พระสุบินนิมิตรของพระเจ้าโกศลมหาราช
 
small
วันที่  6 ส.ค. 2552
หมายเลข  13110
อ่าน  693

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เอกนิบาตชาดก เล่ม ๓ ภาค ๒ - หน้าที่ 222

        ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ     หม่อมฉันได้เห็นสุบินข้อที่    ๒อย่างนี้ว่า    ต้นไม้เล็ก  ๆ    และกอไผ่    แทรกแผ่นดินพอถึงคืบหนึ่งบ้าง     ดอกหนึ่งบ้าง     เพียงแค่นี้ก็ผลิดอกออกผลไปตาม  ๆ.    กันนี้เป็นสุบินข้อที่   ๒    ที่หม่อมฉันได้เห็น    อะไรเป็นผลของสุบินนี้พระเจ้าข้า  ?        มหาบพิตร    ผลแม้ของสุบินข้อนี้    ก็จักมีในกาลที่โลกเสื่อมเวลามนุษย์มีอายุน้อย     ด้วยว่าสัตว์ทั้งหลายในอนาคตจักมีราคะกล้า    กุมารีมีวัยยังไม่สมบูรณ์    จักสมสู่กะบุรุษอื่น    เป็นหญิงมีระดู    มีครรภ์    พากันจำเริญด้วยบุตรและธิดา    ความที่กุมารีเหล่านั้น   มีระดูเปรียบเหมือนต้นไม้เล็ก  ๆ   มีดอก   กุมารีเหล่านั้นจำเริญด้วยบุตรและธิดา     ก็เหมือนต้นไม้เล็ก  ๆ     มีผล     ภัยแม้มีนิมิตรนี้เป็นเหตุ    ไม่มีแก่มหาบพิตรดอก    จงตรัสเล่าข้อที่     ๓ต่อไปเถิด  มหาบพิตร.        ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ      หม่อมฉันได้เห็นแม่โคใหญ่  ๆพากันดื่มนมของฝูงลูกโค   ที่เพิ่งเกิดในวันนั้น   นี้เป็นสุบินข้อที่   ๓ของหม่อมฉัน  อะไรเป็นผลแห่งสุบินนั้น  พระเจ้าข้า  ?        มหาบพิตร    แม้ผลของสุบินนี้    ก็จักมีในอนาคตเหมือนกันจักมีผลในเวลาที่มนุษย์ทั้งหลาย     พากันละทิ้งเชษฐาปจายิกกรรมคือความเป็นผู้ประพฤติอ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่     เพราะในอนาคต ฝูงสัตว์จักมิได้ตั้งไว้ซึ่งความยำเกรงในมารดาบิดา    หรือในแม่ยายพ่อตา     ต่างแสวงหาทรัพย์สินด้วยตนเองทั้งนั้น     เมื่อปรารถนาจะให้ของกินของใช้แก่คนแก่ ๆ    ก็ให้   ไม่ปรารถนาจะให้ก็ไม่ให้คนแก่ ๆ  พากันหมดที่พึ่ง  หาเลี้ยงตนเองก็ไม่ได้  ต้องง้อพวกเด็ก  ๆเลี้ยงชีพ     เป็นเหมือนแม่โคใหญ่ ๆ     พากันดื่มนมลูกโคที่เกิดในวันนั้น



  ความคิดเห็นที่ 1  
 
small
วันที่ 1 ก.ย. 2552

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เอกนิบาตชาดก เล่ม ๓ ภาค ๒ - หน้าที่ 230

        ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ      หม่อมฉันได้เห็นคนทั้งหลายเอาแก่นจันทน์    มีราคาตั้งแสนกษาปณ์    ขายแลกกับเปรียงเน่านี้เป็นสุบินข้อที่   ๑๑    ของหม่อมฉัน   อะไรเป็นผลแห่งสุบินนี้เล่าพระเจ้าข้า  ?        มหาบพิตรแม้ผลแห่งสุบินนี้    ก็จักมีในอนาคต     ในเมื่อศาสนาของตถาคตเสื่อมโทรมนั่นแล    ด้วยว่าในกาลภายหน้า   พวกภิกษุอลัชชีเห็นแก่ปัจจัย   จักมีมาก  พวกเหล่านั้น  จักพากันแสดงธรรมเทศนาที่ตถาคต      กล่าวติเตียนความละโมภในปัจจัยไว้แก่ชนเหล่าอื่น  เพราะเหตุแห่งปัจจัย  ๔  มีจีวรเป็นต้น  จักไม่สามารถแสดงให้พ้นจากปัจจัยทั้งหลาย       แล้วตั้งอยู่ในฝ่ายธรรมนำสัตว์ให้พ้นจากทุกข์    มุ่งตรงสู่พระนิพพาน    ชนทั้งหลายก็จะฟังความสมบูรณ์แห่งบทละพยัญชนะ     และสำเนียงอันไพเราะอย่างเดียว   เท่านั้น    แล้วจักถวายเอง   และยังชนเหล่าอื่นให้ถวาย ซึ่งปัจจัยทั้งหลายมีจีวรเป็นต้น    อันมีค่ามาก    ภิกษุทั้งหลายอีกบางพวก  จักพากันนั่งในที่ต่าง ๆ  มีท้องถนน   สี่แยก   และประตูวังเป็นต้น    แล้วแสดงธรรมแลกรูปิยะ       มีเหรียญกษาปณ์ครึ่งกษาปณ์     เหรียญบาท  เหรียญมาสก  เป็นต้น  โดยประการฉะนี้ก็เป็นเอาธรรมที่ตถาคตแสดงไว้     มีมูลค่าควรแก่พระนิพพานไปแสดงแลกปัจจัย    ๔    และรูปิยะมีเหรียญกษาปณ์และเหรียญครึ่งกษาปณ์เป็นต้น     จักเป็นเหมือนฝูงคนเอาแก่นจันทน์มีราคาตั้งแสน   ไปขายแลกเปรียงเน่าฉะนั้น

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ