เจตสิก [อภิธัมมัตถสังคหบาลี]
 
JANYAPINPARD
JANYAPINPARD
วันที่  30 มี.ค. 2553
หมายเลข  15804
อ่าน  2,239

อภิธัมมัตถสังคหบาลี และอภิธัมมัตถวิภาวีนีฎีกา - หน้าที่ 70                             

อภิธัมมัตถสังคหบาลีแปล                       

(ปริเฉทที่ ๒ ชื่อเจตสิกสังคหวิภาค)                                     

[สังคหคาถา]                          

     ธรรม ๕๒ อย่าง ประกอบกับจิต มีการเกิดดับในที่เดียวกัน ทั้งมีอารมณ์ และวัตถุอย่างเดียวกัน  บัณฑิตลงมติว่าเจตสิก ฯ

[สังคหคาถา]                      

     ธรรม ๕๒ อย่าง  คือ อัญญสมานา ๑๓  อกุศล ๑๔  และโสภณ ๒๕  (ท่านเรียกว่า เจตสิก) ฯ  ต่อจากนี้ไป  ข้าพเจ้าจะกล่าวสัมประโยคแห่งเจตสิกเหล่านั้น ที่ไม่แยกกันกับจิตตามที่ประกอบได้ในจิตตุปบาททั้งหลาย  เฉพาะดวงหนึ่ง ๆ ฯ สัพพสาธารณเจตสิก ๗ ประกอบในจิตตุปบาททั้งปวง ปกิณณกเจตสิก (๖)  ประกอบเข้าในจิตที่ควรประกอบ  ตามสมควรแก่การประกอบ อกุศลเจตสิก  ๑๔  ประกอบได้เฉพาะใน อกุศลจิต โสภณเจตสิก ๒๕ ประกอบได้ในโสภณจิต เท่านั้น ฯ

อภิธัมมัตถสังคหบาลี และอภิธัมมัตถวิภาวีนีฎีกา - หน้าที่ 81

พรรณนาความปริเฉทที่ ๒

[ลักษณะเจตสิก]

     ธรรมเหล่าใด  มีความเกิดและความดับในที่เดียวกันกับจิต  ธรรมเหล่านั้น ชื่อว่า "เอกุปปาทนิโรธ" ฯ ธรรมเหล่าใด  มีอารมณ์และวัตถุเป็นอันเดียวกัน  ธรรมเหล่านั้นชื่อว่า  "เอกาลัมพนวัตถุ" ฯสภาพที่ชื่อว่าธรรม  เพราะทรงไว้ซึ่งลักษณะของตน  ๕๒  ประการประกอบกับจิต คือสัมปยุตด้วยจิตโดยลักษณะ ๔ อย่างนี้   บัณฑิตลงมติว่า  เจตสิก  ทั้งที่ประกอบแน่นอน ทั้งที่ประกอบไม่แน่นอน ฯ บรรดาลักษณะ  (มีความเกิดขึ้นในที่เดียวกัน เป็นต้น) เหล่านั้นเจตสิกธรรมทั้งหลาย ถ้าอธิบายว่า ประกอบด้วยจิต ด้วยสักว่าบังเกิดขึ้นในที่เดียวกันเท่านั้นไซร้  ความที่แม้รูปธรรมทั้งหลายที่เกิด พร้อมกับจิตในขณะนั้น  ก็จะพลอยชื่อว่า ประกอบกับจิตไปด้วย  เพราะฉะนั้น จึงเพิ่ม เอกนิโรธ ศัพท์เข้าด้วย ฯ  ถึงแม้เมื่อเป็นเช่นนี้ (คือประกอบด้วยลักษณะ ๒ เกิดดับร่วมกัน) บัณฑิตไม่อาจห้ามความพ้องกันของ ๒ วิญญัติ (กายวิญญัติ  วจีวิญญัติ) ที่ปริวัตรตมจิต ทั้งไม่อาจห้ามความพ้องกันแห่งรูปธรรมทั้งหลาย  แม้เกิดก่อนแล้วดับอยู่หรือความดับในที่เดียวกัน เพราะเหตุนั้น จึงชื่อว่า  เอกุปปาทนิโรธ เพราะฉะนั้น   จึงเพิ่ม เอกาลัมพน ศัพท์ เข้าด้วย ฯ และเพื่อจะแสดงว่า  ธรรมที่มีลักษณะ ๓ อย่าง  อย่างนี้  โดยนิยมเฉพาะ  ที่มีวัตถุอันเดียวกันเท่านั้น  จึงเพิ่ม  เอกวัตถุ  ศัพท์  เข้าด้วยดังนี้แล ฯ พอที่ไม่ควรจะชักข้าเกิดไป ฯ


เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ