เรื่อง วิญญัติ
 
miran
miran
วันที่  28 มี.ค. 2555
หมายเลข  20881
อ่าน  1,461

ขอคำอธิบายเรื่อง วิญญัติหน่อยครับ ว่าทำไมจึงกล่าวว่า วิญญัติไม่สามารถมองเห็นได้

ด้วยจักษุ  สีที่เห็นเคลื่อน(อาการของมือ)เป็นต้นไหวรู้ได้ด้วยจักษุไม่ใช่วิญญัติ แล้วการ

เคลื่อนไหวยืน เดินนั่งนอนที่เราเห็นไม่ใช่วิญญัติหรือครับ แล้วเรียกว่าอะไร...ขอบคุณครับ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 29 มี.ค. 2555

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

รูปที่มีใจครองนั้น   เมื่อจิตต้องการให้รูปแสดงความหมายทางกายตามที่จิตรู้ในอาการ

นั้นขณะใด  ขณะนั้นจิตเป็นสมุฏฐานให้ 
กายวิญญัติรูป คือ อาการพิเศษ  ที่มี

ความหมายของรูปเกิดขึ้นตามที่จิตรู้ในอาการนั้น ทางตาหรือทางหน้า  หรือ  ท่าทาง

เช่น  ถลึงตา  ยิ้มเยาะ  เหยียดหยาม  หรือ ห้ามปราม เป็นต้น โดยประสงค์ให้ผู้อื่นรู้

หรือ แสดงความหมาย ขณะนั้น มีกายวิญญัติ เกิดขึ้นครับ แต่ เมื่อจิตไม่ต้องการให้

รูปแสดงความหมาย กายวิญญัติรูปก็ไม่เกิด ครับ      

   ขณะใดที่จิตเป็นปัจจัยให้เกิดเสียงทางวาจา   ซึ่งเป็นการพูด   การเปล่งเสียงให้รู้

ความหมาย ขณะนั้นจิตเป็นสมุฏฐาน คือเป็นปัจจัยให้ 
วจีวิญญัติรูป เกิดขึ้นกระทบฐาน

ที่เกิดของเสียงต่างๆ เช่น ริมฝีปาก เป็นต้น   ถ้าวจีวิญญัติรูปไม่เกิด   การพูด หรือการ

เปล่งเสียงต่างๆ ก็มีไม่ได้

กายวิญญัติรูปและวจีวิญญัติรูปเป็นอสภาวรูป  ที่เกิดและดับพร้อมจิต ครับ

และจากคำถามที่ว่า

    ทำไมจึงกล่าวว่า วิญญัติไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยจักษุ  สีที่เห็นเคลื่อน(อาการของ

มือ)เป็นต้นไหวรู้ได้ด้วยจักษุไม่ใช่วิญญัติ แล้วการเคลื่อนไหวยืน เดินนั่งนอนที่เราเห็น

ไม่ใช่วิญญัติหรือครับ แล้วเรียกว่าอะไร

  ตามที่กล่าวอธิบายข้างต้นครับว่า วิญญัติรูป 2 รูป เป็นอาการพิเศษที่เป็นรูปที่เกิด

จากจิตที่ประสงค์ให้รู้ความหมาย แต่ไม่ไ่ด้หมายถึง การเคลื่อนไหว แต่เพราะอาศัยรูป

เหล่านี้มีวิญญัติรูป ทำให้มีการเคลื่อนแต่การเห็น การเคลื่อนไหว  และลักษณะท่าทาง

ต่างๆ ขณะที่เห็นจะต้องเห็นสีเท่านั้น แต่เหตุให้มีการเคลื่อนไหวได้    อันนี้ก็ต้องแยก

เป็นอีกประเด็นหนึ่งว่า เหตุให้เกิดการเคลื่อนไหวได้ ก็เพราะอาศัยจิต เจตสิกและรูป

ต่างๆ เกิดขึ้นประชุมรวมกัน ทำให้มีการเคลื่อนไหวร่างกาย แต่การเห็นการเคลื่อนไหว

เห็น หรือ จิตเห็นจะต้องเห็นเป็นสี วัณณรูป เท่านั้น ไม่สามารถเห็นรูปอื่นๆ รูปที่เห็น

ได้ จึงมีเพียง รูปารมณ์ ทีเ่ป็นสี หรือ วัณณรูปเท่านั้นครับ     รูปอื่นๆ เห็นไม่ได้ แม้แต่

วิญญัติรูป 2 ก็เห็นไม่ได้ แต่ วิญญัติรูป เป็นเหตุให้มีการเคลื่อนไหวโดยประสงค์ให้รู้

ความหมายได้ เราจึงแยกเป็นสองประเด็น คือ เห็นการเคลื่อนไหว เห็นอะไร ประเด็น

หนึ่ง และ การเคลื่อนไหวได้เพราะอะไรเป็นอีกประเ็ด็นหนึ่งครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
paderm
paderm
วันที่ 29 มี.ค. 2555

เห็นเป็นการเคลื่อนไหวได้ เพราะอาศัย จิตเห็น เห็นสีแล้ว จิตทางมโนทวารเกิดต่อ

หลายวาระจิต คิดนึกถึงรูปร่างของสีนั้นและมีการเกิดดับของทางมโนทวารวิถีที่คิดนึก

รูปร่างสัณฐานเป็นสิ่งต่างๆ จึงทำให้เห็นการเคลื่อนไหว ครับ แต่เหตุให้มีการเคลื่อน

ไหวได้ เพราะ อาศัยจิตที่ต้องการเคลื่อนไหว และอาศัย รูปต่างๆ ที่ประชุมรวมกัน และ

วิการรูปที่ควรแก่การงานเกิดขึ้น และอาศัยธาตุลม ทำให้มีการเคลื่อนไหวได้ โดยการ

เคลื่อนไหว ลักษณะท่าทาง ที่แสดงออกมา มีกายวิญญัติรูป คือ รูปที่ต้องการสื่อความ

หมายให้ผู้อื่นรู้ก็ได้ เช่น ทำท่าทางเยาะเย้ยให้ผู้อื่นรู้ ขยิบตาให้ผู้อื่นรู้ว่าสื่อถึงอะไร

หรือ ไม่มีกายวิญญัติรูปเิกิดขึ้นก็ได้ หากไม่มีความประสงค์ให้ผู้อื่นรู้ความหมาย เช่น

การเดินทั่วไป มีรูปอื่นๆ และจิตที่ต้องการเดิน แต่ไม่มีกายวิญญัติรูป ครับ

     สรุปได้ว่า การเห็นท่าทาง การเคลื่อนไหว เป็นหน้าที่ของจิตเห็นที่เห็นเพียงสี

จิตเห็น เห็นเพียงสีเท่านั้น เห็นรูปอื่นไม่ได้ ส่วน วิญญัติรูป 2 เกิดได้   เมื่อมีความ

ประสงค์ให้รู้ แต่ไม่สามารถเห็นได้ทางตา ตามเหตุผลที่กล่าวมาครับ

เชิญคลิกอ่านที่นี่ัครับ

กายวิญญัติ  

วจีวิญญัติ 

ขออนุโมทนาที่ร่วมสนทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
miran
miran
วันที่ 29 มี.ค. 2555

สาธุได้ความกระจ่างมากขึ้น และเข้าใจแล้วครับ

ขอบคุณครับที่ให้ความกรุณาช่วยชี้แจงให้เข้าใจ

สาธุ สาธุ สาธุ อนุโมทามิ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 29 มี.ค. 2555

      ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น     ธรรม เป็นจริงอย่างไร  ก็เป็นจริงอย่างนั้น  ไม่มีใครเปลี่ยนแปลงได้   ซึ่งจะต้องมีความมั่นคงในความเป็นจริงของสภาพธรรมว่า   สิ่งที่ปรากฏให้เห็นได้นั้น มีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น  คือ  สี  สิ่งที่ที่ปรากฏทางตา      รูปอื่นๆ ไม่สามารถเห็นทางตาได้เลย     แต่เห็นแล้วก็มีการคิดนึกต่อ  ไม่ได้อยู่เพียงแค่เห็น  เท่านั้น    เมื่อมีการคิดนึกต่อ จึงทำให้รู้ว่าเป็นสิ่งหนึ่ง สิ่งใด เป็นต้น,     กายวิญญัติและวจีวิญญัติ     เป็นรูปที่เกิดจากจิต   มีความประสงค์ี่ที่จะทำให้รู้ความหมายที่แสดงออกมาทางกาย       ก็เป็นกายวิญญัติรูป  มีความประสงค์ที่จะทำให้รู้ความหมายด้วยคำพูด  ก็เป็นวจีวิญญัติรูป     เป็นอาการของสภาวรูป  ครับ .       ...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 29 มี.ค. 2555

กายวิญญัติเป็นรูปที่เำกิดจากจิต  เช่น  พยักหน้าสั่งฆ่าคนอื่่น  คนที่รู้ความหมายเห็นนิมิต 

อนุพยัญชนะไม่ได้เห็นกายวิัญญัติรูป  ค่ะ   

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
orawan.c
orawan.c
วันที่ 29 มี.ค. 2555

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
เมตตา
เมตตา
วันที่ 30 มี.ค. 2555

      วิญญัติรูปไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตา   สิ่งที่ปรากฏกับตาได้มีเพียงรูปเดียว คือ

สี เท่านั้น    สำหรับวิญญัติรูปนั้นเกิดพร้อมจิต ดับพร้อมจิต  จึงไม่สามารถเห็นได้ด้วย

ตา     แล้วการเห็นการเคลื่อนไหวยืน  เดิน  นั่ง  นอน   นั้นแท้จริงเห็นเกิดขึ้นเห็น  สี

เพียงขณะเดียวแล้วดับไป  หลังเห็นแล้วก็คืดถึงรูปร่างสัณฐาน เรื่องราวต่างๆ ค่ะ

...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านค่ะ...  

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
เซจาน้อย
วันที่ 30 มี.ค. 2555

        ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ขอบคุณ และขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ