บุคคลตัดวัฏฏะได้แล้วย่อมสิ้นทุกข์ [ทุติยภัททิยสูตร]
 
เมตตา
เมตตา
วันที่  16 ส.ค. 2552
หมายเลข  13203
อ่าน  1,268

  พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อุทาน เล่ม ๑ ภาค ๓ - หน้าที่ 664  ๒.  ทุติยภัททิยสูตร ว่าด้วยบุคคลตัดวัฏฏะได้แล้วย่อมสิ้นทุกข์   [๑๔๘]  ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้ :-
 
สมัยหนึ่ง   พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อาราม
 
ของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี  ใกล้พระนครสาวัตถี   ก็สมัยนั้นแล  ท่าน-พระสารีบุตร สำคัญท่านพระลกุณฐกภัททิยะว่า  เป็นพระเสขะ  จึง  ชี้แจงให้เห็นแจ้ง  ให้สมาทาน   ให้อาจหาญ  ให้ร่าเริง  ด้วยธรรมีกถาโดยอเนกปริยายยิ่งกว่าประมาณ  พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงเห็นท่านพระ-สารีบุตรสำคัญท่านพระลกุณฐกภัททิยะว่า  เป็นพระเสขะ  ชี้แจงให้เห็นแจ้งให้สมาทาน   ให้อาจหาญ   ให้ร่าเริง   ด้วยธรรมีกถา  โดยอเนกปริยายยิ่งกว่าประมาณ.  ฯลฯ     ข้อความอธิบายจากอรรถกถา

บทว่า ภิยฺโยโส  มตฺตาย  แปลว่า  ยิ่งโดยประมาณ  อธิบายว่า  ยิ่งเกินประมาณ. จริงอยู่  ท่านลกุณฏกภัททิยะ  นั่งอยู่ตามเดิมนั่นแหละบรรลุธรรมเครื่องสิ้นไปแห่งอาสวะ  ด้วยโอวาทแรกตามวิธีดังกล่าวในสูตรแรก.  ฝ่ายพระธรรมเสนาบดี   ไม่ทราบการบรรลุพระอรหัตนั้นของท่าน   โดยมิได้คำนึง

ถึง สำคัญว่ายังเป็นพระเสขะอยู่ตามเดิม  เหมือนบุรุษผู้มีใจกว้างขวาง 

เขาขอน้อยก็ให้มากฉะนั้น   ย่อมแสดงธรรมเพื่อสิ้นอาสวะ  โดยอเนกปริยาย

ยิ่งๆ   ขึ้นไปทีเดียว.  ฝ่ายท่านลกุณฏกภัททิยะมิได้คิดว่า  บัดนี้  เราทำกิจ

เสร็จแล้ว   จะมีประโยชน์อะไรด้วยโอวาทนี้   จึงพึงโดยเคารพเหมือนในกาล

ก่อนทีเดียว  เพราะความเคารพในพระสัทธรรม. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเห็น

ดังนั้น  ประทับนั่งอยู่ในพระคันธกุฎีนั่นแหละ  ทรงกระทำโดยที่พระธรรม-

เสนาบดี  รู้ธรรมเป็นที่สิ้นกิเลสของท่าน   ด้วยพุทธานุภาพ  จึงทรงเปล่ง

อุทานนี้.  ด้วยเหตุนั้น  ท่านจึงกล่าวว่า  เตนโข  ปน สมเยน เป็นต้น.


  ความคิดเห็น 1  
 
suwit02
วันที่ 20 ส.ค. 2552

สาธุ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ