Print 
สงสัยคำว่า นิพพาน กับคำว่า ปรินิพพาน แตกต่างกันอย่างไรคับ
 
emancipation
วันที่  11 ธ.ค. 2554
หมายเลข  20148
อ่าน  16,351

ตามความเข้าใจของผม ใช้เหมือนกันครับ แต่เพื่อนที่รู้จักบอกว่า

นิพพาน ใช่กับพระอรหันต์ทั่วไป หรือพระอัครสาวก

แต่ถ้าใช่คำว่า ปรินิพพาน ใช้เฉพาะเจาะจงกับ พระพุทธเจ้าเท่านั้น

ถ้าพระอัครสาวกใช้คำว่าปรินิพพาน ดูไม่เหมาะสม

ไม่ทราบว่า จริงๆแล้วใช้ได้เหมือนกันหรือต่างกันอย่างไรครับ รบกวนท่านวิทยากรช่วยกรุณาให้คำอธิบายด้วยครับ ขอบพระคุณครับ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 11 ธ.ค. 2554 22:32 น.

           ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น    สำคัญที่ความเข้าใจถูกเห็นถูกจริง ๆ  ในคำที่กล่าวถึงว่า หมายถึงอะไร   จากคำที่กล่าวว่า  คำว่านิพพาน จะใช้กับพระอรหันตสาวก  หรือ พระอัครสาวก เท่านั้น  ส่วนจะใช้กับพระพุทธเจ้า  ต้องใช้คำว่า  ปรินิพพาน   นั้น    เข้าใจว่า ผู้ถามมุ่งถึงการตายของพระอรหันต์    ก็ควรจะได้พิจารณา ไปตามลำดับ ดังนี้       คำว่า  ปรินิพพาน  แปลว่า    การดับโดยรอบ  ดับอย่างหมดสิ้น    ไม่ได้หมายถึงเฉพาะการตายของพระอรหันต์เพียงอย่างเดียว   มีรายละเีอียดถึง ๓ อย่างด้วยกัน  คือ     ๑.  กิเลสปรินิพพาน   แปลว่า  การดับโดยรอบซึ่งกิเลส  การดับกิเลสได้อย่างหมดสิ้น  ซึ่งหมายถึงความเป็นพระอรหันต์ที่สามารถดับกิเลสทั้งปวงได้อย่างหมดสิ้น ไม่มีเหลือ       ๒.  ขันธปรินิพพาน  แปลว่า   การดับโดยรอบซึ่งขันธ์  ไม่มีเหตุที่จะทำให้ขันธ์ใด ๆเกิดขึ้นอีกเลย    ซึ่งหมายถึงการตายของพระอรหันต์ทั้งหมด    ๓.  ธาตุปรินิพพาน    แปลว่า     การดับไปโดยรอบแห่งพระธาตุ ซึ่งหมายถึง   การอันตรธานไปแห่งพระธาตุ       อันเป็นกาลที่สิ้นสุดแห่งพระพุทธศาสนา   (ซึ่งจักมีในอนาคต)      ดังนั้น  เวลาพระอรหันต์ทั้งหลาย  ท่านปรินิพพาน   ก็ใช้คำว่า  ปรินิพพาน เหมือนกันทั้งหมด   เช่น พระสารีบุตร  ปรินิพพาน  พระมหาโมคคัลลานะ ปรินิพพาน  เป็นต้นแต่สำหรับพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้ว ถึงแม้ใช้คำเดียวกันก็จริง แต่เวลาแปลก็ให้ความเคารพกับพระองค์อย่างสูงสุด ที่ไม่มีใครยิ่งกว่า      เป็น  เสด็จดับขันธปรินิพพาน หรือทรงดับขันธปรินิพพาน         ดังข้อความที่ได้ยกมาประกอบ  ดังนี้    ครับ         พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต เล่ม ๓ - หน้าที่ ๖๕๕    นาค(ผู้ประเสริฐ)คือ พระพุทธเจ้าทรงดับสนิทด้วยการดับกิเลส     ณ  โพธิบัลลังก์แล้วจักเสด็จดับขันธปรินิพพานด้วยอนุปาทิเสสนิพพานธาตุ  ณ  ระหว่างสาละทั้งคู่.    พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๑ - หน้าที่ ๔๔๕       ก็   บรรดาพระอัครสาวกทั้งสองนั้น   พระธรรมเสนาบดี       ปรินิพพานในวันเพ็ญเดือนสิบสอง        จากนั้นล่วงมาครึ่งเดือน      ในวันอุโบสถแห่งกาฬปักข์กึ่งเดือนนั้น   พระมหาโมคคัลลานะจึงปรินิพพาน.                                 ขอเชิญคลิกอ่านข้อความเพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ                                            พระอรหันต์ปรินิพพาน                                            สอุปาทิเสสนิพพานธาตุ                                              อนุปาทิเสสนิพพานธาตุ

                              ...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
วิริยะ
วันที่ 11 ธ.ค. 2554 23:27 น.

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
เซจาน้อย
วันที่ 12 ธ.ค. 2554 09:11 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ขอบคุณและขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
นาวาเอกทองย้อย
นาวาเอกทองย้อย
วันที่ 12 ธ.ค. 2554 11:04 น.

     กระผมขอเสนอแหล่งข้อมูลอีกทางหนึ่ง เพื่อประกอบความรู้ความเข้าใจครับ

ปรินิพพาน/นิพพาน

1 พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๔๒

ปรินิพพาน

  [ปะรินิบพาน] น. การดับรอบ, การดับสนิท, การดับโดยไม่เหลือ; เรียกอาการตายของพระ

พุทธเจ้าและพระอรหันต์. (ป.; ส. ปรินิรฺวาณ).

นิพพาน

  [นิบพาน] น. ความดับสนิทแห่งกิเลสและกองทุกข์.ก. ดับกิเลสและกองทุกข์, ตาย (ใช้แก่

พระอรหันต์). (ป.; ส. นิรฺวาณ), โบราณใช้ว่า นิรพาณ ก็มี. (จารึกสยาม).

2 พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ 

ของ พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต)

ปรินิพพาน

การดับรอบ, การดับสนิท

1. ดับกิเลสและทุกข์สิ้นเชิง, บรรลุอรหัตตผล (ได้แก่ กิเลสปรินิพพาน)

2. ตาย (ได้แก่ ขันธปรินิพพาน, ใช้แก่พระพุทธเจ้าและพระอรหันต์;

ในภาษาไทย บางทีแยก ให้ใช้แก่พระพุทธเจ้าว่า ปรินิพพาน และให้ใช้แก่พระอรหันต์ทั่วไป

ว่า นิพพาน แต่ในภาษาบาลี ไม่มีการแยกเช่นนั้น);  ดู นิพพาน 

นิพพาน

การดับกิเลสและกองทุกข์ เป็นโลกุตตรธรรม และเป็นจุดหมายสูงสุดในพระพุทธศาสนา; ดู

นิพพานธาตุ

นิพพานธาตุ

ภาวะแห่งนิพพาน; นิพพาน หรือนิพพานธาตุ ๒ คือ ๑. สอุปาทิเสสนิพพาน ดับกิเลสมี

เบญจขันธ์เหลือ ๒. อนุปาทิเสสนิพพาน ดับกิเลสไม่มีเบญจขันธ์เหลือ

3 พจนานุกรมศัพท์บาลี (BUDSIR VI ของมหาวิทยาลัยมหิดล)

ปรินิพฺพาน  (นปุงสกลิงค์).

การดับโดยไม่มีอะไรเหลือ, การดับสนิท.

นิพฺพาน  (นปุงสกลิงค์).

การดับกิเลสและกองทุกข์เป็นโลกุตรธรรม และเป็นจุดหมายสูงสุดในพระพุทธศาสนา ว่าโดย

ภาวะแห่งนิพพาน (นิพพานธาตุ) มี ๒ คือ สอุปาทิเสสนิพพาน ดับกิเลสมีเบญจขันธ์เหลือ ๑

อนุปาทิเสสนิพพาน ดับกิเลสไม่มีเบญจขันธ์เหลือ ๑

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
ผู้ร่วมเดินทาง
ผู้ร่วมเดินทาง
วันที่ 12 ธ.ค. 2554 12:08 น.

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
paderm
paderm
วันที่ 12 ธ.ค. 2554 12:25 น.

         ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

   ก่อนอื่นก็ต้องเข้าใจครับว่า พระนิพพาน คือ สภาพธรรมที่ไม่มีปัจจัยปรุงแต่ง คือ ไม่

เกิดขึ้นและดับไป ซึ่งพระนิพพาน แบ่งเป็น สองอย่างคือ

    สอุปาทิเสสนิพพาน และ อนุปาทาทเสสนิพพาน 

    สุอุปาทิสเสนิพพาน  คือ พระอรหันต์ที่ประจักษ์พระนิพพาน    และถึงการดับกิเลส

ดังนั้น ทั้งพระพุทธเจ้า พระปัเจกพุทธเจ้า พระอัครสาวก พระสาวกที่เป็นพระอรหันต์

ที่ยังมีชีวิตอยู่ ท่านก็ใช้คำว่า นิพพาน ทั้งสิ้น แต่เป็นนิพพาน ที่ดับกิเลสหมดแล้ว แต่

ยังมีชีวิตอยู่ครับ แต่ สำหรับพระนิพพานนี้ ยังไม่ใช่ ปรินิิพาน คือ การดับรอบสนิท ซึ่ง

สภาพธรรมทุกอย่าง

  อนุปาทิเสสนิพพาน คือ พระพุทธเจ้า พระปัจเจกกพุทธเจ้า พระสาวก ผู้เป็นพระ

อรหันต์ดับกิเลสหมดแล้ว สิ้นชีวิต เมื่อ จุติจิตเกิด ก็ไม่มีการเกิดขึ้นของขันธ์  ของ

สภาพธรรมใดๆทั้งสิ้น จึงชื่อว่าดับรอบในสภาพธรรมทุกอย่าง จึงเรียกว่า ปรินิพพาน

พระอรหันต์ ผู้ที่เป็นสาวก เมื่อจุติจิตเกิด ก็ไม่มีการเกิดขึ้นของสภาพธรรมใดๆอีกเลย

เมื่อไม่มีการเกิดขึ้นของสภาพธรรมใดๆอีกเลย จึงเรียกว่า ปรินิพพาน ดับรอบซึ่งสภาพ

ธรรมทุกๆอย่าง ดังนั้น พระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระอัครสาวก พระสาวกที่ดับ

กิเลสแล้ว เมื่อจุติเกิด ก็ไม่มีการเกิดขึ้นของสภาพธรรมใดๆเลย จึงเรียกว่า ปรินิพพาน

ปรินิพพาน จึงสามารถใช้ได้ทุกบุคคล ที่ดับกิเลสแล้ว และจุติเกิดสิ้นชีวิต ครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
emancipation
วันที่ 13 ธ.ค. 2554 00:48 น.

ขอบพระคุณ ท่านวิทยากรและทุกท่านที่ช่วยให้ความกระจ่างแจ่มแจ้งครับ อนุโมทนาสาธุ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
aurasa
aurasa
วันที่ 14 ธ.ค. 2554 12:12 น.
กราบขอบพระคุณ และอนุโมทนา อจ.คำปั่น และทุกท่านที่ ให้ความกระจ่างค่ะ
 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ