โลก หรือ การเกิดดับ เทียบเคียงอย่างนี้พอจะได้หรือไม่ เพื่อให้เห็นแนวทาง
 
ผ้าเช็ดธุลี
ผ้าเช็ดธุลี
วันที่  8 มิ.ย. 2554
หมายเลข  18505
อ่าน  1,424

การเกิดดับ ถ้าเป็นผู้เริ่มศึกษาคำสอนฯ  โดยมาณความเข้าใจว่า

ปัจทวาร มี ๕  สิ่งที่มากระทบ เช่น ๑ ตา  (สิ่งที่เป็นทวารในการเห็น) + ๒ หู ++๕

ขณะเห็น ก็เพียงเห็นสี  ขณะที่เห็นแล้วดับทันที   หลังจากนั้น มีจิตจำ  มีคิด มีรุ้สึก ฯลฯ

อย่างที่อาจารย์สอนว่า  รูป ๑ รูป มีอายุเท่ากับจิตเกิดดับ ๑๗ ขณะ  

ดังนั้น เห็นดับ  จำดับ   คิดดับ  รู้สึกดับ  และ ฯลฯ (มาณสั้นๆ คร่าว)

มาณอย่างนี้จะเป็นการถูกต้องหรือไม่

ขอบคุณในความเมตตา

อนุโมทนา    

 



  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 8 มิ.ย. 2554

                 ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย    ปัญญามีหลายระดับครับ การพิจาณาธรรมก็เป็นปัญญาระดับหนึ่ง ที่ไม่ใช่การรู้การ

เกิดดับของสภาพธรรมจริงๆ สภาพธรรมทุกอย่างทีเ่กิดขึ้นแล้วต้องดับไปเสมอ ขณะนี้

กำลัง ขณะที่เห็น ไม่ใช่ขณะทีไ่ด้ยิน ดังนั้นจิตเห็นต้องดับก่อนถึง จิตได้ยินจะเกิด แต่

ก่อนที่จิตได้ยิน หรือได้ยินเสียงเกิดขึ้นก็มีจิตอื่นๆเกิดดับสืบต่อมากมายแล้วครับ   แต่

เพราะความรวดเร็วของจิตในการเกิดดับสืบต่อกัน   ทำให้เหมือนเห็นไม่ไ่ด้ดับไปเลย

และก็ยังได้ยินทั้งที่เห็นอยู่ครับ   ดังนั้นการพิจารณาในความเกิดดับของสภาพธรรม ก็

เป็นการพิจารณาเรื่องราวของสภาพธรรมที่ดับไปหมดแล้ว     ซึ่งก็เป็นการพิจารณาที่

ถูกว่าสภาพธรรมหนึ่งต้องดับไปก่อน   จึงจะมีสภาพธรรมอื่นๆเกิดดับสืบต่อกันเกิดขึ้น

ตามลำดับครับ แต่ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องมาพิจารณา ให้เห็นการเกิดดับ เพราะการเห็น

การเกิดดับของสภาพธรรม   คือ ปัญญาระดับสูงทีเ่ป็นระดับวิปัสสนาญานขั้นที่ 3 และ

4 ดังนั้นถ้ายังไม่รู้จักตัวธรรมลักษณะของสภาพธรรมที่มีในขณะนี้   ก็ไม่มีทางเห็นการ

เกิดดับของสภาพธรรมได้เลยครับ       เพราะยังไม่รู้ว่าสภาพธรรมคืออะไรในขณะนี้ที่

ประจักษ์ลักษณะของสภาพธรรม จะรู้ลักษณะของการเกิดดับไมไ่ด้เลย   เพราะตัวธรรม

ก็ยังไม่รู้ครับ ดังนั้นการเห็นการเกิดดับไม่ใช่ด้วยการพิจารณา      แต่สำคัญคือ ค่อยๆ

อบรมปัญญาขั้นการฟังในเรื่องสภาพธรรมต่อไป    ปัญญาก็จะเกิดเองจนถึงรู้ลักษณะ

ของสภาพธรรม   และธรรมทำหน้าที่รู้ความจริง แม้ในเรื่องการเกิดดับ     แต่เป็นเรื่อง

ไกล และต้องอาศัยกาลเวลายาวนานในการจะไปถึงจุดนั้นครับ ดังนั้นสบายๆด้วยการ

ฟังพระธรรมต่อไปครับ  นี่คือหนทางที่จะไปถึงการเห็นการเกิดดับ      แต่ไม่ใช่การไป

พยายามคิดในเรื่องการเกิดดับจะเป็นหนทางการรู้การเกิดดับครับ     ต้องรู้จักตัวธรรม

ก่อนครับจึงจะเห็นการเกิดดับของสภาพธรรมได้ครับ ขออนุโมทนา

อุทิศกุศลให้สรรพสัตว์

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 8 มิ.ย. 2554

         ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น    ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่า  อะไรที่เกิดดับ?   สิ่งที่เกิดดับ     เป็นธรรมที่มีจริงในชีวิตประจำวัน     มีจริงอยู่ทุกขณะ   ไม่พ้นไปจากนามธรรม กับ รูปธรรม,   เห็น  ได้ยิน  ได้กลิ่นลิ้มรส  รู้สิ่งที่กระทบสัมผัสทางกาย   คิดนึก    สี  เสียง  กลิ่น    รส  สิ่งที่กระทบสัมผัสกาย เป็นต้น  เป็นธรรมที่มีจริง  เป็นธรรมที่เกิดดับในชีวิตประจำวัน    ในขั้นต้นของการศึกษาไม่ใช่ว่าจะไปรู้ถึงการเกิดดับของสภาพธรรม    ก็ต้องค่อย ๆ สะสมปัญญาไปตามลำดับ จริง ๆ   โดยเริ่มต้นด้วยความมั่นคงว่า เป็นธรรมที่มีจริง   เห็น  เป็นธรรมที่มีจริง ได้ยิน  เป็นธรรมที่มีจริง   ขณะที่เป็นกุศล  เป็นอกุศล  เป็นธรรมที่มีจริง   ซึ่งแต่ก่อนไม่เคยรู้เลยว่าเป็นธรรม   ก็สำคัญว่าเป็นเราที่เห็น  เป็นเราที่ได้ยิน เป็นต้น  เมื่อได้สะสมความเข้าใจถูก ไปตามลำดับ  ก็จะทำให้มีความมั่นคงในความเป็นจริงของสภาพธรรมมากยิ่งขึ้น    ครับ                            ...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
ผ้าเช็ดธุลี
ผ้าเช็ดธุลี
วันที่ 9 มิ.ย. 2554

ขอบพระคุณอย่างมากครับ  สำหรับ Khun Paderm and คุณคำปั่น

 ฟังแล้วชัดเจนเลยครับ   คำแนะนำคุ้นหูมากครับ  แต่จะเข้าใจต้องใช้เป็นกาลจีระจริงๆ

ด้วยผมฟัง พื้นฐานพระอภิธรรม ๑ กะ ปกิณณกะธรรม ๑  ซ้ำไปมาซ้ำมาหลายรอบ บวก

กับฟังทางวิทยุ ของท่านอาจารย์สุจินต์ ตามสถานีต่างๆ 

   ธรรมะแปลกจริงๆ  ที่ยิ่งฟัง ฟังแต่ละครั้งก้อเข้าใจเล็กๆ เพิ่มขึ้น   ก้อแสดงว่าต้องฟัง 

อย่างที่แนะนำต่อไป   คงเป็นเพราะ  ปัญญามาจากการฟัง ใช่ไหมครับ

และ ผมควรอ่านพระไตรปิฎก  ด้วยหรือไม่ครับ   เคยอ่านบ้าง แต่ดูเหมือนอรรถกถา มี

นัยยะ  ที่ผมยากเข้าใจ      เพราะ ๑ อรรถกถา ตอนไปฟังที่มูลนิธิฯ  ยังใช้เวลาสนทนา

พอควร  ซึ่งละเอียดมากเลยครับ  แถมบางทีคิดไปเอง กลายเป็นคนละเรื่องเลยครับ 

อย่างนี้ผมควรฟังให้มาก และ ให้เพิ่มขึ้น   ยังไม่ควรอ่านใช่หรือไม่ครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
paderm
paderm
วันที่ 9 มิ.ย. 2554

เรียนความเห็นที่ 3 ครับ

    อนุโมทนาครับ ที่เข้าใจขึ้น จริงอย่างที่คุณผ้าเช็ดธุรีกล่าวครับ การฟังพระธรรม รอบ

แรกก็เข้าใจนิดนึง ฟังอีกหรือฟังซ้ำอีกก็เข้าใจขึ้น เพิ่มขึ้นเพราะปัญญา พิจารณาในสิ่ง

ที่ฟัง ก็เพิ่มความละเอียดในสิ่งที่ได้ฟังครับ    ดังนั้นคำว่าจิรกาลภาวนาก็คือการอบรม

ปัญญา โดยการฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรมยาวนาน บางครั้งคิดว่าเข้าใจแล้ว แต่เมื่อ

กลับมาฟังหรือ สนทนาธรรม ก็อาจเข้าใจผิด หรือเข้าใจยังไม่มาก ก็ทำให้เข้าใจมากขึ้น

ตรงขึ้นครับ     นี่คือประโยชน์ของการฟังพระธรรมบ่อยๆ รวมทั้งมีการสนทนาธรรมเพื่อ

ความเข้าใจที่ถูกขึ้นครับ ปัญญาจึงเกิดจากการฟัง การศึกษาและการสนทนาครับ

    ส่วนในเรื่องการอ่านพระไตรปิฎกนั้น ก็พออ่านได้บางเล่มที่พอจะเข้าใจได้บ้าง เช่น

คาถาธรรมบท เป็นต้น แต่ก็ต้องอาศัยการสนทนาสอบถามจากผู้รู้และอาศัย    นัยของ

พระอรรถกถาที่อธิบายเพราะไม่เช่นั้นก็คิดว่าเข้าใจแล้ว      แต่ความจริงพระธรรมของ

พระพุทธเจ้า ลึกซึ้งอันเป็นโลกุตตร ดังนั้นอ่านเองได้บ้างแต่ก็ต้องสอบถาม   สนทนา

แม้แต่อรรถกถาก็ยาก แสดงว่าพระธรรมของพระพุทธเจ้าลึกซึ้ง ไม่ใช่ง่ายครับ  การมา

สนทนาธรรมที่มูลนิธิ เมื่อมีโอกาส    ซึ่งวิทยากรของมูลนิธก็สนทนาธรรมโดยนำพระ

ไตรปิฎก สูตรต่างๆมาสนทนาและอธิบายอรรถกถาโดยละเอียดอธิบายให้เข้าใจ   เมื่อ

มาฟังในวันเสาร์หรืออาทิตย์ก็จะได้ความละเอียด      รวมทั้งสามารถสอบถามได้ครับ

ทำให้เป็นโอกาสของการเจริญขึ้นของปัญญาครับ รวมทั้งการฟังพระสูตร    ในแผ่นที่

ท่านอาจารย์สุจินต์บรรยายไว้        ท่านก็แสดงพระธรรมตามพระไตรปิฎและก็อธิบาย

อรรถกถาด้วย ก็เท่ากับเราอ่านพระไตรปิฎกแล้ว และก็ได้ผู้รู้อธิบายให้ฟังก็ทำให้เข้าใจ

ขึ้นครับ ดังนั้น มีเหตุปัจจัยก็อ่าน แต่ก็ต้องสอบถาม   สนทนา หรือ   อาศัยการฟังจาก

แผ่นเอ็มพี 3   ที่กล่าวข้อความพระไตรปิฎกก็เหมือนการอ่านพระไตรปิฎก เช่นกันครับ

ขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
ผ้าเช็ดธุลี
ผ้าเช็ดธุลี
วันที่ 9 มิ.ย. 2554

กราบขอบพระคุณมากครับ หลายๆ ครั้งครับ

อนุโมทนากับสิ่งดีดีที่ให้ด้วยครับ

ต้องตอบว่า  ใช่เลย    อย่างที่แนะนำเลยครับ

คงอย่างอาจารย์สุจินต์ สอน   ด้ามมีดกว่าจะสึก...  ฟังแล้วเหมือนน่าจะท้อเลยครับ

แต่ไม่ท้อครับ   ขอให้ทุกท่านที่ดำเนินงานของมูลนิธิฯ และ ผู้เข้ามาใช้เวฟฯ และ ผู้สนทนา และ ศึกษาเรื่องราวของ พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า  มีแต่ความสุข ตลอดไปครับ

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
ไตรสรณคมน์
วันที่ 9 มิ.ย. 2554

ความเข้าใจพระธรรมทำให้ผู้นั้น.....อาจหาญ  ร่าเริง

เพราะกำลังเดินไปในหนทางที่ถูก

ถึงแม้ว่าจะยาวไกล.....แต่ก็ไม่หลงทางแล้วค่ะ 

 

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
pamali
วันที่ 13 ก.ค. 2554

สาธุ  สาธุ...

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
เซจาน้อย
วันที่ 16 ม.ค. 2555

  ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
boong
วันที่ 17 มี.ค. 2555

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ