่ง
และขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...  



  ความคิดเห็นที่ 1  
 
มกร
มกร
วันที่ 30 ธ.ค. 2561

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
mammam929
mammam929
วันที่ 30 ธ.ค. 2561

กราบขอบพระคุณและกราบอนุโมทนาในกุศลจิตที่ท่านอาจารย์เกื้อกูลด้วยธรรมซึ่งมีคุณค่ายิ่งค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
j.jim
j.jim
วันที่ 30 ธ.ค. 2561

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
ปาริชาตะ
ปาริชาตะ
วันที่ 30 ธ.ค. 2561

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
songsurana
songsurana
วันที่ 30 ธ.ค. 2561

กราบเท้าอนุโมทนาท่านอาจารย์สุจินต์เป็นอย่างยิ่ง ไพเราะ เป็นธรรมคำจริง กราบอนุโมทนาอาจารย์คำปั่น ผู้จัดทำเผยแพร่ ครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
songsurana
songsurana
วันที่ 30 ธ.ค. 2561

กราบเท้าอนุโมทนาท่านอาจารย์สุจินต์เป็นอย่างยิ่ง ไพเราะ เป็นธรรมคำจริง กราบอนุโมทนาอาจารย์คำปั่น ผู้จัดทำเผยแพร่ ครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
Dechachot
วันที่ 31 ธ.ค. 2561

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
panasda
วันที่ 2 ม.ค. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
siraya
วันที่ 3 ม.ค. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
jaturong
วันที่ 3 ม.ค. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
s_sophon
วันที่ 6 ม.ค. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
kukeart
kukeart
วันที่ 6 ม.ค. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ