ความจริงแห่งชีวิต [027] จิตตสูตร ... จิต เป็นธาตุรู้ สภาพรู้
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
บทที่ ๑
สังยุตตนิกาย สคาถวรรค อันธวรรคที่ ๗ จิตตสูตรที่ ๒
(๑๘๐) เทวดาทูลถามว่า
โลกอันอะไรย่อมนำไป อันอะไรหนอย่อมเสือกไสไป โลกทั้งหมดเป็นไปตามอำนาจของธรรมอันหนึ่ง คืออะไร
(๑๘๑) พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า
โลกอันจิตย่อมนำไป อันจิตย่อมเสือกไสไป โลกทั้งหมดเป็นไปตามอำนาจของธรรมอันหนึ่ง คือ จิต
แสดงให้เห็นความสำคัญของจิต ซึ่งเป็นธาตุรู้ สภาพรู้ซึ่งเป็นใหญ่ เป็นประธานในการรู้สิ่งที่กำลังปรากฏ ซึ่งไม่เพียงแต่เห็น ได้ยิน ได้กลิ่น ลิ้มรสรู้สิ่งที่กระทบสัมผัสเท่านั้น แต่ยังคิดนึกวิจิตรต่างๆ นานา ฉะนั้น โลกของแต่ละคนจึงเป็นไปตามอำนาจจิตของแต่ละคน จิตของบางคนก็สะสมกุศลไว้มาก ไม่ว่าจะเห็บุคคลใดซึ่งเป็นผู้ที่มากไปด้วยอกุศลธรรม จิตของบุคคลซึ่งสะสมกุศลไว้มากนั้นก็ยังเกิดเมตตา หรือกรุณา หรืออุเบกขาได้ ในขณะที่โลกของคนอื่นเป็นโลกของความชิงชัง ความไม่แช่มชื่น ความโกรธ ความขุ่นเคืองใจ ฉะนั้น แต่ละคนจึงเป็นโลกของตัวเองแต่ละโลก ทุกๆ ขณะตามความเป็นจริง
ดูเหมือนว่าเราทุกคนอยู่ร่วมโลกเดียวกัน แต่ตามความเป็นจริงนั้น สิ่งต่างๆ ที่เป็นรูปธรรมซึ่งสามารถปรากฏได้ทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย ทางใจนั้น ถ้าไม่มีจิตซึ่งเป็นสภาพรู้ สิ่งต่างๆ เหล่านั้นก็ย่อมไม่ปรากฏเป็นความสำคัญแต่อย่างใด แต่เพราะจิตรู้สิ่งที่ปรากฏทางตาบ้าง ทางหูบ้าง ทางจมูกบ้าง ทางลิ้นบ้าง ทางกายบ้าง ทางใจบ้าง โลกของแต่ละคนจึงเป็นไปตามอำนาจของจิตของแต่ละคน โลกไหนจะดี โลกที่สะสมกุศลมากๆ พร้อมที่จะเกิดเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา หรือโลกที่ชิงชัง โกรธแค้น ขุ่นเคือง ซึ่งแม้ว่าจะเห็นบุคคลเดียวกัน รู้เรื่องบุคคลเดียวกัน แต่โลกของแต่ละคนจะเมตตาหรือชิงชัง ก็ย่อมเป็นไปตามอำนาจจิตของแต่ละคนซึ่งสะสมมาต่างๆ กัน
โดย อาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ จัดพิมพ์เผยแพร่ โดย คณะกรรมการ ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนม์พรรษา ครบ ๗๕ พรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๕
ขอเชิญอ่านหรือดาวน์โหลดหนังสือ ...
ขอเชิญอ่านตอนต่อไป ...
... ขออนุโมทนา ...

ขอขอบพระคุณ ท่าน ผู้เอื้อเฟื้อรูปภาพ ค่ะ
ธรรมทั้งหลายมีใจเป็นใหญ่ มีใจเป็นหัวหน้า สำเร็จแล้วด้วยใจ
หากบุคคลมีใจอันโทษประทุษร้ายแล้ว คิดอยู่ก็ดี ทำอยู่ก็ดี
บาปกรรมย่อมติดตามเขาไป เหมือนล้อเกวียนที่ตามรอยเท้าโคไปฉะนั้น
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
วันนี้ใครรู้สึกตัวบ้างไหมว่าถูกเสือกไสไปทางไหนบ้างตั้งแต่เช้านี้
แต่ละชีวิตนี้ไม่เหมือนกันเลยแล้วก็ไม่รู้ตัวเลย
เราเกิดมานี่เราก็ไม่ทราบเลยว่าแท้ที่จริงแล้วที่แต่ละชีวิตมีวิถีชีวิตหรือวิถีจิตต่างกัน
ก็เพราะเหตุว่าการสะสมของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
เมื่อเกิดมาแล้วที่จะไม่มีตา ไม่มีหู ไม่มีจมูก ไม่มีลิ้น ไม่มีกาย
ไม่มีใจ เป็นไปไม่ได้เลย และโลกก็มีอยู่เท่านี้
ทุกวันแต่ว่าเหตุการณ์เมื่อวานนี้เหตุการณ์วันนี้กับเหตุการณ์ของวันต่อๆ ไปก็ต่างกันไป ซึ่งไม่มีใครสามารถที่จะรู้ได้เลย
ว่าอะไรจะเกิดขึ้นแม้แต่ขณะต่อไป
***คิดเป็นกุศลคือคิดดี
หรือคิดเป็นอกุศลคือคิดไม่ดี
แต่สภาพที่เป็นใหญ่ในการรู้เรื่องที่คิดเป็นจิต
แยกกันเกือบจะไม่ออกเลย
เพราะเหตุว่าเป็นนามธรรมที่เข้ากันสนิท
ขอเชิญเปิดฟัง และอ่าน ได้ที่
ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1518
โลกอันอะไรย่อมนําไป
น้อมบูชาพระคุณท่านอาจารย์ผู้แสดงความละเอียดในชีวิตประจำวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ความจริง
อนุโมทนากุศลทุกท่านค่ะ




