ความไม่เคารพยำเกรงในสมาธิ
 
pdharma
pdharma
วันที่  1 ก.ย. 2557
หมายเลข  25443
อ่าน  758

จาก พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม ๒ หน้าที่ ๖๓๐ เรื่องสัทธรรมปฏิรูปกสูตร

[๕๓๔] ดูก่อนกัสสปะ เหตุฝ่ายต่ำ ๕ ประการเหล่านี้ ย่อมเป็นไปพร้อมเพื่อความ

ฟั่นเฟือน เพื่อความเลือนหายแห่งพระสัทธรรม เหตุฝ่ายต่ำ ๕ ประการเป็นไฉน? คือ

ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกาในธรรมวินัยนี้ ไม่เคารพยำเกรงในพระศาสดา ๑

ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกาในธรรมวินัยนี้ ไม่เคารพยำเกรงในพระธรรม ๑

ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกาในธรรมวินัยนี้ ไม่เคารพยำเกรงในพระสงฆ์ ๑

ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกาในธรรมวินัยนี้ ไม่เคารพยำเกรงในสิกขา ๑

ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกาในธรรมวินัยนี้ ไม่เคารพยำเกรงในสมาธิ ๑

เหตุฝ่ายต่ำ ๕ ประการเหล่านี้แล ย่อมเป็นไปพร้อมเพื่อความฟั่นเฟือน เพื่อความ

เลือนหายแห่งพระสัทธรรม.


เรียนถามว่า "ไม่เคารพยำเกรงในสมาธิ" เป็นอย่างไร และเหตุใดความไม่เคารพยำเกรงในสมาธิจึงสำคัญถึงขนาดต้องยกไว้เป็น ๑ ใน ๕ ข้อที่นำไปสู่ความเลือนหายแห่งพระสัทธรรม

ขอบพระคุณครับ



  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 1 ก.ย. 2557

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ในอรรถกถาสัทธรรมปฏิรูปกสูตร ท่านอธิบายข้อนี้ว่า ดังนี้ :-

     ผู้ไม่ยังสมาบัติ ๘ ให้เกิด หรือ ไม่ทำความเพียร  เพื่อความเกิดสมาบัติเหล่านั้น ชื่อว่าไม่มีความเคารพในสมาธิ..

     ส่วนผู้ใดยังสมาบัติ ๘ ให้เกิด หรือทำความเพียร เพื่อความเกิดสมาบัติเหล่านั้น ชื่อว่ามีความเคารพในสมาธิ.

     ซึ่งการเคารพในสมาธิยังมีอีกหลายนัย การที่ประพฤติ ปฏิบัติผิด ที่เป็นมิจฉาสมาธิ ชื่อว่า ไม่เคารพในสมาธิ   แต่การที่ประพฤติสัมมาสมาธิ  ขณะนั้น  ชื่อว่าเคารพในสมาธิ ซึ่งการเคารพในสมาธิจะมีไม่ได้เลย ถ้าปราศจากปัญญา ความเข้าใจ เพราะฉะนั้น ขณะใดที่ปัญญาเกิดรู้ความจริงในขณะนี้ว่าเป็นแต่เพียงธรรมไม่ใช่เรา ขณะนั้น ก็มีสมาธิด้วย เป็นสัมมาสมาธิ เพราะเกิดพร้อมปัญญา ชื่อว่าเป็นผู้เคารพในสมาธิแล้วในขณะนั้น ครับ

     พระพุทธศาสนา หมายถึง พระธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เกิดจากการตรัสรู้ของพระองค์ ที่กว่าจะได้ตรัสรู้นั้นพระองค์ต้อง บำเพ็ญพระบารมีตลอดระยะเวลาที่ยาวนานถึงสี่อสงไขยแสนกัป พระบารมีที่พระองค์ทรงบำเพ็ญมาทั้งหมดก็เพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่สัตว์โลกอย่างแท้จริง  ให้มีความเข้าใจถูก เห็นถูกในลักษณะของ  สภาพธรรมตามความเป็นจริง พร้อมทั้งน้อมประพฤติปฏิบัติตามจนกระทั่งถึงความเป็นผู้หมดจดจากกิเลสในที่สุด จะเห็นได้ว่าเมื่อพระองค์ทรงตรัสรู้แล้ว  พระองค์ทรงแสดงพระธรรมตลอด ๔๕ พรรษา  ทรงพร่ำสอนพุทธบริษัทบ่อย ๆ  เนือง ๆ  ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่า พระธรรมมีประโยชน์มาก     ทำให้ผู้ได้ฟังได้ศึกษามีความเข้าใจถูก   เห็นถูก   เป็นไปเพื่อขัดเกลาละคลายกิเลส  ดังนั้น  พระพุทธศาสนาเจริญ เพราะมีผู้เห็นประโยชน์  ได้ฟังได้ศึกษามีความเข้าใจถูกเห็นถูก  พร้อมทั้งน้อมประพฤติปฏิบัติตามด้วยความจริงใจ  พระธรรมย่อมไม่มีวันอันตรธานไปจากใจของผู้ที่ได้ฟัง ได้ศึกษาอย่างแน่นอน   แต่ที่จะเสื่อมหรือจะอันตรธานไปในที่สุดนั้น   ก็เพราะไม่มีผู้ศึกษา ไม่มีผู้เข้าใจ  ไม่มีผู้น้อมประพฤติปฏิบัติตามพระธรรม  ถ้าจะกล่าวตามความเป็นจริงแล้ว  สัตว์โลกผู้ที่ไม่เห็นประโยชน์ของพระธรรม  ย่อมเสื่อมจากพระพุทธศาสนา  คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่อยู่ในใจของสัตว์โลกเหล่านั้น  ซึ่งเป็นผู้ที่ไม่เห็นประโยชน์ของพระธรรม

     ดังนั้น      เหตุผลที่ยกแสดงว่า   การไม่เคารพยำเกรงในสมาธิ   เป็นไปเพื่อความอันตรธานของพระสัทธรรม  คือ  เพราะพุทธบริษัท ไม่ประพฤติปฏิบัติ ในสัมมาสมาธิที่มีปัญญา  ความเห็นถูกที่รู้ความจริง  ในขณะนี้ว่า  เป็นแต่เพียงธรรม  ไม่ใช่เรา  และเจริญสมถภาวนา  ในหนทางที่ผิดกัน และเข้าใจธรรมผิด ขณะนั้นก็เป็นมิจฉาสมาธิ  เมื่อนั้นก็ทำให้ พระพุทธศาสนา คือ คำสอนที่เป็นความเข้าใจถูก อันตรธานไปจากใจของบุคคลนั้น เพราะฉะนั้น พระพุทธศาสนาจึงอันตรธานไปจากใจของบุคคลที่เข้าใจธรรมที่ผิด มีการปฏิบัติสมาธิผิด ที่เป็นมิจฉาสมาธิ  การไม่เคารพยำเกรงในสมาธิ คือ ประพฤติมิจฉาสมาธิย่อมทำให้ ศาสนา ความเห็นถูก อันตรธานไปจากใจของบุคคลนั้น ครับ

     ถึงแม้ว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้า จะเสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว  แต่ก็ยังมีพระธรรมวินัยเป็นศาสดาแทนพระองค์  และในยุคนี้สมัยนี้  เป็นยุคที่พระธรรมยังดำรงอยู่  จึงควรอย่างยิ่งที่จะได้ศึกษา  เพราะยังไม่รู้  ก็จะต้องศึกษา เพื่อจะได้รู้ ได้สะสมความเข้าใจถูกเห็นถูกต่อไป มีโอกาสที่จะได้ฟังได้ศึกษา ก็ฟังก็ศึกษาต่อไป  สะสมความเข้าใจถูก เห็นถูกยิ่งขึ้น  ก่อนที่พระธรรมจะอันตรธาน  ครับ  ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 1 ก.ย. 2557

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

     ควรที่จะได้เข้าใจตั้งแต่ต้นว่า สมาธิ เป็นธรรมที่มีจริง สมาธิเป็นชื่อของเอกัคคตาเจตสิก ที่เกิดร่วมกับจิตทุกดวง สมาธิแบ่งเป็น ๒ ประเภท คือ มิจฉาสมาธิ ๑    สัมมาสมาธิ ๑   มิจฉาสมาธิ คือเอกัคคตาที่เกิดร่วมกับอกุศลจิต  สัมมาสมาธิเป็นเอกัคคตาที่เกิดร่วมกับจิตฝ่ายดี

     สัมมาสมาธิมีหลายระดับ  คือสมาธิที่เป็นไปในวัฏฏะและสมาธิที่นำออกจากวัฏฏะ  สมาธิที่เป็นฌานระดับขั้นต่างๆ  มีปฐมฌาน เป็นต้น เพียงเพื่อสงบระงับกิเลสประการต่าง ๆ  มีโลภะ เป็นต้น และทำให้เกิดในพรหมโลกเท่านั้นไม่สามารถพ้นจากทุกข์ได้

     สมาธิหรือเอกัคคตาเจตสิกที่เกิดร่วมกับองค์มรรคเป็นสมาธิที่นำออกจากวัฏฏะ กล่าวคือ การอบรมเจริญสติปัฏฐาน ๔   ซึ่งมีสมาธิเกิดร่วมด้วยทุกขณะเมื่อปัญญาเจริญขึ้น จนมีกำลังย่อมเป็นการทำกิจร่วมกันในอริยมรรค

     เพราะฉะนั้นแล้ว จึงสำคัญตั้งแต่เบื้องต้น คือ  การฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรม  ฟังในสิ่งที่มีจริงบ่อย ๆ เนือง ๆ   เพราะสิ่งที่ควรรู้ควรศึกษานั้นมีมาก   ถ้าไม่ศึกษาพระธรรมด้วยความละเอียดรอบคอบแล้ว ย่อมไม่ชื่อว่าเคารพในพระธรรม  เป็นเหตุให้เข้าใจผิด ปฏิบัติผิด  ความเข้าใจพระธรรมย่อมไม่มี    ครับ

...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 1 ก.ย. 2557

อบรมสมาธิ มิจฉาสมาธิ ไม่เคารพสมาธิ แต่ เข้าใจธรรม เกิดสติปัฏฐาน เคารพในสมาธิ ค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
thilda
thilda
วันที่ 1 ก.ย. 2557

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ