ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม  ... ครั้งที่ ๓๗๗
 
khampan.a
khampan.a
วันที่  11 พ.ย. 2561
หมายเลข  30240
อ่าน  1,030

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น



ขออนุญาตแบ่งปันข้อความธรรม (ปันธรรม)   ที่ได้จากการฟังพระธรรมจากท่านอาจารย์สุจินต์  บริหารวนเขตต์ ในแต่ละครั้ง  รวบรวมเป็นธรรมเตือนใจเพื่อศึกษาและพิจารณาร่วมกัน    เพื่อความเข้าใจธรรม (ปัญญ์ธรรม) ตามความเป็นจริง ซึ่งเป็นข้อความที่สั้นบ้าง ยาวบ้าง  แต่ก็มีอรรถที่สมบูรณ์ พอที่จะเข้าใจได้ควรค่าแก่การพิจารณาอย่างยิ่ง  ดังนี้

ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม  ... ครั้งที่ ๓๗๗

 


~กิเลส(เครื่องเศร้าหมองของจิต) สะสมมาประมาณไม่ได้เลย แล้วก็สะสมต่อไปอีกทุกๆวันมากขึ้นๆ เพราะฉะนั้น ก็เห็นความละเอียดและก็ความยากและความไม่ประมาทว่าความเข้าใจเท่านั้นที่จะค่อยๆรู้แล้วละ ไม่มีตัวตนที่จะไปทำอะไรได้เลยทั้งสิ้น

~ธรรมเป็นเรื่องที่ละเอียด เป็นเรื่องที่ลึกซึ้ง เป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง และทุกคนก็รู้ว่าชีวิตสั้นมาก จะจากโลกนี้ไปได้ทุกขณะ เย็นนี้ก็ได้พรุ่งนี้ก็ได้ เพราะฉะนั้น เวลามีค่าที่สุด เวลาที่มีค่าที่สุด ประโยชน์ที่สุดคืออะไร คือ ได้เข้าใจถูกเห็นถูก

~ขอให้เริ่มด้วยความเป็นผู้ว่าง่าย นี่คือจุดที่เริ่มต้น และต่อจากนั้นก็ต้องไม่มีอาการผิดแปลกต่อการกระทำทางกายและวาจาของคนอื่น เป็นประหนึ่งว่าไม่ได้ยิน และเป็นประหนึ่งว่า ไม่เห็นวาจาและการกระทำนั้นๆ

~ถ้าเป็นผู้ที่โกรธ แต่ไม่พยาบาท ให้อภัยได้ และไม่ผูกโกรธ ก็เป็นเรื่องธรรมดา ไม่ใช่เรื่องของผู้ว่ายาก ถ้าเป็นผู้ที่ไม่ยอมจะอภัย และยังพอใจที่ยังโกรธอยู่ เป็นผู้ไม่น้อมที่จะประพฤติปฏิบัติธรรม นั่นคือผู้ที่ว่ายาก

~โกรธ แล้วก็ยังไม่ลืม เพราะฉะนั้น เมื่อคิดผูกโกรธอีก ก็แสดงให้เห็นว่ายังเป็นคนว่ายากที่ยังไม่เห็นโทษของความโกรธ

~พระสัมมามาสัมพุทธเจ้าทรงอนุเคราะห์ชาวโลกให้ดับกิเลสจนหมดสิ้นได้ เพราะฉะนั้น ก็แสดงเห็นว่า แต่ละคนรู้ตัวหรือเปล่าว่ามีกิเลสมากประมาณไม่ได้เลย เท่าที่เกิดมาในชาตินี้ก็ยังไม่หยั่งรู้ถึงกิเลสที่สะสมมาในสังสารวัฏฏ์

~พฤติกรรมต่างๆทางกาย ทางวาจา ทางใจ ที่ไม่ถูก ไม่ควรทั้งหมด มาจากกิเลส

~สัตว์โลกไม่มีทางที่จะเข้าใจสิ่งที่มีทุกขณะในชีวิต ถ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ทรงแสดงพระธรรม ไม่อนุเคราะห์สัตว์โลก

~โอกาสใดที่มีโอกาสจะได้ฟังพระธรรม ก็ฟังด้วยความเคารพ ด้วยความไตร่ตรอง ด้วยความมั่นคง ด้วยการกล้าที่จะกล่าวคำของพระองค์เพื่อที่จะดำรงรักษาคำสอนของพระองค์ด้วย

~ถ้าเป็นปุถุชนซึ่งหนาแน่นไปด้วยกิเลส แลัวยังไม่เห็นประโยชน์ของการเข้าใจธรรม เพราะฉะนั้น ก็ไม่มีการศึกษา ไม่มีการฟังพระธรรม เป็นผู้หันหลังให้พระสัทธรรม

~กุศลธรรม ตั้งใจไว้ชอบ ไม่มีประโยชน์เลยในการที่จะเกิดโทสะ แต่ว่าควรเกิดเมตตา เวลาที่เห็นคนอื่นกระทำอกุศลกรรมก็ดี หรือว่าสภาพจิตใจของคนนั้นเป็นอกุศลก็ดี ควรที่จะมีเมตตาว่า บุคคลนั้นจะต้องสะสมอกุศลจิต และอกุศลกรรมไปมากมาย ควรที่จะมีเมตตาอย่างยิ่ง

~ถ้าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ทำไมไม่กล้าที่จะทำ และ ถ้าไม่ทิ้งสิ่งที่ผิดโดยเร็ว ก็จะสะสมสิ่งที่ผิดนั้นติดตามไปอีกมาก เพราะฉะนั้น คนที่มีความเข้าใจถูกต้อง ก็จะทำสิ่งที่ถูกต้องโดยไม่หวั่นไหว

~ชีวิตสั้นมาก อาจจะเป็นแค่เย็นนี้หรือพรุ่งก็ได้ ก็ควรที่จะได้ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ที่สุดกับตัวเอง คือ สิ่งใดที่ผิด ก็ทิ้งเสีย และสิ่งใดที่ถูก ก็ต้องรีบทำ หมายความว่า ไม่รีรอ

~ถ้าขณะใดที่กุศลจิตไม่เกิด ให้ทราบว่าขณะนั้นอกุศลธรรมครอบงำจิต แล้วทำอย่างไรถึงจะสลัด ถึงจะละ ถึงจะขัดเกลาอกุศลธรรมที่กำลังครอบงำอยู่ได้ มีหนทางเดียวเท่านั้น คือ เจริญกุศลทุกประการ ถ้าขณะนั้นไม่ใช่โอกาสของทาน แต่เป็นเรื่องที่จะต้องสงเคราะห์ช่วยเหลือ ช่วยเหลือทันที สงเคราะห์ทันที ขณะนั้นเป็นกุศลจิต มิฉะนั้นแล้ว ขณะนั้นอกุศลธรรมครอบงำได้ เพราะปัจจัยของอกุศลย่อมมีอยู่พร้อมเสมอ จะเกิดขึ้นเมื่อใดก็ได้

~ถ้าขณะใดประสบพบผู้ที่กำลังทุกข์ยาก เดือดร้อนและมีจิตใจอ่อนโยน มีความเป็นมิตรต้องการที่จะเกื้อกูล  ขณะนั้นจิตที่ปราศจากโลภะ ไม่ตระหนี่ แล้วก็สละวัตถุเพื่อประโยชน์สุขของคนอื่น ขณะนั้นเป็นบุญ

~พระธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทั้งหมด  เพื่อที่จะได้ให้ผู้ฟังพิจารณาว่าสิ่งใดเป็นคุณเป็นประโยชน์   สิ่งใดเป็นโทษ  แล้วละสิ่งที่เป็นโทษ   แล้วก็ขัดเกลาอัธยาศัยในสิ่งที่เป็นคุณ   จนกระทั่งเป็นอัธยาศัยของผู้นั้นจริงๆ  

~ถ้าสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ก็ตาม  ไม่เกื้อกูลที่จะให้ปัญญาเกิด และกุศลทั้งหลายเกิด   ขณะนั้นก็เป็นสิ่งที่ไม่มีประโยชน์ และการที่จะเกื้อกูลแต่ละบุคคล  เกื้อกูลให้เขาฟังพระธรรม  ศึกษาพระธรรมให้เข้าใจและปัญญาของเขาเอง  จะทำให้อกุศลของเขาค่อยๆลดคลายลง

~จิต ที่สะสมมา มากไปด้วยอกุศลเพียงใด เพราะฉะนั้น ถ้าสามารถที่จะเป็นกุศลได้ บ่อยขึ้น เพิ่มขึ้นไม่ว่าด้วยประการใดๆทั้งสิ้น  ขณะนั้น ก็เป็นประโยชน์

~ทำอะไรอะไรก็ตาม  ที่เป็นกุศล  โดยไม่หวัง   เพราะรู้ว่าเป็นการขัดเกลาอกุศล

~พระธรรมจะนำไปสู่ความเข้าใจที่ถูกต้อง  เพราะปัญญารู้ว่าขณะนั้นแต่ก่อนนี้เคยเป็นคนที่ไม่สนใจที่จะทำดีเลย  แต่พอได้ฟังพระธรรมแล้ว  ก็เข้าใจว่า ถ้าไม่ทำดี ขณะนั้นก็เป็นอกุศล

~เพราะได้เข้าใจพระวินัย และเข้าใจพระธรรมด้วย ก็ทำให้สามารถที่จะเกื้อกูลบุคคลอื่นไม่ให้ผิดยิ่งไปกว่านี้

~การที่จะรักษาพระศาสนาไว้ได้ ต้องเริ่มจากบุคคลซึ่งเป็นผู้ฟังพระธรรม คนที่ไม่เข้าใจพระธรรมหรือไม่ฟังพระธรรม ไม่ใช่ผู้ที่จะดำรงพระศาสนา แต่แม้กระนั้นในขณะที่ฟังพระธรรมจะดำรงพระสัทธรรมไว้ได้อย่างไร ต้องเป็นผู้ที่เข้าใจพระธรรมที่ได้ฟัง

~พระพุทธศาสนา จะดำรงอยู่ได้ ไม่อันตรธาน(ไม่เสื่อมสูญ,ไม่สูญสิ้นไป) เมื่อมีคนที่เข้าใจธรรม แล้วก็กล่าวคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อให้คำของพระองค์ดำรงอยู่ต่อไปที่จะให้คนอื่นได้เข้าใจด้วย

~ความเข้าใจจะค่อยๆมั่นคงขึ้น โดยไม่ขาดการฟังพระธรรม เพราะว่าขณะใดที่ไม่ฟัง เราก็คิดถึงเรื่องอื่น ทันที

~การเป็นคนดี และการเข้าใจธรรมซึ่งจะทำให้คนเป็นคนดีขึ้น เป็นการตอบแทนพระคุณบิดามารดา

~เห็นคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ไม่ทรงเว้นเพียงสิ่งที่เล็กน้อยที่สุดที่จะเป็นโทษเป็นภัย ก็ได้กล่าวให้ชัดเจนว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ควรละ สำหรับเพศบรรพชิตก็ต้องขัดเกลากิเลสยิ่งกว่าเพศของคฤหัสถ์

~การบวชเป็นเรื่องของแต่ละบุคคลที่สะสมมาต่างๆกัน  
เพราะฉะนั้น ถ้าไม่มีอุปนิสัยที่จะสละทั่ว บวชไม่ได้ เพราะเหตุว่า บวชต้องสละทั่ว และต้องประพฤติตามพระวินัยที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบัญญัติด้วยพระองค์เอง ว่า เป็นการขัดเกลากิเลส ด้วยความเข้าใจธรรมในเพศของบรรพชิต ซึ่งต่างกับเพศคฤหัสถ์

~แม้ว่าจะไม่ได้ทำกุศลนั้นเอง   แต่ใครก็ตามที่ทำกุศล      เกิดกุศลจิต
อนุโมทนา(ชื่นชมยินดีในความดีของผู้อื่น)ไหม? ยินดีด้วยที่เขาได้ทำกุศล เพราะฉะนั้น ก็ให้ทราบว่ากุศล นอกจากจะทำเองแล้ว  แม้ไม่ได้ทำ(ด้วยตัวเอง) แต่ยินดีในการที่คนอื่นกระทำ ขณะนั้นก็เป็นกุศล  เพราะฉะนั้น ที่อุทิศส่วนกุศล อุทิศ แปลว่า เจาะจงจะให้ใคร ถ้าเป็นญาติที่สิ้นชีวิตแล้วบุคคลนั้นเกิดแล้วสามารถที่จะรู้ได้ เขาก็ยินดีที่ญาติยังระลึกถึงแล้วก็ทำสิ่งที่ดีเพื่อให้เขาได้เกิดอนุโมทนา   เพราะฉะนั้น ขณะใดก็ตามที่อนุโมทนา กุศลก็เป็นของผู้อนุโมทนา.

 

ขอเชิญคลิกอ่านย้อนหลังครั้งที่ผ่านมาได้ที่นี่ครับ

 ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม  ... ครั้งที่ ๓๗๖



...กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ 
ที่เคารพยิ่ง
และขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...  



  ความคิดเห็นที่ 1  
 
j.jim
j.jim
วันที่ 11 พ.ย. 2561

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
ใหญ่ราชบุรี
ใหญ่ราชบุรี
วันที่ 11 พ.ย. 2561

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
มกร
มกร
วันที่ 11 พ.ย. 2561

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
s_sophon
วันที่ 12 พ.ย. 2561

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
jaturong
วันที่ 12 พ.ย. 2561

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
วรศักดิ์
วรศักดิ์
วันที่ 12 พ.ย. 2561

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
mammam929
mammam929
วันที่ 12 พ.ย. 2561

กราบอนุโมทนากุศลจิตที่ท่านอาจารย์เมตตาเกื้อกูลด้วยพระธรรมคำจริงให้เข้าใจถูกเห็นถูกต้องตามเป็นจริงค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
panasda
วันที่ 14 พ.ย. 2561

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
kukeart
kukeart
วันที่ 18 พ.ย. 2561

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ