พระสุบินนิมิตรของพระเจ้าโกศลมหาราช
 
small
วันที่  6 ส.ค. 2552
หมายเลข  13110
อ่าน  818

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เอกนิบาตชาดก เล่ม ๓ ภาค ๒ - หน้าที่ 222

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ  หม่อมฉันได้เห็นสุบินข้อที่  ๒อย่างนี้ว่า  ต้นไม้เล็ก ๆ   และกอไผ่  แทรกแผ่นดินพอถึงคืบหนึ่งบ้าง  ดอกหนึ่งบ้าง  เพียงแค่นี้ก็ผลิดอกออกผลไปตาม ๆ .  กันนี้เป็นสุบินข้อที่  ๒  ที่หม่อมฉันได้เห็น  อะไรเป็นผลของสุบินนี้พระเจ้าข้า  ? มหาบพิตร  ผลแม้ของสุบินข้อนี้  ก็จักมีในกาลที่โลกเสื่อมเวลามนุษย์มีอายุน้อย  ด้วยว่าสัตว์ทั้งหลายในอนาคตจักมีราคะกล้า  กุมารีมีวัยยังไม่สมบูรณ์  จักสมสู่กะบุรุษอื่น  เป็นหญิงมีระดู  มีครรภ์  พากันจำเริญด้วยบุตรและธิดา  ความที่กุมารีเหล่านั้น  มีระดูเปรียบเหมือนต้นไม้เล็ก ๆ   มีดอก  กุมารีเหล่านั้นจำเริญด้วยบุตรและธิดา  ก็เหมือนต้นไม้เล็ก ๆ   มีผล  ภัยแม้มีนิมิตรนี้เป็นเหตุ  ไม่มีแก่มหาบพิตรดอก  จงตรัสเล่าข้อที่  ๓ต่อไปเถิด  มหาบพิตร. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ  หม่อมฉันได้เห็นแม่โคใหญ่ ๆ พากันดื่มนมของฝูงลูกโค  ที่เพิ่งเกิดในวันนั้น  นี้เป็นสุบินข้อที่  ๓ของหม่อมฉัน  อะไรเป็นผลแห่งสุบินนั้น  พระเจ้าข้า  ? มหาบพิตร  แม้ผลของสุบินนี้  ก็จักมีในอนาคตเหมือนกันจักมีผลในเวลาที่มนุษย์ทั้งหลาย  พากันละทิ้งเชษฐาปจายิกกรรมคือความเป็นผู้ประพฤติอ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่  เพราะในอนาคต ฝูงสัตว์จักมิได้ตั้งไว้ซึ่งความยำเกรงในมารดาบิดา  หรือในแม่ยายพ่อตา  ต่างแสวงหาทรัพย์สินด้วยตนเองทั้งนั้น  เมื่อปรารถนาจะให้ของกินของใช้แก่คนแก่ๆ   ก็ให้  ไม่ปรารถนาจะให้ก็ไม่ให้คนแก่ๆ   พากันหมดที่พึ่ง  หาเลี้ยงตนเองก็ไม่ได้  ต้องง้อพวกเด็ก ๆ เลี้ยงชีพ  เป็นเหมือนแม่โคใหญ่ๆ   พากันดื่มนมลูกโคที่เกิดในวันนั้น


  ความคิดเห็น 1  
 
small
วันที่ 1 ก.ย. 2552

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เอกนิบาตชาดก เล่ม ๓ ภาค ๒ - หน้าที่ 230

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ  หม่อมฉันได้เห็นคนทั้งหลายเอาแก่นจันทน์  มีราคาตั้งแสนกษาปณ์  ขายแลกกับเปรียงเน่านี้เป็นสุบินข้อที่  ๑๑  ของหม่อมฉัน  อะไรเป็นผลแห่งสุบินนี้เล่าพระเจ้าข้า  ? มหาบพิตรแม้ผลแห่งสุบินนี้  ก็จักมีในอนาคต  ในเมื่อศาสนาของตถาคตเสื่อมโทรมนั่นแล  ด้วยว่าในกาลภายหน้า  พวกภิกษุอลัชชีเห็นแก่ปัจจัย  จักมีมาก  พวกเหล่านั้น  จักพากันแสดงธรรมเทศนาที่ตถาคต  กล่าวติเตียนความละโมภในปัจจัยไว้แก่ชนเหล่าอื่น  เพราะเหตุแห่งปัจจัย  ๔  มีจีวรเป็นต้น  จักไม่สามารถแสดงให้พ้นจากปัจจัยทั้งหลาย แล้วตั้งอยู่ในฝ่ายธรรมนำสัตว์ให้พ้นจากทุกข์  มุ่งตรงสู่พระนิพพาน  ชนทั้งหลายก็จะฟังความสมบูรณ์แห่งบทละพยัญชนะ  และสำเนียงอันไพเราะอย่างเดียว  เท่านั้น  แล้วจักถวายเอง  และยังชนเหล่าอื่นให้ถวาย ซึ่งปัจจัยทั้งหลายมีจีวรเป็นต้น  อันมีค่ามาก  ภิกษุทั้งหลายอีกบางพวก  จักพากันนั่งในที่ต่างๆ   มีท้องถนน  สี่แยก  และประตูวังเป็นต้น  แล้วแสดงธรรมแลกรูปิยะ มีเหรียญกษาปณ์ครึ่งกษาปณ์  เหรียญบาท  เหรียญมาสก  เป็นต้น  โดยประการฉะนี้ก็เป็นเอาธรรมที่ตถาคตแสดงไว้  มีมูลค่าควรแก่พระนิพพานไปแสดงแลกปัจจัย  ๔  และรูปิยะมีเหรียญกษาปณ์และเหรียญครึ่งกษาปณ์เป็นต้น  จักเป็นเหมือนฝูงคนเอาแก่นจันทน์มีราคาตั้งแสน  ไปขายแลกเปรียงเน่าฉะนั้น

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ