ไม่มีศัตรูเพราะเมตตา


    ท่านอาจารย์ ถ้าคบคนพาล วันหนึ่งเราต้องคล้อยตาม สนิทสนมคุ้นเคยมากๆ แบบมะม่วงหวานกับต้นสะเดา

    เพราะฉะนั้นคนพาลไม่มีประโยชน์เลยสักนิดเดียว เพราะความพาล ความเห็นผิด แต่แม้กระนั้นพระพุทธเจ้าก็ทรงแสดงว่า ถ้าสามารถอนุเคราะห์ ก็คบเพื่ออนุเคราะห์ แต่ไม่ได้หมายความว่า คบหาสมาคมเพื่อที่จะตามเขาไป แต่ว่าคบที่นี้ หมายความว่าไม่ใช่หลีกเลี่ยง ไม่อนุเคราะห์ แต่ถ้าเขายังมีแววที่เราสามารถช่วยเขาได้

    ผู้ฟัง ไม่ได้เลยค่ะ

    ท่านอาจารย์ เดี๋ยวก่อนค่ะ เราคิดอย่างนั้น เราก็ไม่คบเขา แต่โอกาสไหนที่เราสงเคราะห์ได้ ช่วยได้ เราทำ เหตุนี้ที่จะเห็นว่าเป็นประโยชน์แก่เขา ซึ่งก็เป็นประโยชน์แก่เราด้วย คือ ทำให้เรามีเมตตาเพิ่มขึ้น

    ที่เราบอกว่าเจริญเมตตา ไม่ใช่ไปนั่งท่อง แต่มีความเป็นมิตรกับคนนี้ คนโน้น คนนั้น จนกระทั่งแม้ศัตรู เป็นผลแก่คนที่มีเมตตาหรือเปล่า ถ้าสามารถจะเป็นอย่างนั้นได้

    คนเรามีใครบ้างที่เกิดมาพ้นจากนินทา สรรเสริญ ลาภ ยศ เสื่อมลาภ เสื่อมยศ

    ผู้ฟัง เข้าใจว่าไม่มี แต่ในการงานมันมีผลไงคะ

    ท่านอาจารย์ เพราะฉะนั้นเราก็เป็นคนตรงไงคะ ถ้าเป็นเรื่องงาน เราก็ต้องทำให้ถูกต้อง เพราะเขาทำอย่างนี้ ผลของเขาคืออย่างนั้น ถ้าทำไม่ดี ก็ต้องผลไม่ได้ ไม่ใช่เราไปแย้งกฎ หรือทำสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ ในขณะที่เรามีกฎที่ดี เป็นการเกื้อกูลเขาด้วย ให้เขาเป็นคนที่รักษากฎ ให้เขาทำตามกฎ ถ้าเราเป็นคนที่อ่อนหรือทำอะไรแบบนั้น ก็คือไม่มีกฎ ไม่มีระเบียบ มันก็เป็นโทษด้วย ตัวเขาก็เท่ากับไม่มีใครไปอนุเคราะห์ เขาก็ยังคงเป็นอย่างนั้น

    แม้ศัตรูก็ยังเห็นความดีของคนเป็นศัตรูได้ ถ้าเขาดี พระเจ้าทุฏฐคามินีที่ศรีลังกาฆ่าพระเจ้าเอโรร่า ตอนทำสงครามศาสนากัน ประเทศศรีลังกาชาวพุทธครอบครองอยู่ แต่ก็มีพวกอิสลามเยอะ เขาก็รบกัน แต่พระเจ้าเอโรร่า ทั้งๆ ที่เป็นอิสลาม ดีมาก ขนาดที่พระเจ้าทุฏฐคามินีฆ่า ยังต้องคำนับในความดี เพราะว่าความดีจะอยู่ที่ไหน ศัตรูก็เห็นในความดี แต่เขาดีไม่ได้เท่านั้นเอง แต่เขาต้องรู้ว่า ดีคือดี เขาก็ต้องสรรเสริญคนที่ดี แต่เขาจะดีอย่างนั้นไม่ได้ เพราะเขาสะสมมาที่จะไม่ดี แต่พอเริ่มก็เห็น รู้จักความดี ถ้ามีพอ เขาก็เริ่มค่อยๆ สะสมขึ้น แล้วแต่การสะสมว่า เขาจะเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยน แต่อย่าให้คนมาทำให้เราลืม อย่าให้คนอื่นมาทำให้เราชั่ว อย่าให้คนอื่นมาทำให้เรามีกิเลสหนาแน่น เพราะความจริงไม่ใช่เขาทำ กิเลสของเราต่างหาก ถ้าเราไม่มีกิเลส เราก็มีแต่ความดีเพิ่มขึ้น พอไม่มีกิเลสเลยก็เป็นอย่างพระพุทธเจ้า พระอรหันต์ ใครก็ทำให้เกิดกิเลสไม่ได้

    เพราะฉะนั้นไม่ใช่โทษเขา เขาเลวเรื่องเขา แต่เราขณะนั้นเป็นอะไร ยังเป็นมิตรหรือเปล่า คือ ไม่เป็นศัตรู ต่อให้ใครเลวกับเราเท่าไร เราก็สามารถไม่เป็นศัตรู คือ ไม่คิดร้ายกับเขา นั่นคือความดีของเรา

    เมตตาไม่จำกัดบุคคล คนที่รัก คนที่ชัง คนที่เสมอกัน มิตรหรือศัตรู เขาเป็นศัตรูกับเรา แต่เราไม่เป็นศัตรูกับเขา เพราะฉะนั้นเรากล่าวได้เลยว่า เราไม่มีศัตรู ทั้งๆ ที่เขาไม่ดีกับเรา แต่เราก็ไม่เป็นศัตรู เพราะเราไม่ได้คิดร้ายกับเขา


    หมายเลข 8669
    19 ก.พ. 2567