สสังขาริกและอสังขาริก

 
papon
วันที่  2 ก.พ. 2558
หมายเลข  26127
อ่าน  4,522

เรียน อาจารย์ทั้งสองท่าน

"สสังขาริกและอสังขาริก" ขอความอนุเคราะห์อาจารย์ช่วยกรุณาให้อรรถาธิบายเกี่ยวกับสองคำนี้ด้วย ครับ

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาครับ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
วันที่ 2 ก.พ. 2558

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

อสังขาริก

อ (ไม่มี) + สงฺขาริก (การปรุงแต่ง การชักชวน)

ไม่มีการชักชวน หมายถึง สภาพของจิตที่มีกำลัง เมื่อจะมีการกระทำสิ่งใด ไม่ต้องมีการชักชวนด้วยกาย หรือวาจาของบุคคลอื่น หรือชักชวนด้วยใจของตนเอง เพราะสภาพจิตมีกำลังที่จะกระทำสิ่งนั้นๆ ด้วยความตั้งใจ เช่น ตั้งใจจะไปชมมหรสพ ถึงจะมีคนชักชวนหรือไม่ ก็ต้องไปอยู่แล้ว ขณะนั้นเป็นโลภมูลจิตที่เป็นอสังขาริก หรือตั้งใจที่จะใส่บาตรด้วยศรัทธา ขณะที่ตั้งใจแล้วก็ไปใส่บาตรนั้น เป็นกุศลจิตที่เป็นอสังขาริก

จิตที่เป็นอสังขาริกมีทั้ง ๔ ชาติ

อกุศลอสังขาริก มีโทษมากกว่า อกุศลสสังขาริก

กุศลอสังขาริก มีอานิสงส์มากกว่า กุศลสสังขาริก

สสังขาริก

ส (มี) + สงฺขาริก (การปรุงแต่ง การชักชวน)

มีการชักชวน หมายถึง สภาพของจิตที่มีกำลังอ่อน เมื่อจะมีการกระทำสิ่งใด อาจต้องมีการชักชวนด้วยกาย หรือวาจาของบุคคลอื่น หรือชักชวนด้วยใจของตนเอง โดยการใคร่ครวญพิจารณา เพราะสภาพจิตไม่มีกำลังที่จะกระทำสิ่งนั้นๆ หรือกระทำสิ่งนั้นๆ เหมือนกับไม่ตั้งใจ เช่น ไม่ตั้งใจจะไปชมมหรสพ แต่ถูกชักชวนคะยั้นคะยอให้ไป จึงไปชมด้วยโลภะเพราะขัดไม่ได้ หรือไม่ได้ตั้งใจที่จะใส่บาตร แต่ถูกผู้ใหญ่ใช้ให้ทำ ก็ทำด้วยกุศลจิตที่อาจจะไม่เต็มใจนัก เป็นต้น

จิตที่เป็นสสังขาริกมีทั้ง ๔ ชาติ อกุศลสสังขาริก มีโทษน้อยกว่า อกุศลอสังขาริก กุศลสสังขาริก มีอานิสงส์น้อยกว่า กุศลอสังขาริก

เชิญคลิกอ่านที่นี่ ครับ

ความจริงแห่งชีวิตตอนที่ ๑๓๖ จิตตสังเขป (อสังขาริกจิต-สสังขาริกจิต)

ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
khampan.a
วันที่ 2 ก.พ. 2558

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

แสดงให้เห็นถึงความเป็นจริงของสภาพธรรม ที่เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของใครทั้งสิ้น สภาพธรรมก็หลากหลายมาก พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้และทรงแสดงไปตามความเป็นจริงของสภาพธรรมนั้นๆ ลักษณะของสภาพธรรมแต่ละอย่างๆ ใครๆ ก็เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ประโยชน์จึงอยู่ที่ความเข้าใจสภาพธรรมที่มีจริงที่กำลังปรากฏตามความเป็นจริง ว่า เป็นธรรม ไม่ใช่เรา แม้แต่จิตที่มีกำลังกล้า (อสังขาริก) และมีกำลังอ่อน (สสังขาริก) ทั้งทางฝ่ายอกุศล และทางฝ่ายกุศล นั้น ก็เป็นธรรม ไม่ใช่เรา เป็นสภาพธรรมที่เกิดขึ้นเป็นไปตามเหตุตามปัจจัยจริงๆ ครับ

ขอเชิญคลิกฟังคำบรรยายของท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ได้ที่นี่ครับ

มีกำลังอ่อนต้องอาศัยการชักจูง - มีกำลังกล้าไม่ต้องอาศัยการชักจูง

...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
wannee.s
วันที่ 2 ก.พ. 2558

อสังขาริก เป็นจิตทีมีกำลัง ไม่ต้องมีใครมาชักชวนให้ทำกุศลหรืออกุศล ส่วนสสังขาริก เป็นจิตที่มีกำลังอ่อน ต้องมีการชักชวน ไม่ว่าจะทำกุศลหรืออกุศล ค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
ปวีร์
วันที่ 3 ก.พ. 2558

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับผม

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
ธุลีพุทธบาท
วันที่ 3 ก.พ. 2558

กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาอาจารย์ทั้งสองท่าน ครับ.

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
peem
วันที่ 4 ก.พ. 2558

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
chatchai.k
วันที่ 16 ม.ค. 2564

ขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
Jarunee.A
วันที่ 18 พ.ค. 2567

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ