โลกอันอะไรย่อมนําไป
เทวดาทูลถามว่า
โลกอันอะไรย่อมนําไป อันอะไรหนอย่อมเสือกไสไป โลกทั้งหมดเป็นไปตามอํานาจของธรรมอันหนึ่ง คืออะไร
พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า
โลกอันจิตย่อมนําไป อันจิตย่อมเสือกไสไป โลกทั้งหมด เป็นไปตามอํานาจของธรรมอันหนึ่ง คือ จิต
แสดงให้เห็นความสําคัญของจิต ซึ่งเป็นธาตุรู้ สภาพรู้ซึ่งเป็นใหญ่ เป็นประธานในการรู้สิ่งที่กําลังปรากฏ ซึ่งไม่เพียงแต่เห็น ได้ยิน ได้กลิ่น ลิ้มรส รู้สิ่งที่กระทบสัมผัสเท่านั้น แต่ยังคิดนึกวิจิตรต่างๆ นานา ฉะนั้นโลกของแต่ละคนจึงเป็นไปตามอํานาจจิตของแต่ละคน จิตของบางคนก็สะสมกุศลไว้มาก ไม่ว่าจะเห็นบุคคลใดซึ่งเป็นผู้ที่มากไปด้วยอกุศลธรรม จิตของบุคคลซึ่งสะสมกุศลไว้มากนั้นก็ยังเกิดเมตตา หรือกรุณา หรืออุเบกขาได้ ในขณะที่โลกของคนอื่นเป็นโลกของความชิงชัง ความไม่แช่มชื่น ความโกรธ ความขุ่นเคืองใจ ฉะนั้น แต่ละคนจึงเป็นโลกของตัวเองแต่ละโลก ทุกๆ ขณะตามความเป็นจริง
ขอถวายความนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย
อาศัยแสงสว่าง จากรัตนะทั้ง ๓ เท่านั้น สัตว์โลกผู้มืดบอดจึงจะได้รู้ความจริงของโลก และพ้นจากโลกได้ ซึ่งถ้าไม่ได้ฟังพระธรรม ไม่มีทางที่จะรู้จักโลกตามความเป็นจริงเลย
ขณะที่คิดว่าเป็นโลก เป็นสัตว์ บุคคล วัตถุสิ่งของต่างๆ นั้น เป็นชั่วขณะที่จิตคิดนึกเรื่องสิ่งที่ปรากฏให้เห็น แต่ขณะที่กําลังเห็นเป็นอีกขณะหนึ่ง ไม่ใช่ขณะที่กําลังคิดนึกเรื่องสิ่งที่ปรากฏ
กราบบูชาพระคุณท่านผู้กล่าวคำของท่านผู้ตรัสรู้แจ้งโลกตามความเป็นจริง ให้ได้ฟังทุกวัน ต้องฟังอีกนาน แสนนาน เพราะเป็นสิ่งที่รู้ได้ยาก แสนยาก แต่เป็นความจริง ที่ไม่เคยรู้มาก่อน
อนุโมทนายินดีในกุศล ธรรมทานด้วยค่ะ



