สันตติมหาอำมาตย์
 
pirmsombat
วันที่  8 มิ.ย. 2554
หมายเลข  18501
อ่าน  2,654

 ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๓ - หน้าที่ 114
............

โศกเพราะภรรยาตาย

สันตติมหาอำมาตย์ กล่าวว่า "ท่านทั้งหลาย จงตรวจดูนางนั้น"

ในขณะสักว่าคำอันชนทั้งหลายกล่าวว่า "หญิงนั้นดับแล้ว นาย" ดังนี้

ถูกความโศกอย่างแรงกล้าครอบงำแล้ว. ในขณะนั้นเอง สุราที่เธอดื่มตลอด ๗ วัน ได้ถึงความเสื่อมหายแล้ว ประหนึ่งหยาดน้ำในกระเบื้อง

ที่ร้อนฉะนั้น. เธอคิดว่า " คนอื่น เว้นพระตถาคตเสีย จักไม่อาจเพื่อจะ

ยังความโศกของเรานี้ให้ดับได้ " มีพลกายแวดล้อมแล้ว ไปสู่สำนักของ

พระศาสดาในเวลาเย็น ถวายบังคมแล้ว กราบทูลอย่างนั้นว่า " ข้าแต่

พระองค์ผู้เจริญ ความโศกเห็นปานนี้เกิดขึ้นแก่ข้าพระองค์, ข้าพระองค์

มาแล้ว ก็ด้วยหมายว่า 'พระองค์จักอาจเพื่อจะดับความโศก ของ

ข้าพระองค์นั้นได้.' ขอพระองค์จงทรงเป็นที่พึ่งของข้าพระองค์เถิด. "

พระศาสดาระงับความโศกของบุคคลได้

ลำดับนั้น พระศาสดาตรัสกะเธอว่า " ท่านมาสู่สำนักของผู้สามารถ

เพื่อดับความโศกได้แน่นอน, อันที่จริง น้ำตาที่ไหลออกของท่านผู้ร้องไห้

ในเวลาที่หญิงนี้ตาย ด้วยเหตุนี้นั่นแล มากกว่าน้ำของมหาสมุทรทั้ง ๔ "

ดังนี้แล้ว จึงตรัสพระคาถานี้ว่า

" กิเลสเครื่องกังวลใด มีอยู่ในกาลก่อน

เธอจงยังกิเลสเครื่องกังวลนั้นให้เหือดแห้งไป

 กิเลสเครื่องกังวล จงอย่ามีแก่เธอในภายหลัง,

 ถ้าเธอจักไม่ยึดถือขันธ์ ในท่ามกลาง

 จักเป็นผู้สงบระงับเที่ยวไป "

ในกาลจบพระคาถา สันตติมหาอำมาตย์ บรรลุพระอรหัตแล้ว

พิจารณาดูอายุสังขารของตน ทราบความเป็นไปไม่ได้แห่งอายุสังขารนั้น

แล้ว จึงกราบทูลพระศาสดาว่า " ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอพระองค์จง

ทรงอนุญาตการปรินิพพานแก่ข้าพระองค์เถิด. "


  ความคิดเห็น 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 8 มิ.ย. 2554

ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย  ขออนุโมทนาคุณหมอครับ  เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่าการอบรมปัญญา และการบรรลุ

ธรรมเป็นเรื่องของชีวิตประจำวัน   เมื่อถึงเวลาที่จะบรรลุธรรม ไม่ว่ากำลังเศร้าโศก

ไม่ว่าจะอยู่ในที่มีคนหมู่มาก แต่เมื่อปัญญาถึงพร้อมก็สามารถเข้าใจความจริงของ

สภาพธรรมที่กำลังมีในขณะนี้ได้ในชีวิตประจำวัน  และสามารถดับกิเลสได้โดยอาศัย

การฟังพระธรรมของพระพุทธเจ้า   อันแสดงให้เห็นถึงพระมหากรุณาคุณของพระ

พุทธองค์และความบริสุทธิ์ของพระธรรมที่สามารถทำให้หมู่สัตว์บรรลุธรรมได้ครับและ

ท่านสันตติมหาอำมาตย์ท่านบรรลุเป็นพระอรหันต์ ท่านก็ปรินิพพานในวันนั้นเพราะท่าน

ไม่บวช เมื่อไม่บวข เพศคฤหัสถ์ไม่สามารถทรงความเป็นพระอรหันต์ได้จึงปรินิพพาน

เมื่อท่านปรินิพพาน   พวกภิกษุทั้งหลายก็สนทนากันว่าควรจะเรียกท่านว่าเป็นสมณะ

หรือเป็นพราหมณ์ ซึ่งพระพุทธเจ้าก็ตรัสว่า ควรเรียกท่านทั้งสอง คือ ทั้งเป็นสมณะและ

เป็นพราหมณ์ เพราะท่านดับกิเลสหมดแล้วนั่นเอง ดังพระคาถาที่พระองค์ทรงแสดงว่า

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๓ -หน้าที่ 119

  " แม้ถ้าบุคคลประดับแล้ว พึงประพฤติสม่ำเสมอ

เป็นผู้สงบ   ฝึกแล้ว  เที่ยงธรรม  มีปกติประพฤติ

  ประเสริฐ วางเสียซึ่งอาชญาในสัตว์ทุกจำพวก,

  บุคคลนั้น  เป็นพราหมณ์  เป็นสมณะ  เป็นภิกษุ. "

 -------------------------------------------------------------------------------------

  การเป็นสมณะ จึงไม่ใช่เพราะหัวโล้น แต่เพราะดับกิเลสแล้ว การเป็นพราหมณ์

ไม่ใช่การเรียนคัมภีร์พระเวท แต่เป็นผู้ลอยบาปเสียแล้ว จึงเป็นพราหมณ์ ไม่ใช่เป็น

ภิกษุ เพียงผู้ขอแต่เพราะดับกิเลสหมดแล้วจึงเป็นภิกษุ แม้ท่านสันตติมหาอำมาตย์

แม้ท่านเป็นเพศคฤหัสถ์แต่เพราะท่านดับกิเลสแล้ว  ท่านจึงเป็นทั้งสมณะ   เป็นทั้ง

พราหมณ์และเป็นทั้งภิกษุครับ

  จะเห็นนะครับว่า ไม่ว่าจะอยู่ในเพศไหน   จะประดับตกแต่งร่างกายอย่างไร ปัญญา

ไม่ไ่ด้กั้นในการที่จะบรรลุธรรมครับ   เพราะฉะนั้นสำคัญที่การอบรมเหตุคือการฟังพระ

ธรรมครับ ขออนุโมทนา

อุทิศกุศลให้สรรพสัตว์

 
  ความคิดเห็น 2  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 8 มิ.ย. 2554

  ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น  การมีโอกาสได้ฟังพระธรรม  ได้ศึกษาพระธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดง เป็นสิ่งที่ดีมีคุณค่าเป็นอย่างยิ่ง เป็นไปเพื่อความเข้าใจถูกเห็นถูก  สูงสุด  คือ  สามารถทำให้ถึงความเป็นผู้หมดจดจากกิเลสในที่สุด   และที่สำคัญต้องเป็นผู้อาศัยการฟังพระธรรม   จากพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ   สะสมความเข้าใจถูกเห็นถูกมาแล้ว  เมื่อถึงความสมบูรณ์พร้อมของปัญญา  ก็ทำให้สามารถรู้แจ้งอริยสัจจธรรมถึงความเป็นพระอริยบุคคลขั้นต่างๆ   ได้  พระอริยบุคคลขั้นสูงสุด คือ  พระอรหันต์  เป็นผู้ห่างไกลจากกิเลส ดับกิเลสได้ทั้งหมดไม่มีเหลือ  ท่านสันตติมหาอำมาตย์จึงเป็นตัวอย่างที่ดี  ที่แสดงให้เห็นถึงประโยชน์สูงสุดของการมีโอกาสได้ฟังพระธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแดสง  เมื่อดับกิเลสทั้งปวงได้อย่างเด็ดขาดแล้ว  จะเรียกว่า สมณะ  หรือ  พราหมณ์  ก็ได้  เพราะทั้งสอง   แสดงถึงความเป็นผู้บริสุทธิ์ หมดจดจากกิเลส  ครับ   ขอเชิญคลิกอ่านข้อความเพิ่มเิติมได้ที่นี่ครับ   สมณะ และ พราหมณ์ [มหาอัสสปุรสูตร]     ...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของคุณหมอ,คุณผเดิม และทุกๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็น 3  
 
วิริยะ
วันที่ 9 มิ.ย. 2554
ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ
 
  ความคิดเห็น 4  
 
pirmsombat
วันที่ 9 มิ.ย. 2554

...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของคุณคำปั่น,คุณเผดิม และทุกๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็น 5  
 
จักรกฤษณ์
วันที่ 9 มิ.ย. 2554

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาครับ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ