สมถภาวนาไม่ใช่การทำสมาธิ
 
ธรรมทัศนะ
วันที่  17 มิ.ย. 2549
หมายเลข  1357
อ่าน  1,663

สมาธิเป็นสภาพธรรมที่ตั้งมั่นในอารมณ์ ซึ่งได้แก่ เอกัคคตาเจตสิกที่เกิดกับจิตทุกดวง เมื่อจิตฝักใฝ่มีอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งนานๆ ลักษณะของเอกัคคตาเจตสิกก็ปรากฏเป็นสมาธิ คือ ตั้งมั่นแน่วแน่อยู่ที่อารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งเพียงอารมณ์เดียว

เอกัคคตาเจตสิกที่เกิดกับอกุศลจิตเป็นมิจฉาสมาธิ เอกัคคตาเจตสิกที่เกิดกับกุศลจิตเป็นสัมมาสมาธิ การทำสมาธิให้จิตจดจ่อที่อารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งนานๆ นั้นเมื่อไม่ประกอบด้วยปัญญา ก็เป็นมิจฉาสมาธิ เพราะขณะนั้นเป็นความพอใจที่จะให้จิตตั้งมั่นแน่วแน่อยู่ที่อารมณ์เดียว เมื่อปราศจากปัญญา ก็ไม่สามารถรู้ความต่างกันของโลภมูลจิต และกุศลจิต

การเจริญสมถภาวนาเป็นการเจริญความสงบของจิตด้วยปัญญาที่เห็นโทษของจิตที่ไม่สงบ การอบรมเจริญความสงบของจิต จึงต้องมีสติสัมปชัญญะที่สามารถรู้สภาพที่ต่างกันของกุศลจิตและอกุศลจิตในขณะนี้เสียก่อน แล้วจึงจะอบรมเจริญกุศลที่เป็นความสงบ คือ สมถภาวนา


Tag  กุศลจิต ความสงบ ปัญญา สติสัมปชัญญะ สมาถภาวนา สมาธิ อกุศลจิต เอกัคคตาเจตสิก
  ความคิดเห็นที่ 1  
 
pornchai.s
pornchai.s
วันที่ 17 มิ.ย. 2549

การเจริญสมถภาวนา หรือการเจริญสัมมาสมาธิจนถึงขั้นฌาน มีมาก่อนพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ ดาบสทั้งสอง คือ อุทกดาบส และอาฬารดาบส ก็อบรมเจริญฌานจิต  ถึงอรูปฌานขั้นสูงสุดจนตัวเองเข้าใจผิดคิดว่าบรรลุพระนิพพานแล้ว ในยุคที่ว่างจากคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ฌานจิตจึงเป็นกุศลขั้นสูงสุดแต่ก็ยังไม่พ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดไปได้ ผู้ที่เจริญฌานจิตนั้น ต้องเป็นผู้ที่มีปัญญาเห็นโทษของความติดข้องใน รูป เสียง

กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ในชีวิตประจำวัน  และมีอัธยาศัยของการเป็นนักบวช  ไม่ใช่ว่าเกิดความหงุดหงิดในหน้าที่การงาน เบื่องาน อกหัก ผิดหวังจากเรื่องต่างๆ ก็ไปนั่งสมาธิให้จิตจดจ่ออยู่ที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งนานๆ แล้วก็คิดเอาเองว่านี้ คือการปฏิบัติธรรม  เข้าใจว่าได้ฌานขั้นต่างๆ ซึ่งเป็นความเข้าใจผิด ความจริงเป็นมิจฉาสมาธิ เป็นอกุศลสมาธิ โดยไม่รู้ตัว

ผู้มีปรกติอบรมเจริญสติปัฏฐานนั้น  ก็ไม่ขาดสัมมาสมาธิ ขณะที่สติเกิด ระลึกรู้สภาพธรรมที่กำลังปรากฏ ขณะนั้นเป็นกุศลสมาธิซึ่งประกอบด้วยปัญญา เป็นหนทางอบรมเจริญวิปัสสนาเพื่อความประจักษ์แจ้งนามธรรม รูปธรรม ในอนาคต ในยุคนี้ สมัยนี้ ไม่ใช่กาลสมบัติที่จะเจริญสมถภาวนาจนถึงขั้นฌานจิต  เนื่องจากมีคำสอนของพระผู้มีพระภาคให้อบรมเจริญสติปัฏฐานในชีวิตประจำวันได้ เจริญวิปัสสนาได้ ทุกเพศทุกวัย มีอัธยาศัยเป็นฆราวาส  ก็ไม่ต้องไปบีบบังคับตัวเองให้เป็นบรรพชิต  สมถะในชีวิตประจำวันสามารถเกิดได้ เช่น ระลึกถึงพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ ระลึกถึงความตาย ระลึกถึงศีล  เป็นต้น

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
hadezz
วันที่ 7 ก.ย. 2552

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
pamali
วันที่ 4 ต.ค. 2553

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
ผ้าเช็ดธุลี
ผ้าเช็ดธุลี
วันที่ 1 ก.ค. 2554

กราบขอบพระคุณอย่างสูงครับ และ

อนุโมทนาจิตดีดีด้วยนะครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
chatchai.k
chatchai.k
วันที่ 22 ก.ค. 2563

ขออนุโมทนาครับ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ