ละความเห็นแก่ตัวด้วยการทำดีและศึกษาพระธรรม
 
เมตตา
เมตตา
วันที่  19 ก.ค. 2555
หมายเลข  21435
อ่าน  918

การไม่ได้ฟังธรรมให้เข้าใจ ลักษณะของสภาพธรรม  แต่ละอย่าง  ตามความเป็น

จริง  เพราะอวิชชาความไม่รู้ความจริงจึงยึดถือสภาพธรรมเหล่านั้นว่า  เป็นตัวของเรา

ที่แท้เป็นเพียงนามธรรมและรูปธรรม (จิต เจตสิกและรูป) ที่เกิดดับสืบต่ออย่างรวดเร็ว

ตั้งแต่เกิดจนตายหาความเป็นเราไม่ได้เลย    สภาพธรรมที่เกิดขึ้นแล้วดับไป ไม่กลับ

มาอีก  หาสาระแก่นสารอะไรไม่ได้   เพราะความไม่รู้ความจริงแท้ๆ ก็ยึดมั่น ติดข้องใน

สิ่งซึ่งไม่มีสาระ  ทำอะไรก็เพื่อตัวตนของเรา  เห็นแก่ตัวตนนี้...    ปัญญาเท่านั้นที่จะ

คลายความยึดมั่นในสภาพธรรมว่าเป็นตัวตน ละคลายความเห็นแก่ตัว ก็มีหนทางเดียว

เท่านั้นคือ การฟังให้เข้าใจความจริงของสิ่งที่มีจริงที่กำลังปรากฏ  การอบรมเจริญสติ-

ปัฏฐาน   ระลึกรู้ลักษณะสภาพธรรมตามความเป็นจริง   เพื่อละคลายความเห็นผิดว่ามี

ตัวตน  มีเราที่จะทำ  แท้จริงไม่มีเราที่จะทำอะไรได้เลย      ฉะนั้นการศึกษาพระธรรมก็

ให้เข้าใจความจริงของสิ่งที่มีจริง  ฟังให้เข้าใจจนกว่าสติระลึกรู้ตรงลักษณะสภาพธรรม

แต่ละอย่างตามที่ได้ฟังมา  โดยไม่มีตัวเราที่จะจดจ้อง จนกว่าจะบรรลุถึงความเป็นพระ

โสดาบันดับความเห็นแก่ตัว  

เพราะฉะนั้นทำดีด้วยความเข้าใจจริงๆ  ก็ตรงกับสโลแกนของมูลนิธิก็คือ   ทำดี

และศึกษาพระธรรม  เพื่อคลายความไม่รู้  ละคลายกิเลส  ละคลายความเป็นตัวตน  ละ

คลายความเห็นแก่ตัว  เพราะว่าเข้าใจถูกเห็นถูกว่าไม่มีตัวตน  มีแต่ธรรม   ใครๆ ก็สอน

ให้ทำความดี  แต่มีเพียงพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้น  ที่สอนให้รู้ความจริงของ

สิ่งที่มีจริง   สิ่งที่มีจริงเกิดขึ้นแล้วต้องดับ  ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของใครได้เลย

ฟังให้เข้าใจความเป็นอนัตตา ของสภาพธรรมทั้งหลาย... นี่คือคำสอนของพระอรหัน-

ตสัมมาสัมพุทธเจ้า

ละการยึดถือสภาพธรรม  ละความเห็นแก่ตัว  ด้วยการทำดีและศึกษาพระธรรม   กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ อย่างยิ่งค่ะ


Tag  ทำดีและศึกษาพระธรรม อนัตตา เห็นแก่ตัว
  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 19 ก.ค. 2555

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

  ทำดี และ ศึกษาพระธรรมด้วยความเข้าใจว่า เป็นไปเพื่อละคลายกิเลส โดยไม่มี

ตัวตนที่จะพยายามจะทำ จะทำความดี มีตัวตนที่จะได้ปัญญา เพราะ ขณะที่เข้าใจ

พระธรรมว่าเป็นแต่เพียงธรรม ขณะนั้น เป็นความดี และ เป็นการละคลาย ความเห็น

แก่ตัว เพราะ เริ่มเข้าใจว่า ไม่มีตัวเรา มีแต่ธรรม ทำดี และ ศึกษาพระธรรม ด้วยความ

ละเอียด ก็จะทำให้เข้าใจว่าเป็นหน้าที่ของธรรม เมื่อเข้าใจดังนี้ ก็ใช้ชีวิตเป็นปกติใน

ชีวิตประจำวัน อกุศลเกิด ก็เป็นธรรมดา เห็นแก่ตัว มีตัวเราด้วย ตัณหา มานะ ทิฏฐิ

เกิดขึ้นเป็นธรรมดา และ กุศลเกิด ก็เป็นธรรมดา หนทางที่ถูกต้อง คือ เข้าใจความ

จริงของสภาพธรรมที่เกิดขึ้นว่า ไม่มีตัว ไม่มีเรา ไม่มีสัตว์ บุคคล จึงเป็นการอบรม

ปัญญาที่เป็นปกติในชีวิตประจำวัน และ เมื่อมีความเข้าใจถูกว่าธรรมเป็นอนัตตา ก็

ทำดี ตามเหตุปัจจัย ไม่มีการบังคับ และ ศึกษาพระธรรม ตามเหตุปัจจัย เมื่อไหร่สนใจ

ที่จะศึกษาเวลาไหนก็ศึกษาเวลานั้น คือ เหตุปัจจัยพร้อมเวลานั้น ไม่อยากจะศึกษา

สนใจ เวลาใด ก็เหตุปัจจัยเป็นอย่างนั้น เมื่อเข้าใจความเป็นธรรมดาของสภาพธรรม

ที่จะต้องอาศัยเหตุปัจจัยและเป็นอนัตตา จึงสามารถกล่าวได่้ว่า    ทำดี และ ศึกษา

พระธรรม ตามเหตุปัจจัย ครับ

   ขออนุโมทนาพี่เมตตา ที่นำธรรมข้อคิดดีๆ มาให้สหายธรรมได้เข้าใจกัน ครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
ผู้ร่วมเดินทาง
ผู้ร่วมเดินทาง
วันที่ 19 ก.ค. 2555

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาพี่เมตตา อาจารย์ผเดิม และทุกท่านครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
daris
วันที่ 19 ก.ค. 2555

กราบขอบพระคุณและขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 19 ก.ค. 2555

      ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

    ความเห็นแก่ตัว  เป็นอกุศลธรรม      ใครก็ตามที่ยังมีกิเลสอยู่ ก็ยังมีความเห็นแก่ตัว

แน่นอน เมื่อมีความรู้สึกว่าเป็นเราหรือว่าเป็นตัวตน ก็ย่อมมีความเห็นแก่ตัวมากกว่าที่จะ

เห็นแก่บุคคลอื่น เพราะฉะนั้นชีวิตประจำวันจึงมีความรักตัวและก็ทำทุกอย่างเพื่อตัวเอง

ด้วยความเห็นแก่ตัวในขณะใด ในขณะนั้นเป็นอกุศลทั้งหมด      ดังนั้น สภาพธรรมที่จะ

เป็นเครื่องขัดเกลาความเห็นแก่ตัว  ก็คือ กุศลธรรม ซึ่งเป็นธรรมฝ่ายดี   เพราะเหตุว่า

ทุกขณะที่กุศลธรรม (กุศลจิต และ โสภณเจตสิก)  เกิดขึ้นเป็นไปนั้น   จะไม่ปราศจาก

อโลภเจตสิก ซึ่งเป็นสภาพธรรมที่ไม่ติดข้อง  ไม่โลภ  เลย ขณะใดที่อโลภะเกิด ขณะ

นั้นละความเห็นแก่ตัว   ซึ่งจะตรงกันข้ามกับความติดข้องอย่างสิ้นเชิง      ดังนั้น  การ

ทำดี และศึกษาพระธรรม  จึงเป็นไปเพื่อขัดเกลาความเห็นแก่ตัวอย่างแท้จริง  จนกว่า

จะสามารถดับกิเลสได้ตามลำดับขั้น ครับ 

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาในกุศลจิตของพี่เมตตา และทุกๆ ท่านด้วยครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
เข้าใจ
เข้าใจ
วันที่ 19 ก.ค. 2555

กราบอนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
SOAMUSA
วันที่ 20 ก.ค. 2555

กราบอนุโมทนาสาธุค่ะ อาจารย์

   ทำดี และ ศึกษา พระธรรม ตามเหตุปัจจัย

เห็นด้วยกับอาจารย์paderm อย่างที่สุดค่ะ เพราะการสะสมของแต่ละท่าน

ไม่เหมือนกัน นับได้ว่าต่างกันมาก บางท่านก็ชอบแค่เดินวนหาผักหาหญ้า

กินอยู่รอบๆ เขา บางท่านก็สะสมมาจนเจอบันไดขึ้นเขาง่ายๆ บางท่านก็

สะสมมาเจอทางเดินขึ้นเขาลำบากลำบน แล้วแต่การสะสมของแต่ละท่าน

ไม่นับแค่การกระทำชาตินี้เท่านั้น หลายชาติที่ผ่านมาเป็นร้อยเป็นพันชาติ

ก็สะสมกันเรื่อยมาแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับปกตูคือพลวปัจจัยของแต่ละคน

ที่ทำมาในอดีตด้วยค่ะ

บางท่านก็ทำแค่ทำตนเองรอด บางท่านก็มีเมตตาช่วยผู้อื่นด้วยเมื่อตนเอง

เข้าใจแล้ว ก็สงเคราะห์ผู้อื่นและสะสมเพื่อความเข้าใจนำมาปฏิบัติให้ยิ่งขึ้นไป

ด้วยอิทธิบาท๔ บางท่านก็ทำไปด้วยโลภะ แต่อย่าลืมนะคะว่าอาจารย์บางท่าน

กล่าวว่า โสมนัสนั้นเป็นเหตุใกล้ให้เกิดกุศล และจะกลายเป็นจิตที่เป็นกุศล

ได้ง่ายๆ เพราะโสมนัส แม้จะเป็นโสมนัสที่เกิดกับโลภะที่เป็นอกุศลก็ตาม

เพราะความเป็นอกุศลก็เป็นธรรมที่อุปการะให้เกิดกุศลได้เช่นกัน

ฉะนั้น ขึ้นอยู่กับปกตูของแต่ละท่านว่า สะสมมาอย่างไรด้วยค่ะ

 

และที่สำคัญคือ ศึกษาแล้วนำมาปฏิบัติ มิใช่ฟังเพื่อรู้แล้วนำมาอวดตน

นำมาเป็นแฟชั่นว่า เป็นนักปฏิบัติให้คนเชิดชู แต่จิตใจไม่ได้บรรเทาอกุศล

เลย ขุ่นเคืองได้ง่าย อย่างนี้เรียกว่า ไม่มีดวงตาเห็นธรรม

 

การศึกษาพระธรรมนั้นเป็นการสืบทอดพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์

การศึกษาทุกข้อธรรม ก็ถือเป็นการสืบทอดพระธรรมให้คงอยู่ด้วยมีคนเข้า

ไปศึกษา และนำมาเป็นแนวทางปฏิบัติเป็นพลวปัจจัยในสันดานสืบต่อไป

ในภพหน้าค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
kinder
วันที่ 20 ก.ค. 2555

ขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
เซจาน้อย
วันที่ 21 ก.ค. 2555

  ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

 "ปัญญาเท่านั้นที่จะละคลายความยึดมั่นในสภาพธรรมว่าเป็นตัวตน

ละคลายความเห็นแก่ตัว เพราะ เริ่มเข้าใจว่า ไม่มีตัวเรา มีแต่ธรรม"

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาในกุศลจิตของพี่เมตตา และทุกๆ ท่านด้วยครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
pat_jesty
วันที่ 23 ก.ค. 2555

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
munlita
วันที่ 11 ส.ค. 2555

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ