กรรมหนักย่อมเกิดในโลกันตรนรก
 
เมตตา
เมตตา
วันที่  15 ส.ค. 2552
หมายเลข  13201
อ่าน  880
  พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค เล่ม ๒ ภาค ๑ - หน้าที่ 102

บทว่า   โลกนฺตริกา   ความว่าช่องว่างอันหนึ่งๆ ในระหว่างจักรวาลทั้ง๓  ย่อมมีในที่สุดโลก   ดุจช่องว่างในท่ามกลางล้อเกวียน ๓ ล้อ  หรือแผ่น ๓-แผ่นที่วางทับกันฉะนั้น.  ก็โลกันตรนรกนั้นโดยส่วนกว้างถึง  ๘,๐๐๐   โยชน์.บทว่า อฆา  คือ เปิดเป็นนิจ.  บทว่า  อสํวุตา  ความว่า แม้ข้างล่างก็ไม่มีตั้งไว้. บทว่า อนฺธการา คือ มืดมิด.  บทว่า อนฺธการติมิสา  ความว่า ประกอบด้วยหมอกอันทำความมืดพ้นจากจักขุวิญญาณ.  นัยว่า จักขุวิญญาณย่อมไม่เกิด 

ณที่นั้น. บทว่า เอวํมหิทฺธิกา  ความว่า  พระจันทร์และพระอาทิตย์ย่อมปรากฏใน๓ ทวีป  โดยส่องแสงครั้งเดียวเท่านั้น  อย่างนี้ชื่อว่า  พระจันทร์และพระอาทิตย์มีฤทธิ์มาก.  พระจันทร์และพระอาทิตย์กำจัดความมืดตลอดหนึ่งล้านแปดแสนโยชน์ในทิศหนึ่งๆ แล้วส่องแสงสว่าง   อย่างนี้ชื่อว่าพระจันทร์ และพระอาทิตย์มีอานุภาพมาก.  บทว่า  อาภาย   นานุโภนฺติ ความว่า แสงสว่างของตนไม่พอ.นัยว่า  พระจันทร์และพระอาทิตย์เหล่านั้นแล่นไปท่ามกลางจักรวาลบรรพต.  ก็โลกันตรนรกเลยจักรวาลบรรพตไป   เพราะฉะนั้น  พระจันทร์ และพระอาทิตย์เหล่านั้นจึงมีแสงสว่างไม่พอในที่นั้น. บทว่า  เยปิ   ตตฺถ   สตฺตา ความว่า แม้สัตว์เหล่าใดเกิดแล้วในโลกันตรมหานรกนั้น.   ถามว่าก็สัตว์เหล่านั้นกระทำกรรมอะไรไว้จึงเกิดในโลกันตรมหา-นรกนั้น.  ตอบว่าทำกรรมหนักคือหยาบช้า.  สัตว์เหล่านั้นกระทำความผิดต่อมารดาบิดา และสมณพราหมณ์ผู้ตั้งอยู่ในธรรมและกรรมร้ายกาจมีฆ่าสัตว์เป็นต้นทุกวันๆ ย่อมเกิดในโลกันตรนรกนั้น   ดุจอภยโจร  และนาคโจรเป็นต้นในตาม- พปัณณิทวีป  ร่างกายของสัตว์เหล่านั้นสูง ๓ คาวุต  มีเล็บยาวเหมือนเล็บค้าง- คาว  สัตว์เหล่านั้นเกาะอยู่บนจักรวาลบรรพตด้วยเล็บ  เหมือนค้างคาวเกาะอยู่บนต้นไม้ฉะนั้น  เมื่อใดสัตว์เหล่านั้นคลานไปถูกฝ่ามือของกันและกันเข้า  เมื่อ

นั้นก็สำคัญว่า เราพบอาหารแล้วจึงวิ่งหมุนไปรอบๆ แล้วก็ตกไปบนน้ำหนุนโลกเมื่อลมปะทะก็ขาดตกลงไปในน้ำเหมือนผลมะทราง   พอตกลงไปแล้วก็ละลาย  เหมือนก้อนแป้งตกลงไปในน้ำที่เค็มจัด.


เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ