ธรรมทั้งหลายเกิดแล้วมีความแตกทำลายเป็นธรรมดา [วิสุทธิมรรคแปล]
 
JANYAPINPARD
JANYAPINPARD
วันที่  8 เม.ย. 2553
หมายเลข  15852
อ่าน  2,033

วิสุทธิมรรคแปล ภาค ๓ ตอน ๒ (ตอนจบ) - หน้าที่ 88

     "ชีวิต อัตภาพ และสุขทุกข์ทั้งมวล* ประกอบ (คือผูก) ไว้กับจิตดวงเดียว ขณะ (แห่งชีวิต) (เป็นต้นนั้น) ย่อมเป็นไปพลัน (คือชั่วขณะจิต หนึ่ง) แม้เทวดาเหล่าที่ (มีอายุยืน) ตั้งอยู่ได้ตลอด ๘๔,๐๐๐* กัป ก็ใช่ว่าปลง (ชีวิต เป็นต้น) ไว้กับจิต ๒ ดวงตั้งอยู่หามิได้

     ขันธ์เหล่าใดที่ดับแล้ว ของสัตว์ที่ตาย หรือ ของสัตว์ที่ยังตั้งอยู่ในปวัติกาลนี้ก็ตาม ขันธ์เหล่านั้นก็เหมือนกันหมด (คือดับ) ไปไม่ต่อกัน ขันธ์ทั้งหลายที่ (เป็นปัจจุบัน) ดับๆ อยู่ ในระหว่างแห่งขันธ์ (อดีต) ที่ดับ ๆ มาแล้วไม่ขาดระยะและขันธ์ที่ (จัก) ดับในอนาคต  หามีความต่างกันในเพราะลักษณะ (ที่ดับ) ไม่

     เพราะจิตไม่เกิด สัตวโลกก็ชื่อว่าไม่เกิด เพราะจิตเกิดขึ้นจำเพาะหน้า สัตวโลกก็ชื่อว่าเป็นอยู่เพราะความแตกดับแห่งจิต สัตวโลกก็ชื่อว่าตาย (นี่) เป็นบัญญัติทางปรมัตถ์

     สังขารธรรมทั้งหลายที่แตกดับแล้ว ก็มิได้ไปเก็บไว้ (ที่ไหน) กอง (สังขารสำหรับที่จะเกิด) ในอนาคตก็หามีไม่ สังขารทั้งหลายเหล่าใดที่เกิดแล้วตั้งอยู่เล่า สังขารเหล่านั้นก็อุปมาดังเมล็ดพรรณผักกาด (ที่คนวางลง) บนปลายเข็ม (พอถูกปลายเข็มก็ตกไปพลัน)

     อนึ่ง เมื่อ (สังขาร) ธรรมทั้งหลายเกิดแล้ว ความแตกดับก็รุมล้อมธรรมเหล่านั้นไว้ มันจึงมีความแตกทำลายเป็นธรรมดา (ในตัวมัน) ไม่ปนกันกับธรรมก่อน ๆ

     มันมาโดยไม่เห็น แตกดับแล้วก็ถึงซึ่งความไม่เห็น มันเกิดขึ้นและเสื่อมสิ้นไป ดังความเกิดขึ้นแห่งสายฟ้าในอากาศ ฉะนั้น"



  ความคิดเห็นที่ 1  
 
prakaimuk.k
วันที่ 10 เม.ย. 2553

 

อนึ่ง เมื่อ (สังขาร) ธรรมทั้งหลายเกิดแล้ว

     ความแตกดับก็รุมล้อมธรรมเหล่านั้นไว้....

สาธุ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ