เรื่องของกรรม [กรรมกถา]
 
JANYAPINPARD
JANYAPINPARD
วันที่  17 ก.ย. 2552
หมายเลข  13583
อ่าน  806

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๒ - หน้าที่ 416

   มหาวรรค  กรรมกถา ว่าด้วยเรื่องของกรรม [๕๒๓]   กรรมได้มีแล้ว    วิบากแห่งกรรมได้มีแล้ว กรรมได้มีแล้ววิบากแห่งกรรมไม่ได้มีแล้ว   กรรมได้มีแล้ว      วิบากแห่งกรรมมีอยู่    กรรมได้มีแล้ว      วิบากแห่งกรรมไม่มีอยู่     กรรมได้มีแล้ว    วิบากแห่งกรรมจักมี   กรรมได้มีแล้ว    วิบากแห่งกรรมจักไม่มี   กรรมมีอยู่    วิบากแห่งกรรมมีอยู่   กรรมมีอยู่วิบากแห่งกรรมไม่มี   กรรมมีอยู่    วิบากแห่งกรรมจักมี   กรรมมีอยู่      วิบากแห่งกรรมจักไม่มี   กรรมจักมี    วิบากแห่งกรรมจักมี     กรรมจักมี      วิบากแห่งกรรมจักไม่มี   กุศลกรรมได้มีแล้ว   วิบากแห่งกุศลกรรมได้มีแล้ว   กุศลกรรมได้มีแล้ววิบากแห่งกุศลกรรมไม่ได้มีแล้ว    กุศลกรรมได้มีแล้ว   วิบากแห่งกุศลกรรมมีอยู่กุศลกรรมได้มีแล้ว    วิบากแห่งกุศลกรรมไม่มี   กุศลกรรมได้มีแล้ว    วิบากแห่งกุศลกรรมจักมี   กุศลกรรมได้มีแล้ว    วิบากแห่งกุศลกรรมจักไม่มี    กุศลกรรมมีอยู่     วิบากแห่งกุศลกรรมมีอยู่    กุศลกรรมมีอยู่    วิบากแห่งกุศลกรรมจักไม่มี

กุศลกรรมมีอยู่     วิบากแห่งกุศลกรรมจักมี   กุศลกรรมจักมี  วิบากแห่งกุศลกรรมจักไม่มี   อกุศลกรรมได้มีแล้ว   วิบากแห่งอกุศลกรรมไม่ได้มีแล้ว    อกุศลกรรมได้มีแล้ว   วิบากแห่งอกุศลกรรมมีอยู่   อกุศลกรรมได้มีแล้ว    วิบากแห่งอกุศล-กรรมไม่มี    อกุศลกรรมได้มีแล้ว     วิบากแห่งอกุศลกรรมจักมี      อกุศลกรรมได้มีแล้ว     วิบากแห่งอกุศลกรรมจักไม่มี   อกุศลกรรมมีอยู่   วิบากแห่งอกุศลกรรมมีอยู่     อกุศลกรรมมีอยู่    วิบากแห่งอกุศลกรรมไม่มี   อกุศลกรรมมีอยู่    วิบากแห่งอกุศลกรรมจักมี    อกุศลกรรมจักมี    วิบากแห่งอกุศลกรรมจักมี อกุศลกรรมจักมี  วิบากแห่งอกุศลกรรมจักไม่มี. ฯลฯ


Tag  กรรม
  ความคิดเห็นที่ 1  
 
JANYAPINPARD
JANYAPINPARD
วันที่ 1 ต.ค. 2552

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๒ - หน้าที่ 418
   
อรรถกถากรรมกถา บัดนี้   จะพรรณนาตามลำดับความที่ยังมิได้พรรณนาไว้    แห่งกรรมกถาอันพระสารีบุตรเถระแสดงถึงกรรมอันเป็นปัจจัย  แห่งเหตุสัมบัตินั้น. พึงทราบวินิจฉัยในกรรมกถานั้น  ดังต่อไปนี้   ในบทมีอาทิว่า      อโหสิกมฺมํ   อโหสิ      กมฺมวิปาโก     กรรมได้มีแล้ว   วิบากแห่งกรรมได้มีแล้ว    ท่านถือเอาวิบากอันให้ผลในภพอดีต    แห่งกรรมที่ทำแล้วในภพอดีตนั่นเอง    แล้ว

จึงกล่าวว่า  อโหสิ   กมฺมํ  อโหสิ   กมฺมวิปาโก. ท่านถือเอาวิบากอันไม่ให้ผลในภพอดีต     ด้วยความบกพร่องปัจจัยแห่งกรรมอดีต    อันเป็นทิฏฐธรรมเวทนียกรรม      (กรรมให้ผลในภพนี้)     และเป็นอุปปัชชเวทนียกรรม    (กรรมให้ผลต่อเมื่อเกิดแล้วในภพหน้า)      และวิบากอันยังไม่ให้ผลแห่งกรรมอันดับรอบแล้วในอดีตนั่นเอง   และอันเป็นทิฏฐธรรม-เวทนียกรรม  อุปปัชชเวทนียกรรม   และอปราปริยเวทนียกรรม    (กรรมให้ผลใน

ภพสืบๆ ไป)  จึงกล่าวว่า     อโหสิ  กมฺมํ นาโหสิ  กมฺมวิปาโก    กรรมได้มีแล้ว  

วิบากแห่งกรรมไม่ได้มีแล้ว. ท่านถือเอาวิบากอันให้ผลแห่งกรรมอดีต    ด้วยความถึงพร้อมแห่งปัจจัยในภพปัจจุบัน  แห่งวิบากอันยังไม่ให้ผล    แล้วจึงกล่าวว่า อโหสิ      กมฺมํ  อตฺถิกมฺมวิปาโก   กรรมได้มีแล้ว   วิบากแห่งกรรมมีอยู่. ท่านถือเอาวิบากอันยังไม่ให้ผลแห่งกรรมอดีต  อันล่วงเลยกาลแห่งวิบากแล้ว   เเละของผู้ปรินิพพานในภพปัจจุบันนั่นเอง   แล้วจึงกล่าวว่า  อโหสิกมฺมํ  นตฺถิ  กมฺมวิปาโก  กรรมได้มีแล้ว   วิบากแห่งกรรมไม่มีอยู่. ท่านถือเอา

วิบากอันควรให้ผล    ด้วยความถึงพร้อมแห่งปัจจัยในภพอนาคต      แห่ง

กรรมอดีตอันควรแก่วิบาก    อันเป็นวิบากยังไม่ให้ผล แล้วจึงกล่าวว่า     อโหสิ 

กมฺมํ  ภวิสฺสติ กมฺมวิปาโก  กรรมได้มีแล้ว   วิบากกรรมจักมี. ท่านถือเอาวิบากอันไม่ควรให้ผล แห่งกรรมอดีตอันล่วงกาลแห่งวิบากแล้ว      และดับรอบในภพอนาคตนั่นเอง     แล้วจึงกล่าวว่า   อโหสิ   กมฺมํ  นภวิสฺสติ  กมฺมวิปาโก  กรรมได้มีแล้ว   วิบากแห่งกรรมจักไม่มี. ท่านแสดงกรรมอดีตอย่างนี้ไว้   ๖  อย่าง     ด้วยอำนาจแห่งวิบาก   และมิใช่วิบาก  ในอดีต   ปัจจุบัน    และอนาคต. ท่านถือเอาวิบากอันให้ผลในปัจจุบันนี้   แห่งกรรมอันเป็นทิฏฐธรรม-เวทนียกรรมที่ทำแล้วในภพนี้      แล้วจึงกล่าวว่า  อตฺถิ  กมฺมํ  อตฺถิ  กมฺมวิปาโกกรรมมีอยู่   วิบากแห่งกรรมมีอยู่. ท่านถือเอาวิบากอันไม่ให้ผลในภพนี้      ด้วยความบกพร่องแห่งปัจจัยของกรรมปัจจุบันนั้น    และยังไม่ให้ผลในภพนี้      ของผู้ปรินิพพานในปัจจุบันแล้วจึงกล่าวว่า     อตฺถิ    กมฺมํ     นตฺถิ      กมฺมวิปาโก  กรรมมีอยู่  วิบากของกรรมไม่มีอยู่. ท่านถือเอาวิบากอันควรให้ผลในภพอนาคตของกรรมปัจจุบัน     อันเป็นอุปปัชชเวทนียกรรม และอปราปริยเวทนียกรรม แล้วจึงกล่าวว่า    อตฺถิกมฺมํ  ภวิสฺสติ  กมฺมวิปาโก  กรรมมีอยู่  วิบากกรรมจักมี. ท่านถือเอาวิบากอันไม่ควรให้ผลในภพอนาคต     ด้วยความบกพร่องปัจจัย    แห่งกรรมปัจจุบันอันเป็นอุปปัชชเวทนียกรรม     และไม่ควรให้ผลแก่ผู้ควรปรินิพพานในภพอนาคต      อันเป็นอปราปริยเวทนียกรรม   แล้วจึงกล่าวว่าอตฺถิ  กมฺมํ  น  ภวิสฺสติ  กมฺมวิปาโก  กรรมมีอยู่  วิบากแห่งกรรมจักไม่มี.   ฯลฯ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ