ธรรมของสัตบุรุษ..สัปปุริสธรรม ๗
 
JANYAPINPARD
JANYAPINPARD
วันที่  16 ก.ย. 2552
หมายเลข  13574
อ่าน  1,255

        พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค เล่ม ๓ ภาค ๒ - หน้าที่ 229        [ ๓๓๑ ]    สัปปุริสธรรม  ๗                 ดูก่อนท่านผู้มีอายุทั้งหลาย   ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้                ๑.  ธัมมัญญู        เป็นผู้รู้จักเหตุ                  ๒.  อัตถัญญู        เป็นผู้รักจักผล                ๓.  อัตตัญญู        เป็นผู้รู้จักตน                         ๔.  มัตตัญญู        เป็นผู้รู้จักประมาณ                           ๕.  กาลัญญู        เป็นผู้รู้จักกาลเวลา                         ๖.  ปริสัญญู        เป็นผู้รู้จักบริษัท                                   ๗.  ปุคคลัญญู        เป็นผู้รู้จักบุคคล.             พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค เล่ม ๓ ภาค ๒ -            หน้าที่ 380
             สปฺปุริสานํ ธมฺมา ได้แก่ ธรรมของสัตบุรุษ. ชนใดรู้ธรรม ใน            บรรดาสัปปุริสธรรมเหล่านั้น มีสุตตะและเคยยะเป็นต้น เพราะ            เหตุนั้น ชนนั้น ชื่อว่า ธัมมัญญู ( รู้จักเหตุ ).             ชนใด รู้อรรถแห่งภาษิตนั้น ๆ นั่นแล เพราะเหตุนั้น ชนนั้น ชื่อ            ว่า อัตถัญญู (รู้จักผล)            ชนใด รู้จักตน อย่างนี้ว่า เราเป็นผู้มีประมาณเท่านี้ ด้วย ศีล            สมาธิปัญญา เพราะเหตุนั้น ชนนั้น ชื่อว่า อัตตัญญู ( รู้จักตน ).             ชนใดรู้จักประมาณในการรับและการบริโภค เพราะเหตุนั้น ชน            นั้น ชื่อว่ามัตตัญญู (รู้จักประมาณ).            ชนใด รู้จักกาลอย่างนี้ว่า นี้กาลแสดง นี้กาลไต่ถาม นี้กาลบรรลุ            โยคธรรม เพราะเหตุนั้น ชนนั้น ชื่อว่า กาลัญญู(รู้จักกาล). ก็            บรรดากาลเหล่านั้น กาลแสดง ๕ ปี กาลไต่ถาม ๑๐ ปี.นี้นับว่า            คับแคบยิ่งนัก. กาลแสดง ๑๐ ปี กาลไต่ถาม ๒๐ ปี. เบื้องหน้าต่อ            แต่นั้นไป บัณฑิตพึงกระทำกรรมในการประกอบเถิด.            ชนใด รู้จักบริษัท๘ อย่าง เพราะเหตุนั้น ชนนั้น ชื่อว่า ปริสัญญู            ( รู้จักบริษัท ).             ชนใดรู้จักบุคคลที่ควรเสพหรือไม่ควรเสพ เพราะเหตุนั้น ชน            นั้น ชื่อว่า. ปุคคลัญญู( รู้จักบุคคล ).


Tag  ธรรมของสัตบุรุษ สัปปุริสธรรม ๗

  ความคิดเห็นที่ 1  
 
suwit02
วันที่ 17 ก.ย. 2552

 

อรรถกถาของพระสูตรนี้ อธิบายความหมายของ กาลัญญู ว่า


ชนใด รู้จักกาลอย่างนี้ว่า นี้กาลแสดง นี้กาลไต่ถาม นี้กาลบรรลุโยคธรรม

เพราะเหตุนั้นชนนั้น ชื่อว่า กาลัญญู(รู้จักกาล). ก็บรรดากาลเหล่านั้น กาลแสดง ๕ ปี

กาลไต่ถาม ๑๐ปี.นี้นับว่า คับแคบยิ่งนัก.

กาลแสดง ๑๐ ปี กาลไต่ถาม ๒๐ ปี. เบื้องหน้าต่อแต่นั้นไปบัณฑิตพึงกระทำกรรมในการประกอบเถิด
แต่ผมชอบความหมาย ดังต่อไปนี้ มากกว่า    พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต เล่ม ๔ - หน้าที่ 236๔. ธัมมัญญูสูตร[๖๕] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๗ ประการ เป็นผู้ควรของคำนับ ฯลฯ เป็นนาบุญของโลก ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า ธรรม ๗ ประการเป็นไฉน ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย    ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นธัมมัญญู รู้จักธรรม ๑ อัตถัญญู รู้จักอรรถ ๑ อัตตัญญู รู้จักตน ๑ มัตตัญญู รู้จักประมาณ ๑ กาลัญญู รู้จักกาล ๑ ปริสัญญู รู้จักบริษัท ๑ ปุคคลโรปรัญญู รู้จักเลือกคบคน ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุเป็นธัมมัญญูอย่างไร ..............ภิกษุเป็นกาลัญญูอย่างไร ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมรู้จักกาลว่า นี้เป็นกาลเรียน นี้เป็นกาลสอบถาม นี้เป็นกาลประกอบความเพียร

 นี้เป็นกาลหลีกออกเร้น

หากภิกษุไม่พึงรู้จักกาลว่า นี้เป็นกาลเรียน นี้เป็นกาลสอบถาม นี้เป็นการประกอบความเพียร นี้เป็นการหลีกออกเร้น เราไม่พึงเรียกว่าเป็นกาลัญญู แต่เพราะภิกษุรู้จักกาลว่า นี้เป็นกาลเรียน นี้เป็นกาลสอบถาม

นี้เป็นกาลประกอบความเพียร นี้เป็นกาลหลีกออกเร้น

ฉะนั้น เราจึงเรียกว่าเป็นกาลัญญู ............................


ขอเชิญอ่านพระสูตรนี้ ได้ที่//www.dhammahome.com/front/tipitaka/tipitaka_pdf/tipitaka_37.pdf


( หน้า 236 )

 

ขออนุโมทนาครับ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ