ภิกษุไม่ควรทำยาแก่ชนอื่นแต่ควรทำให้สหธรรมิกทั้ง ๕
 
orawan.c
orawan.c
วันที่  29 ส.ค. 2552
หมายเลข  13397
อ่าน  1,336

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๑ ภาค ๒ - หน้าที่ 431

       [ภิกษุไม่ควรทำยาแก่ชนอื่นแต่ควรทำให้สหธรรมิกทั้ง  ๕]   
     เพราะฉะนั้น ภิกษุไม่ควรทำเภสัชแก่ชนอื่นผู้มาแล้วๆ ,  เมื่อทำ ต้องอาบัติทุกกฏ.    แต่ควรทำให้แก่สหธรรมิกทั้ง  ๕  คือ   ภิกษุ    ภิกษุณี    สิกขมานาสามเณร   สามเณรี.   จริงอยู่   สหธรรมิกทั้ง  ๕  เหล่านั้นเป็นผู้มีศีล   ศรัทธาและปัญญาเสมอกัน   ทั้งประกอบในไตรสิกขาด้วย   ภิกษุจะไม่ทำเภสัชให้ย่อมไม่ได้,    และเมื่อจะทำ    ถ้าสิ่งของๆ สหธรรมิกเหล่านั้นมีอยู่,    พึงถือเอาสิ่งของๆ สหธรรมิกเหล่านั้น   ปรุงให้.   ถ้าไม่มี,   ควรเอาของๆ ตนทำให้   ถ้าแม้ของๆ   ตนก็ไม่มี    พึงแสวงหาด้วยภิกขาจารวัตร    หรือจากที่แห่งญาติและคนปวารณา  (ของตน).   เมื่อไม่ได้   ควรนำสิ่งของมาทำให้   แม้ด้วยการไม่ทำวิญญัติ    (คือขอในที่ ๆ เขาไม่ได้ทำปวารณาไว้)    เพื่อประโยชน์แก่คนไข้.ควรทำ ยาให้แก่คนนี้  ๕ จำพวก   แม้อื่นอีก   คือ   มารดา  ๑   บิดา  ๑   คนบำรุงมารดาบิดานั้น  ๑  ไวยาจักรของตน ๑  คนปัณฑุปลาส ๑.  คนผู้ที่ชื่อว่าปัณฑุ-ปลาส  ได้แก่  คนผู้เพ่งบรรพชา  ยังอยู่ในวิหารตลอดเวลาที่ยังตระเตรียมบาตรและจีวร.   บรรดาชน  ๕  จำพวกเหล่านั้น   ถ้ามารดาและบิดาเป็นใหญ่  ไม่หวังตอบแทนไซร้,     จะไม่ทำให้ก็ดีควร.     แต่ถ้าท่านทั้ง  ๒  ดำรงอยู่ในราชสมบัติยังหวังตอบแทนอยู่,   จะไม่ทำ   ไม่ควร.   เมื่อท่านทั้ง  ๒  หวังเภสัช   ควรให้เภสัช.    เมื่อท่านทั้ง  ๒ ไม่รู้วิธีประกอบยาควรประกอบยาให้.     ควรแสวงหาเภสัชเพื่อประโยชน์แก่ชน  ๕  จำพวก   มีมารดาเป็นต้นแม้ทั้งหมด   โดยนัยดังที่กล่าวแล้วในสหธรรมิกนั่นแล.     ก็ถ้าภิกษุนำมารดามาปรนนิบัติอยู่ในวิหาร,  อย่าถูกต้องพึงบริกรรมทุกอย่าง,    พึงให้ของเคี้ยว   ของบริโภคด้วยมือตนเอง.ส่วนบิดาพึงบำรุงทำกิจทั้งหลาย   มีการให้อาบน้ำและการนวดเป็นต้น    ด้วยมือตนเอง     เหมือนอย่างสามเณรฉะนั้น.     ชนเหล่าใดย่อมบำรุงประคับประคองมารดาและบิดา,   ภิกษุควรทำเภสัช    แม้แก่ชนเหล่านั้น    อย่างนั้นเหมือนกัน.คนผู้ที่ชื่อว่า   ไวยาจักร   ได้แก่    ผู้รับเอาค่าจ้างแล้ว    ตัดฟืนในป่า    หรือทำการงานอะไรๆ   อย่างอื่น.     เมื่อเกิดเป็นโรคขึ้นแก่เขา     ภิกษุควรทำเภสัชให้จนกว่าพวกญาติจะพบเห็น.   ส่วนผู้ใดเป็นเพียงคนอาศัยภิกษุ    ทำการงานทุกอย่าง,      ภิกษุควรทำเภสัชให้แก่คนคนนั้นเหมือนกัน.     แม้ในปัณฑุปลาสก็ควรปฏิบัติเหมือนในสามเณร  ฉะนั้น

    [ภิกษุควรทำยาให้คน ๑๐  จำพวก] 
ภิกษุควรทำยาให้แก่ชน ๑๐ จำพวก   แม้อื่นอีก   คือ   พี่ชาย  ๑   น้องชาย ๑  พี่หญิง ๑  น้องหญิง ๑  น้าหญิง  ๑  ป้า ๑  อาชาย ๑  ลุง ๑  อาหญิง ๑น้าชาย  ๑.     ก็เมื่อจะทำให้แก่ชนมีพี่ชายเป็นต้นนั้นแม้ทั้งหมด    ควรเอาเภสัชอันเป็นของๆ คนเหล่านั้นนั่นแล    ปรุงให้อย่างเดียว,   แต่ถ้าสิ่งของๆ ชนเหล่านั้น  ไม่เพียงพอ   และชนเหล่านั้นก็ขอร้องอยู่ว่า   ท่านขอรับ !    โปรดให้พวกกระผมเถิด  พวกกระผมจักถวายคืนแก่พระคุณท่าน,   ควรให้เป็นของยืม,ถึงหากพวกเขาไม่ขอร้อง,  ภิกษุควรพูดว่า  อาตมา  มีเภสัชอยู่,   พวกท่านจงถือเอาเป็นของยืมเถิด    หรือควรทำความผูกใจไว้ว่า     สิ่งของๆ ชนเหล่านั้นจักมีเมื่อใด   เขาจักให้เมื่อนั้น   ดังนี้    แล้วพึงให้ไป.   ถ้าเขาคืนให้ควรรับเอา,ถ้าไม่คืนให้  ไม่ควรทวง.   เว้นญาติ ๑๐  จำพวกเหล่านั้นเสีย   ไม่ควรให้เภสัช   ฯลฯ       


Tag  สหธรรมิกทั้ง ๕

เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ