เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนา อย่างไรจึงไม่เกิดอกุศล
 
pdharma
pdharma
วันที่  21 ธ.ค. 2559
หมายเลข  28459
อ่าน  985

ขอเรียนถามว่า ควรเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนา ภิกษุผู้กระทำผิดพระวินัยอย่างไร จึงไม่เกิดอกุศล เช่น ถ้าผู้พูดอยากให้ผู้อื่นได้รับกรรมก็เป็นอกุศลจิต หรือ เมื่อพูดไป ผู้ศรัทธาอีกฝ่ายเกิดไม่พอใจ เป็นโทสะขึ้นมาอีก กลายเป็นว่าผู้พูดไปใส่ร้ายเขา

ใคร่ขอคำแนะนำด้วยครับ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 21 ธ.ค. 2559 14:18 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

     ผู้ที่เข้าใจพระธรรมถูกต้องตามความเป็นจริง ย่อมเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนา ด้วยจิตอนุเคราะห์ต่อบุคคลนั้น เพื่อให้เห็นโทษตามความเป็นจริง และเพื่อดำรงไว้ซึ่งคำสอนที่ถูกต้องในพระพุทธศาสนา  ด้วยการแสดงสิ่งที่ถูกต้อง ปฏิเสธสิ่งที่บิดเบือนคำสอนและพระธรรมที่ผู้อื่นกล่าวแสดงผิด และ กระทำในสิ่งที่ผิด  ส่วนบุคคลอื่น ภิกษุอื่นที่จะรับฟังแล้ว จะเกิด อกุศล กุศลนั้น ก็ตามแต่การสะสม อนัตตา เพราะเหตุว่า ไม่มีใครสามารถบังคับใจใครได้ ในสมัยพุทธกาล คฤหัสถ์ผู้มีปัญญา เป็นบัณฑิต เมื่อเห็นการกะทำของภิกษุไม่ดี ย่อมรู้ว่านั่นคือ ความไม่ดี จึงเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาด้วยจิตอนุเคราะห์ หวังดี เพื่อให้ณุ้ว่าเป็นโทษ ภิกษุนั้นจะได้ประพฤติสิ่งที่ถูกต้อง รวมทั้งพระพุทธเจ้า ก็เพ่งโทษ ติเตียน ภิกษุผู้กระทำไม่ดี   ดั่งเช่น ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงพระธรรม กล่าวติเตียน ท่านพระเทวทัต ว่า โมฆบุรุษ และ อื่นๆ แต่ พระเทวทัตเมื่อได้รับฟัง ก็เกิดความพยาบาท เกิด อกุศลร้ายแรง แม้แต่คำของพระพุทธเจ้าตักเตือน เพราะฉะนั้น ก็เป็นเรื่องของแต่ละใจ สำคัญที่ว่า จะดำรงพระพุทธศาสนา ชี้โทษด้วยจิตอนุเคราะห์และเพื่อรักษาพระธรรมวินัยไว้ ครับ 

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ - หน้าที่ 290

     วินิจฉัยในบทว่า วชฺชทสฺสิน ภิกษุผู้ชี้โทษมี ๒ จำพวก คือ ภิกษุคอยแส่หาโทษ ด้วยคิดว่า "เราจักข่มภิกษุนั้นด้วยมารยาทอันไม่สมควร หรือด้วยความพลั้งพลาดอันนี้ในท่ามกลางสงฆ์"  ดังนี้ จำพวก๑  ภิกษุผู้ดำรงอยู่แล้วตามสภาพ ด้วยสามารถแห่งการอุ้มชูด้วยการแลดูโทษนั้นๆ เพื่อประโยชน์จะให้รู้สิ่งที่ยังไม่รู้ เพื่อต้องการจะได้ตามถือเอาสิ่งที่รู้แล้ว เพราะความเป็นผู้ปรารถนาความเจริญแห่งคุณมีศีล เป็นต้น แก่นั้น จำพวก๑

 

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕ - หน้าที่ 319                  

ข้อความบางตอนจาก  คันธารชาดก

      [๑๐๔๗]   ผู้ถูกตักเตือน  จะแค้นเคืองหรือไม่แค้นเคืองก็ตามเถิด จะเขี่ยทิ้งเหมือนโปรยแกลทิ้งก็ตาม เมื่อเขากล่าวคำเป็นธรรมอยู่ ขึ้นชื่อว่าบาปย่อมไม่เปรอะเปื้อน. 

ขอเชิญรับชมการสนทนาเรื่อง เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาได้ที่นี่ครับ

ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 21 ธ.ค. 2559 17:20 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ขอเชิญคลิกฟังเพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ

พระธรรมวินัย ๐๐๗

...อนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
Tommy9
Tommy9
วันที่ 22 ธ.ค. 2559 06:47 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
ํํญาณินทร์
ํํญาณินทร์
วันที่ 22 ธ.ค. 2559 10:56 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
Lertchai
Lertchai
วันที่ 22 ธ.ค. 2559 14:44 น.

ขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
pdharma
pdharma
วันที่ 24 ธ.ค. 2559 17:00 น.

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
ประสาน
วันที่ 25 ธ.ค. 2559 05:39 น.

สาธุๆๆอนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆท่านครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
Nataya
วันที่ 19 ธ.ค. 2560 07:57 น.

กราบอนุโมทนาค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ