บุคคลตัดวัฏฏะได้แล้วย่อมสิ้นทุกข์ [ทุติยภัททิยสูตร]
 
เมตตา
เมตตา
วันที่  16 ส.ค. 2552
หมายเลข  13203
อ่าน  1,124

  พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อุทาน เล่ม ๑ ภาค ๓ - หน้าที่ 664      ๒.  ทุติยภัททิยสูตร  ว่าด้วยบุคคลตัดวัฏฏะได้แล้วย่อมสิ้นทุกข์       [๑๔๘]   ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้ :-
 
สมัยหนึ่ง   พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อาราม
 
ของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี    ใกล้พระนครสาวัตถี   ก็สมัยนั้นแล   ท่าน-พระสารีบุตร สำคัญท่านพระลกุณฐกภัททิยะว่า    เป็นพระเสขะ      จึง  ชี้แจงให้เห็นแจ้ง    ให้สมาทาน     ให้อาจหาญ    ให้ร่าเริง    ด้วยธรรมีกถาโดยอเนกปริยายยิ่งกว่าประมาณ    พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงเห็นท่านพระ-สารีบุตรสำคัญท่านพระลกุณฐกภัททิยะว่า   เป็นพระเสขะ  ชี้แจงให้เห็นแจ้งให้สมาทาน   ให้อาจหาญ   ให้ร่าเริง   ด้วยธรรมีกถา   โดยอเนกปริยายยิ่งกว่าประมาณ.   ฯลฯ       ข้อความอธิบายจากอรรถกถา

บทว่า ภิยฺโยโส  มตฺตาย  แปลว่า  ยิ่งโดยประมาณ  อธิบายว่า   ยิ่งเกินประมาณ. จริงอยู่   ท่านลกุณฏกภัททิยะ   นั่งอยู่ตามเดิมนั่นแหละบรรลุธรรมเครื่องสิ้นไปแห่งอาสวะ    ด้วยโอวาทแรกตามวิธีดังกล่าวในสูตรแรก.    ฝ่ายพระธรรมเสนาบดี   ไม่ทราบการบรรลุพระอรหัตนั้นของท่าน   โดยมิได้คำนึง

ถึง สำคัญว่ายังเป็นพระเสขะอยู่ตามเดิม    เหมือนบุรุษผู้มีใจกว้างขวาง  

เขาขอน้อยก็ให้มากฉะนั้น   ย่อมแสดงธรรมเพื่อสิ้นอาสวะ   โดยอเนกปริยาย

ยิ่งๆ   ขึ้นไปทีเดียว.    ฝ่ายท่านลกุณฏกภัททิยะมิได้คิดว่า  บัดนี้   เราทำกิจ

เสร็จแล้ว   จะมีประโยชน์อะไรด้วยโอวาทนี้   จึงพึงโดยเคารพเหมือนในกาล

ก่อนทีเดียว  เพราะความเคารพในพระสัทธรรม.  พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเห็น

ดังนั้น    ประทับนั่งอยู่ในพระคันธกุฎีนั่นแหละ    ทรงกระทำโดยที่พระธรรม-

เสนาบดี    รู้ธรรมเป็นที่สิ้นกิเลสของท่าน   ด้วยพุทธานุภาพ  จึงทรงเปล่ง

อุทานนี้.    ด้วยเหตุนั้น   ท่านจึงกล่าวว่า   เตนโข  ปน สมเยน เป็นต้น.


Tag  ธรรมีกถา พระเสกขะ ร่าเริง วัฎฎะ สมาทาน อาจหาญ อาสวะ อเนกปริยาย
  ความคิดเห็นที่ 1  
 
suwit02
วันที่ 20 ส.ค. 2552

สาธุ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ