ความลึกซึ้งของ....การไม่ทำบาป
 
คุณย่า
วันที่  6 มิ.ย. 2552
หมายเลข  12586
อ่าน  3,566

สนทนาพื้นฐานพระอภิธรรม ที่มูลนิธิฯ

วันอาทิตย์ที่   ๙  ก.พ.   ๒๕๕๒

 

อร...

ที่..กล่าวว่า  โอวาทปาติโมกข์นี้ลึกซึ้ง   ก็จะเรียนขอให้ท่านอาจารย์ขยายความว่า

ในพุทธศาสนิกชน   จริง ๆ แล้วตัวพยัญชนะ   ก็ไม่มากมายอะไร

โอวาทปาติโมกข์

   ก็คือละชั่ว   กระทำความดีและทำจิตให้ขาวรอบ

แต่เนื่องจากพระธรรมนี้ลึกซึ้งทั้งนั้น   ที่นี้พุทธศาสนิกชนทั่วไป   จะไม่ทราบถึง

ความลึกซึ้งของคำสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้า

ในโอกาสนี้ก็จะเรียนรบกวนให้ท่านอาจารย์ขยายความว่า

ในฐานะพุทธศาสนิกชน   จะได้สามารถรู้ได้ลึกซึ้งในพระธรรมที่ทรงแสดงได้อย่างไร

ท่านอาจารย์...

ถ้า..เพียงได้ยินว่า  " ไม่ทำบาป "  ลึกซึ้งไหมค่ะ  ใครก็พูดได้  ใช่ไหมค่ะ

แต่รู้ไหมว่า   ขณะที่ไม่ทำบาป   ความจริงขณะนั้น  คืออะไร

พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า   ทรงแสดงธรรมจริงที่มีอยู่ตามปกติในชีวิตประจำวัน

ให้มีความเห็นถูก   เข้าใจถูกว่าขณะนั้น ๆ เป็นอะไร

ไม่เพียงแต่ว่า   ไม่ทำบาป   ธรรมดาใคร ๆ ก็พูดได้   ใช่ไหมค่ะ

" ไม่ทำบาป " 

ความลึกซึ้งอยู่ที่ขณะนั้น  ไม่ทำบาปน่ะ   เป็นอะไร

หรือแม้ขณะนี้   ขณะที่กำลังฟังธรรมนี้   ขณะนี้เป็นอะไร

ทรงแสดงความจริงในชีวิตประจำวัน

เพราะฉะนั้น   ธรรมมีอยู่ในชีวิตประจำวัน   หรือจะกล่าวว่า

ชีวิตประจำวันทั้งหมดเป็นธรรมแต่ละอย่าง   ซึ่งมีปัจจัยเกิดขึ้น

ตั้งแต่เช้ามานี้   ก็ธรรมทั้งหมด  หลากหลาย   ทางตาเห็น   ทางหูได้ยิน.......

ทั้งหมดเป็นธรรม

เพราะฉะนั้น  การที่จะเข้าใจในขณะที่ไม่ทำบาป  แม้ในขณะนี้  หรือขณะไหนก็ตาม

ที่จะรู้จักพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า   เมื่อเข้าใจคำสอนของพระองค์ว่า

ธรรมทั้งหมดเป็นอนัตตา

หมายความว่าไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของใคร

ขณะนี้เกิดแล้วเป็นธรรม   แต่ไม่รู้จักธรรม

เพราะฉะนั้น   การฟังธรรม   ก็คือว่า   ขณะนี้เว้นบาปหรือเปล่า   เห็นไหมค่ะ

ทุกขณะนี้เป็นธรรมทั้งหมด

ขณะใดก็ตามที่ไม่มีโลภะ   โทสะ   โมหะ   หรือว่าอกุศลทั้งหลายเกิดขึ้น

ขณะนั้นไม่ใช่ขณะที่เป็นบาป   อกุศลก็ไม่ได้กระทำบาปด้วย

แต่เป็นอะไร   ถ้ายังคงเป็นเราอยู่   ก็หมายความว่า   คนนั้น   ยังไม่ได้ยิน

ยังไม่ได้ฟัง   คำสอนจริง ๆ ของพระผู้มีพระภาค   เพราะว่าถ้าเป็นคำสอนจริง ๆ 

ทรงแสดงให้เริ่มเข้าใจ   สิ่งที่กำลังมีในขณะนี้   ตั้งแต่คำว่า   "  ธรรม " 

ไม่ใช่เผิน ๆ แล้วก็คิดว่า    พอได้ยินทุกคนก็เข้าใจ   มีใครบ้างที่จะไม่รู้จักธรรม

ความจริงพูดอย่างนี้  คนนั้นน่ะรู้จักธรรมจริง ๆ หรือเปล่า  หรือว่าเพียงแต่ได้ยินธรรม

ก็คิดเอง   อย่างท่านผู้หนึ่ง   ท่านก็บอกว่า   ก่อนฟังธรรม   ท่านเข้าใจว่า

ธรรมคือ   กุศลอย่างเดียว   ไม่คิดเลยว่าอกุศลก็เป็นธรรมด้วย

แต่ไม่ว่าจะเป็นกุศลหรืออกุศลใด ๆ ทั้งสิ้น   สิ่งใดที่มีจริง   ปรากฎให้รู้ให้เข้าใจได้

แต่สิ่งที่ยังไม่ได้ปรากฎ   ยังไม่เกิดขึ้น   ไม่สามารถจะทำให้เข้าใจได้

หรือว่าสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น   ก็ไม่สามารถที่จะเข้าใจได้    เพราะฉะนั้น   แม้แต่เพียงข้อความที่ว่า   ไม่ทำบาปทั้งสิ้น   แต่ว่าจะต้องเข้าใจให้ลึกซึ้งกว่านั้น   เพราะเป็นคำสอนของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า

ให้รู้ว่า   ขณะนี้เป็นธรรมก่อน

เพราะฉะนั้น   ขณะที่กำลัง   ไม่ทำบาป    ก็เป็นธรรม

ขณะที่ทำบาปก็เป็นธรรม 

ทุกอย่างในชีวิตเป็นธรรมทั้งหมด

นี่คือ   เริ่มที่จะรู้จักพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า

เพราะว่าทรงแสดงให้บุคคลที่ไม่เคยรู้เลย   ว่าธรรมคืออะไรและอยู่ที่ไหน

ได้เริ่มมีความเข้าใจ   แล้วก็ไม่ต้องคอยว่า   เมื่อไรจะตั้งต้นที่ไหน  

เดี๋ยวนี้เป็นธรรม

ฟังสิ่งที่มีจริงในขณะนี้   เริ่มเข้าใจในความเป็นอนัตตาเมื่อไร

ขณะนั้น   ก็เริ่มเข้าใจ   ความหมายของ  ธรรม   ลึกซึ้งไหมค่ะ   

 


Tag  ธรรม บาป อกุศล อนัตตา

  ความคิดเห็นที่ 1  
 
wirat.k
wirat.k
วันที่ 7 มิ.ย. 2552

ขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
h_peijen
h_peijen
วันที่ 7 มิ.ย. 2552

กราบอนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
aiatien
aiatien
วันที่ 8 มิ.ย. 2552

ขออนุโมทนาครับ  

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
พุทธรักษา
วันที่ 8 มิ.ย. 2552

ขออนุโมทนาค่ะุ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
คุณ
วันที่ 10 มิ.ย. 2552

ขออนุโมทนาค่ะุ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
777
วันที่ 8 ก.ย. 2552

กราบอนุโมทนาค่ะ และอยากรู้ความหมายที่แท้จริงของอนัตตาด้วยค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
จักรกฤษณ์
วันที่ 23 ก.พ. 2553

จากหัวข้อที่ อ. ประเชิญ กรุณาชี้แนะ

ชื่อว่า เป็นอนัตตา  เพราะเหตุ ๔  เหล่านั้น  คือ โดยความเป็นของสูญ ๑  โดยความไม่มีเจ้าของ  ๑   โดยเป็นสิ่งที่ควรทำตามชอบใจไม่ได้ ๑  โดยปฏิเสธต่ออัตตา ๑.

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
แก่นไม้หอม
วันที่ 24 ก.พ. 2553

ขอนอบน้อมแด่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น  ธรรมเตือนใจจากท่านอาจารย์สุจิต์ บริหารวนเขตต์ "ธรรมทั้งหมด เป็นอนัตตา แต่ไม่อิสระ ขึ้นกับเหตุปัจจัย"

ขอนุโมทนาค่ะ

 

 

 

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
captpok
วันที่ 24 ก.พ. 2553

ขอบคุณ และขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
pornpaon
วันที่ 25 ก.พ. 2553

ขออนุโมทนาค่ะุ

 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
saifon.p
วันที่ 26 ก.พ. 2553

ขออนุโมทนาค่ะุ

 
  ความคิดเห็นที่ 13  
 
วิริยะ
วันที่ 27 ก.พ. 2553

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 14  
 
orawan.c
orawan.c
วันที่ 28 ก.พ. 2553

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 15  
 
คุณ
วันที่ 28 ก.พ. 2553

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 16  
 
สุรศักดิ์
วันที่ 5 ต.ค. 2553

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 17  
 
pamali
วันที่ 12 ต.ค. 2553

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ สาธุ

 
  ความคิดเห็นที่ 18  
 
jadesri
วันที่ 9 ธ.ค. 2553

ขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 19  
 
เซจาน้อย
วันที่ 11 ก.พ. 2554

ขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 20  
 
bsomsuda
วันที่ 13 มี.ค. 2554

"เดี๋ยวนี้เป็นธรรม

ฟังสิ่งที่มีจริงในขณะนี้   เริ่มเข้าใจในความเป็นอนัตตาเมื่อไร

ขณะนั้น   ก็เริ่มเข้าใจ   ความหมายของ  ธรรม   ลึกซึ้งไหมค่ะ"

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 21  
 
ธนฤทธิ์
วันที่ 3 เม.ย. 2554
กราบขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ
 
  ความคิดเห็นที่ 22  
 
ใหญ่ราชบุรี
ใหญ่ราชบุรี
วันที่ 3 ก.พ. 2557

สาธุ สาธุ สาธุ อนุโมทามิ และขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 23  
 
montri95
montri95
วันที่ 16 ก.พ. 2559

อนุโมทนาสาธุ

 
  ความคิดเห็นที่ 24  
 
ประสาน
วันที่ 20 ก.พ. 2561

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 25  
 
ชัยวัฒน์
ชัยวัฒน์
วันที่ 18 ก.พ. 2562

แจ่มแจ้ง ลึกซึ้งยิ่งนัก ครับ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ