Print 
พระพุทธศาสนากับความมั่นคงของชาติ
 
khampan.a
khampan.a
วันที่  30 ต.ค. 2561
หมายเลข  30216
อ่าน  525

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น



ประมวลสาระสำคัญ

จากการสนทนาธรรม
ที่โรงเรียนรักษาความปลอดภัย  
ศูนย์รักษาความปลอดภัย
กองบัญชาการกองทัพไทย
วันอังคารที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๑









~ถ้ากล่าวว่า พระพุทธศาสนากับความมั่นคงของชาติ ก็ต้องเป็นผู้ที่เห็นความสำคัญของความมั่นคงของชาติ เพราะเหตุว่า ชาติก็คือคนที่อยู่รวมกัน แล้วก็ประเทศชาติก็คือทุกคนได้เป็นคนดีจึงจะมีความมั่นคงได้ ไม่ใช่เราพูดลอยๆว่าประเทศชาติมั่นคง แต่มั่นคงด้วยอะไร ถ้าไม่ใช่มั่นคงด้วยความดีจะมั่นคงได้ไหม   ถ้าทุกคนไม่ดีหมดเลยทั้งชาติ  ไม่มั่นคงแน่

~ถ้าไม่มีความเข้าใจว่า อะไรถูกอะไรผิด  ประเทศชาติจะมั่นคงได้ไหม "เห็นผิด  เป็นถูก  เห็นความทุจริตต่างๆว่าเป็นสิ่งที่ควรทำ" ประเทศชาติมั่นคงไม่ได้เลย 

~คำของพระสัมมาสัมพระเจ้า ทุกคำ เป็นคำจริง เป็นประโยชน์ทุกกาลสมัย ซึ่งไม่เคยมีใครคิดเลยว่าคำของพระองค์สามารถที่จะแก้ไขทุกปัญหา ทุกสถานการณ์ ที่โลกวุ่นวายและก็ไม่มั่นคง ก็เพราะเหตุว่าไม่ได้พึ่งคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

~คนไม่ดี ไม่ทำให้ชาติมั่นคงแน่ แต่ทำไม ทุกวันนี้ มีคนไม่ดีทั่วทุกหนทุกแห่งทุกวงการ? เพราะไม่ได้มีคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง ด้วยเหตุนี้ถึงเวลาหรือยังที่เราจะรู้ว่า ชีวิตทั้งหมดของแต่ละคน ซึ่งรวมกันแล้วเป็นประเทศชาติ จะแก้ไขให้ดีขึ้นได้อย่างไร ก็ต้องด้วยคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

~บุคคลในสวรรค์หรือในพรหมโลก ก็ยังต้องลงมาเข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แสดงให้เห็นถึงพระปัญญาคุณ ว่า สามารถที่จะอำนวยประโยชน์และความสุขให้กับชาวโลก ไม่ว่าจะเป็นโลกไหนทั้งสิ้น ด้วยเหตุนี้ เราได้ยินคำว่า พระพุทธศาสนา แต่เรามีความเข้าใจน้อยมาก ไม่รู้เลยว่าพระพุทธศาสนาที่แท้จริง คืออะไร  พระพุทธศาสนา ไม่ใช่พิธีกรรม

~ถ้าเหตุไม่ดี  ผลดี ไม่ได้,  ถ้าเหตุ เป็นความไม่รู้  ทำทุกอย่างด้วยความไม่รู้ว่าอะไรดี อะไรชั่ว   ผล จะดีได้อย่างไร

~มีใครเป็นที่พึ่งที่สูงสุดในชีวิต ซึ่งไม่มีทางที่จะผิดเลย ผู้นั้น คือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะฉะนั้น เมื่อได้ยินคำว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้า  มีความเคารพในคำของพระองค์ที่ทรงแสดงเพื่อประโยชน์ทั้งหมดตลอด ๔๕ พรรษา คำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทุกคำ เป็นไปเพื่อประโยชน์ต่อทุกคน  

~คำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทุกคำ   จากความไม่รู้ ทำให้เกิดความเข้าใจสิ่งที่ไม่เคยรู้มาก่อน  และก็มีความเข้าใจเพิ่มขึ้น จนกระทั่งสามารถได้รับประโยชน์จากการที่ได้ฟังคำของพระองค์

~ไม่มีใครที่จะมีความหวังดีเป็นมิตรพร้อมที่จะเกื้อกูลเท่ากับพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ข้อความในพระไตรปิฎกก็แสดงชัดเจน ว่า มิตรคือบุคคลผู้ที่หวังดีที่สุด ไม่มีใครเปรียบได้เลยเหนือกว่ากัลยาณมิตรใดๆทั้งสิ้น ก็คือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า   พระธรรมทุกคำของพระองค์ เป็นที่พึ่ง 

~เหตุที่ไม่ดี เกิดแล้ว จะนำมาซึ่งผลที่ไม่ดีในวันหนึ่ง ซึ่งไม่มีใครสามารถที่จะรู้ได้ว่า ผลที่จะเกิดขึ้นนั้น จะมาในลักษณะใด  ซึ่งไม่มีใครชอบ

~ถ้าไม่ชอบผลที่ไม่ดี  ก็ต้องทำเหตุที่ดีเท่านั้น

~ควรจะเป็นคนดีไหม?  แค่นี้ เคยคิดบ้างไหม ว่า ในวันหนึ่งๆ เราเห็นคนไม่ดี คนชั่ว คนทำทุจริตมากมาย จะเป็นอย่างนั้นไหม? และใครก็จะมารับผิดชอบแทนเรา ไม่ได้  

~เกิดมาแล้วก็ต้องตาย ชีวิตแสนสั้น แต่ว่า ตลอดชีวิตได้กระทำเหตุที่ไม่ดี ซึ่งผลต้องเกิดตามมาแน่นอน แต่เมื่อไหร่เราไม่สามารถที่จะรู้ได้ ต่อเมื่อใดเรารู้ว่าอะไรเป็นเหตุ อะไรเป็นผล เราก็จะค่อยๆมั่นคงในความดีเพิ่มขึ้น  แล้วใครจะบอกเรา นอกจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ทรงแสดงความจริงทุกอย่างโดยละเอียดยิ่ง

~เริ่มไตร่ตรอง เพราะว่า เป็นปัญญาของแต่ละคน ไม่ใช่ให้เชื่อ แต่ให้คิดพิจารณาไตร่ตรอง  นี่คือ มรดกที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงประทานให้ผู้ที่ฟังพระธรรม ได้เกิดสิ่งที่มีค่าที่สุด คือ ความเข้าใจถูกต้อง    ถ้าไม่เคยได้ยิน ก็ไม่เคยเข้าใจมาก่อน

~หนึ่งขณะที่สิ่งใดมีในขณะนี้ สิ่งนั้นจริง  เช่น  เห็น จริง เมื่อกำลังเห็น ถ้าไม่เห็นแล้ว ดับไปแล้ว หมดแล้ว เมื่อเห็นแล้ว ดับแล้ว อยู่ไหน จะตามหาที่ไหนในโลกไหน ก็ไม่มี เพราะฉะนั้น  ให้รู้ความจริงว่า สิ่งที่กำลังมีจริงๆ เดี๋ยวนี้ เป็นความจริงแท้ที่เกิดขึ้นแล้วก็ดับไปแล้วไม่กลับมาอีก รู้ความจริงของสิ่งที่กำลังมีจริงๆ   นั่นแหละ เป็นปัญญา

~คำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกคำ ไม่ผิด แล้วก็ทำให้เข้าใจในเหตุในผล ชัดเจน

~พระพุทธศาสนา สอนให้คนรู้จักความจริงถึงที่สุด สิ่งใดที่ถูก ก็ถูก สิ่งใด ที่ดี  ก็ดี สิ่งใด ที่เลว ก็เลว  ไม่ปะปนกัน เพราะฉะนั้น ถ้ามีความเข้าใจในโทษของความไม่ดี  มีหรือที่คนที่รู้ความจริงแล้วจะทำชั่ว  

~ปัญหาใดๆทั้งหมด  ถ้าเอาความไม่รู้ไปแก้ ไม่มีทางสำเร็จ  มีอะไรที่สำเร็จบ้างที่พยายามแก้กัน   แต่ถ้าแต่ละคน ก็คือ แต่ละหนึ่งซึ่งเป็นคนในชาติ มีความเข้าใจที่ถูกต้องมากขึ้น นั่นคือ ทางที่จะแก้ไข จากความไม่รู้เป็นความรู้ซึ่งเมื่อคนในชาติเข้าใจมากขึ้น ทำความดีมากขึ้น ประเทศชาติจึงมั่นคงได้

~คำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกคำ ทำให้ค่อยๆ มีความเห็นที่ถูกต้อง เกิดปัญญา มีความรู้ ว่า อะไรถูก อะไรผิด อะไรควรหรือไม่ควร  ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง  เพราะว่า ถ้าหลงเข้าใจ ว่า สิ่งที่ไม่ดี เป็นสิ่งที่ดี คนนั้นก็ทำชั่ว ซึ่งไม่เป็นประโยชน์ใดๆ เลย

~
คนที่จะเข้าใจความจริง  ต้องเป็นผู้ตรง  เพราะว่า  ความจริง ตรง
ความจริงเปลี่ยนไม่ได้  ดี คือ ดี  ชั่ว คือ ชั่ว

~คนที่เป็นเพื่อนดี ต้องพร้อมที่จะให้สิ่งที่ดีกับคนอื่น พร้อมที่จะให้ความเข้าใจถูกความเห็นถูก เราจะไม่ให้สิ่งที่ผิดเลย พระสัมพุทธเจ้าทรงเป็นยอดของกัลยาณมิตร ไม่มีใครที่จะเป็นผู้ที่หวังดีเกินกว่าพระองค์ เพราะฉะนั้น ความหวังดีของพระองค์ทรงแสดงพระธรรมตลอด ๔๕ พรรษา  เพราะฉะนั้น เราหวังดีเมื่อเราเห็นคนที่เข้าใจผิดไม่เข้าใจธรรม ก็ให้เขาได้เข้าใจถูกต้อง ว่า สิ่งนั้นถูกหรือผิด    ต้องเป็นคนตรง ถ้าไม่ตรง แก้ปัญหาไม่ได้ ไม่มีทางที่ประเทศจะมั่นคงได้

~
ถ้าเราไม่ดีคนหนึ่ง แล้วคนอื่นก็ไม่ดีคนหนึ่ง ไม่ดีคนหนึ่งไปเรื่อยๆ ทั้งประเทศ ก็ไม่ดี  เพราะฉะนั้น   ถ้าเราเริ่มมีความเข้าใจธรรมและเป็นคนดี ค่อยๆ เพิ่มขึ้น ก็ยังดีกว่าไม่แก้ไขเลย

~พระธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เท่านั้น ที่จะเป็นที่พึ่งให้เป็นคนดี ไม่ใช่เฉพาะชาตินี้ชาติเดียว  ยังรวมถึงชาติต่อๆไปอีกในสังสารวัฏฏ์ เพราะว่า ส่วนใหญ่ เราคิดง่าย คิดสั้นเฉพาะชาตินี้ ทำไมไม่คิดถึงโครงการสังสารวัฏฏ์ ที่จะเป็นคนที่จะต้องเป็นคนดีต่อไป

~บุญคือขณะที่กุศลจิต สภาพธรรมที่ดีงามเกิดขึ้น  โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ ความเห็นถูกความเข้าใจถูกในคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นี้ เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะเหตุว่า ถ้าเข้าใจผิด ก็เป็นการทำลายคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  เพราะคำไม่จริง ทำลายคำจริง.



ขอเชิญคลิกชมวีดีโอสนทนาธรรมบางช่วงบางตอน
ได้ที่หัวข้อด้านล่างนี้ครับ


พระพุทธศาสนากับความมั่นคงของชาติ

หรือที่ยูทูปด้านล่างนี้ก็ได้ซึ่งเป็นเนื้อหาเดียวกันครับ



...กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์

ที่เคารพยิ่ง
และอนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆท่านครับ...


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
mammam929
mammam929
วันที่ 30 ต.ค. 2561 20:46 น.

กราบขอบพระคุณและกราบอนุโมทนากุศลจิตในการกล่าวคำจริงเกื้อกูลให้ผู้ฟังได้เข้าใจถูกต้องค่ะ สาธุ ๆๆ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
panasda
วันที่ 30 ต.ค. 2561 21:30 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
ประสาน
วันที่ 31 ต.ค. 2561 05:55 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
Selaruck
Selaruck
วันที่ 4 พ.ย. 2561 15:03 น.

ผู้มีโอกาสได้ฟังและได้เข้าใจแม้เพียงหนึ่งคำ ก็ต้องนับว่ามีบุญอันมหาศาล 

"รู้ความจริงของสิ่งที่มีที่กำลังมีจริงๆ นั่นแหละเป็นปัญญา"

กราบแทบเท้าระลึกถึงคุณท่านอาจารย์สุจินต์ด้วยเกล้า กราบอนุโมทนากับทุกท่านค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
ปาริชาตะ
ปาริชาตะ
วันที่ 4 พ.ย. 2561 18:59 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ