แก้ปัญหาชีวิตคู่และแต่ละคนด้วยการเข้าใจชีวิตตามพระธรรม
 
paderm
paderm
วันที่  23 ก.ย. 2561
หมายเลข  30111
อ่าน  1,834

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

แก้ปัญหาชีวิตคู่และแต่ละคนด้วยการเข้าใจชีวิตตามพระธรรม

ท่าน อ.สุจินต์...อย่างเมื่อวานนี้ก็มีคำถามที่มีผู้ถามว่าสามีไม่ดีต่างๆ และก็ไม่ดูแลลูก ก็ยังคงมีปัญหาอีกเยอะแยะ ขณะนั้นถ้าคิดจริงๆ ขณะที่คิดอย่างนั้นจิตเป็นกุศลหรือเป็นอกุศล แม้แต่ความคิดเกิดแล้วตามเหตุตามปัจจัย มีการคิดถึงความไม่ดีของคนอื่น ประโยชน์อยู่ที่ไหน ประโยชน์กับสามีก็ไม่มีเลยในขณะที่เรากำลังคิดถึงความไม่ดีของสามี และประโยชน์กับตัวเองขณะนั้นก็ไม่สบายใจสะสมไปด้วยความไม่รู้โดยการยึดถือเหมือนกับว่าจะต้องเป็นสามีกันไปทุกชาติ แต่ความจริงไม่ใช่เลย เพียงชาติเดียวและก็อาจจะไม่นานด้วยสำหรับแต่ละชีวิต เพราะฉะนั้น ก็เป็นสิ่งซึ่งเราจะเห็นได้ว่าถ้ามีปัญญาเกิดขึ้นหรือมีความเข้าใจเกิดขึ้นระหว่างโทสะกับเมตตา ความโกรธกับความไม่โกรธ อย่างไหนมีประโยชน์กับใคร กับตัวเองนี่แน่นอนใช่ไหม ถ้าเทียบว่าขณะนั้นไม่ดีเลย เป็นจิตที่ไม่ดีจะทำให้กาย วาจาไม่ดี ทุกอย่างไม่ดีต่อไปอีกมากทีเดียว

ก็จะเห็นได้ว่าถ้าเมตตาซึ่งตรงกันข้ามซึ่งเป็นสิ่งที่สะสมได้ มีความเป็นมิตร มีความเข้าใจ มีความเห็นใจว่าแต่ละคนก็ไม่สามารถที่จะมีใครไปเปลี่ยนแปลงการสะสมได้ แม้พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ทรงแสดงพระธรรมตามความเป็นจริงโดยละเอียดมาก มายที่แม้แต่ว่าขณะนั้นแต่ละชีวิตที่ต่างกันไปเพราะกรรมต่างกัน ซึ่งบางคนก็จะเห็นได้ว่าการศึกษาชีวิตก็พิจารณาชีวิตของตัวเองหรือบุคคลใกล้ชิด หรือชีวิตต่างๆ ที่ได้ยินก็จะเห็นความหลากหลาย บางคนเป็นคนสวยมากและก็ดีมากแต่สามีก็ไม่รัก เป็นไปได้ยังไง ลองคิดดู ถ้าไม่มีเหตุที่จะให้เป็นอย่างนั้น เพราะฉะนั้น ทุกอย่างมีเหตุที่จะทำให้เกิดขึ้นเป็นไปในแต่ละชีวิตที่ต่างกัน แต่ก็ต้องเข้าใจจริงๆ ถึงสภาพของจิตและก็สามารถที่จะรู้ได้ว่าขณะนั้นเป็นอะไร ถ้าเป็นอกุศลเกิดขึ้นรู้ได้ เปลี่ยนได้ ถ้ามีความเข้าใจที่ถูกต้องเป็นเหตุให้เกิดกุศลแทนอกุศล

ระหว่างโกรธกับเมตตาคนอื่น อย่างไหนจะดีกว่ากัน โกรธเขาก็ว่าเขา ก็คิดร้ายต่อเขา ทำอะไรต่างๆ แต่ถ้าเมตตาตรงกันข้ามเลย เริ่มจากเห็นใจ เข้าใจ กายดี วาจาดี มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีความเกื้อกูล นี่คือประโยชน์ของพระธรรม แต่ต้องเข้าใจสภาพธรรมไม่ใช่เพียงแต่ชื่อ เพราะฉะนั้นก็มีสภาพธรรมที่ตรงกันข้ามกัน โลภะกับอโลภะ โทสะกับอโทสะ โมหะกับปัญญา

นี่ก็เป็นสิ่งซึ่งสามารถที่จะค่อยๆ พิจารณาค่อยๆ อบรมเป็นความรู้ขึ้นจนกระทั่งสามารถที่จะเข้าถึง ลักษณะของสภาพธรรมที่ไม่ใช่ตัวตนจนกระทั่งรู้จริงๆ ว่าไม่มีเราเลย มีแต่สภาพธรรมแต่ละอย่างซึ่งเกิดเพราะมีเหตุปัจจัย ถ้าดับเหตุปัจจัยหมด พระโสดาบันบุคคลไม่มีความเห็นผิดเลย พระสกทาคามีแม้ว่าจะมีความติดข้องในรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ก็เบาบาง พระอนาคามีแม้เห็นแม้ได้ยินก็ไม่มีความติดข้องในรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ พระอรหันต์ไม่มีกิเลสใดๆ เลยทั้งสิ้น ซึ่งพระธรรมที่ทรงแสดงจะอุปการะให้เกิดความรู้ ความเห็นถูก ตั้งแต่ความเป็นปุถุชนถึงความเป็นกัลยาณปุถุชน ถึงความเป็นพระอริยะจนกระทั่งเป็นพระอรหันต์ที่ดับกิเลสได้ แต่ต้องเข้าใจ ไม่ใช่เพียงแต่ไปจำคำหรือไปจำชื่อ หรือไปคิดถึงคำ

ขออนุโมทนา

ศึกษาธรรมเพิ่มเติมได้ที่ www.dhammahome.com

โดย มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา


  ความคิดเห็น 1  
 
มกร
มกร
วันที่ 23 ก.ย. 2561

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็น 2  
 
panasda
วันที่ 23 ก.ย. 2561

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็น 3  
 
napapongsumran
napapongsumran
วันที่ 23 ก.ย. 2561

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็น 4  
 
mammam929
mammam929
วันที่ 23 ก.ย. 2561

กราบอนุโมทนากุศลจิตทุกขณะที่เกื้อกูลให้ได้ศึกษาพระธรรมที่ถูกตรงตามที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ดีแล้วค่ะ สาธุ

 
  ความคิดเห็น 5  
 
ศรีวะรมย์จินดา
ศรีวะรมย์จินดา
วันที่ 24 ก.ย. 2561

ขอบคุณทุกท่านที่ทำให้ ธัมมะนี้เกิดขึ้น  ดิฉันช่วยขยายต่อๆ ๆ ๆ ช่วยมนุษย์โลกต่อไป

 
  ความคิดเห็น 6  
 
Komsan
วันที่ 23 ต.ค. 2561

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็น 7  
 
chatchai.k
chatchai.k
วันที่ 25 ก.ค. 2563

ขออนุโมทนาครับ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ