พระพุทธโอวาท

 
WS202398
วันที่  22 ต.ค. 2553
หมายเลข  17418
อ่าน  4,371

ขอเรียนถามเรื่อง พระพุทธโอวาทของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่เกี่ยวกับ ทำจิตใจให้ผ่องใส ละอกุศล ละเว้นความชั่ว ครับ ขอบคุณครับ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
prachern.s
วันที่ 23 ต.ค. 2553

ในโอวาทปาฏิโมกข์คาถาแรกคือ

ความไม่ทำบาปทั้งสิ้น ความยังกุศลให้ถึงพร้อม ความทำจิตของตนให้ผ่องใส นี่เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย

อรรถกถาแก้ว่า บทว่า สพฺพปาปสฺส (การไม่ทำบาปทั้งสิ้น) ได้แก่ อกุศลกรรมทุกชนิด การยังกุศลให้เกิดขึ้น ตั้งแต่ออกบวชจนถึงพระอรหัตมรรค และการยังกุศล ที่ตนให้เกิดขึ้นแล้วให้เจริญ ชื่อว่า อุปสมฺปทา (การยังกุศลให้ถึงพร้อม) การยังจิตของตนให้ผ่องใสจากนิวรณ์ทั้ง ๕ ชื่อว่า สจิตฺตปริโยทปน

ขอเชิญคลิกอ่านเพิ่มเติมที่

การยังจิตของตนให้ผ่องใส

ปัญหาของพระอานนท์เถระ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
khampan.a
วันที่ 23 ต.ค. 2553

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

พระธรรมที่พระพุทธเจ้า แต่ละพระองค์ทรงแสดงนั้น ไม่มีความแตกต่างกันเลย เหมือนกันทั้งหมด และเป็นพระธรรมที่เป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่ได้ฟัง ได้ศึกษา และมีความเข้าใจ อย่างแท้จริง เพราะเป็นไปเพื่อความเข้าใจถูกเห็นถูก เป็นไปเพื่อละกุศล เป็นไปเพื่อดับทุกข์โดยประการทั้งปวง เป็นไปเพื่อการไม่เกิดอีกในสังสารวัฏฏ์ แม้แต่ในเรื่องของการไม่ทำบาปทั้งสิ้น (ละชั่ว) การยังกุศลให้ถึงพร้อม (ทำความดี) และการยังจิตของตนให้ผ่องใส ซึ่งเป็นโอวาทปาติโมกข์ (สำสอนที่เป็นหลักสำคัญ) นั้น ก็มีอรรถที่ลึกซึ้งตั้งแต่เบื้องต้นจนกระทั่งสูงสุด คือ บรรลุถึงความเป็นพระอรหันต์เลยทีเดียว โดยที่ไม่มีตัวตนที่จะละชั่ว ไม่มีตัวตนที่จะทำความดี และไม่มีตัวตนที่จะยังจิตให้ผ่องใส แต่เกิดจากการฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรม มีความเข้าใจพระธรรมและธรรมนั้นเอง จะทำหน้าที่ละชั่ว ทำความดี และยังจิตของตนให้ผ่องใส เพราะทุกอย่างเป็นธรรม และเป็นอนัตตา บังคับบัญชาไม่ได้ ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของใครทั้งสิ้น ดังนั้น จึงต้องเริ่มที่การฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรม อบรมเจริญปัญญาด้วยตนเองเป็นปกติ ในชีวิตประจำวัน โดยเป็นผู้เห็นประโยชน์สูงสุดของปัญญา (ความเข้าใจถูกเห็นถูก) สะสมปัญญาไปตามลำดับ ครับ

ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
จักรกฤษณ์
วันที่ 23 ต.ค. 2553

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
wannee.s
วันที่ 23 ต.ค. 2553

ปกติในวันหนึ่งๆ กิเลสเกิดบ่อย เกิดมาก ทำให้จิตเศร้าหมอง ไม่ผ่องใส ถ้าปัญญาเกิดขณะนั้น จะสำรวมระวัง ทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย ทางใจ สติเกิดเมื่อไหร่ ขณะนั้นจิตก็ผ่องใสจากอกุศลชั่วขณะ ฯลฯ ค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
WS202398
วันที่ 26 ต.ค. 2553

ขอบพระคุณสำหรับคำตอบครับ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ