สงสารช้าไป


    ท่านอาจารย์ ปุถุชนก็ยังต่างกัน เป็นอันธปุถุชน ปุถุชนที่มืดสนิท ที่เราใช้คำว่า อันธกาล หรือ อนธกาลคือมืดสนิท เพราะฉะนั้นปุถุชนที่มืดบอดเลย ไม่ได้ฟังธรรมเลย ไม่มีหูที่จะได้ยินเสียงธรรมเลย แต่ได้ยินเสียงอื่น เห็นไหมคะ นี่คือความเป็นไปของธรรม ซึ่งเป็นอนัตตา บังคับบัญชาไม่ได้ แต่ก็ยังมีปุถุชนที่มีศรัทธา มีบุญในอดีตที่ทำให้มีโอกาสได้ฟังพระธรรม แล้วก็ได้เข้าใจในเหตุในผล เมื่อมีความเข้าใจในเหตุในผล ก็เป็นผู้ที่ตรงที่จะรู้ว่า อะไรดี อะไรชั่ว ไม่ใช่เรา ไม่ใช่เขา สูงศักดิ์สักเท่าไร แต่ไม่ดี ไม่ดีก็คือไม่ดี ต่ำสักเท่าไรก็ตาม แต่ดี ดีก็ยังคงเป็นดี

    เพราะฉะนั้นถ้าเราเป็นคนที่ตรงต่อธรรม เมื่อฟังมีความเข้าใจแล้ว พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมที่เป็นจริงในชีวิตประจำวันของผู้ประเสริฐ คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ได้ยินจนชินหู แล้วพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามีกิเลสไหม ทรงแสดงธรรมให้คนเกิดกิเลสหรือให้เห็นโทษของกิเลส พระผู้มีพระภาคทรงแสดงธรรมให้คนดีหรือว่าให้คนไม่ดี

    เพราะฉะนั้นระหว่างเมตตากับโทสะ เมตตาคือความหวังดี ความเป็นมิตร ไม่เลือกด้วย ไม่ว่ากับใคร พร้อมที่จะเกื้อกูล ถ้ามีโอกาสที่จะช่วยเหลือหรือทำอะไรได้ นี่คือความเป็นมิตร คุณกนกวรรณอยากจะมีมิตรไหม

    ผู้ฟัง ก็อยากค่ะ

    ท่านอาจารย์ อยาก คนเลวคนดี อยากทั้งนั้นเลย คนเลวก็อยากมีมิตร คือคนหวังดีต่อเขา คนดีก็อยากมีมิตร คือคนที่หวังดีต่อเขา ไม่มีใครอยากจะมีศัตรู

    เพราะฉะนั้นนี่เป็นความเห็นถูกหรือเปล่า ที่พระพุทธเจ้าสอนให้เราเป็นมิตร ไม่ใช่สอนให้เราเป็นศัตรูกับใคร เพราะว่าจริงๆ แล้ว ศัตรูคือกิเลสของเรา ทำร้าย แต่ไม่รู้ ศัตรูที่ต่อหน้าเหมือนเป็นมิตร จริงๆ แล้วอยู่ในโลกคนเดียว แล้วก็คิดถึงคนอื่น แล้วแต่ว่าจิตที่คิดเป็นกุศลหรือเป็นอกุศล ถ้าคิดเป็นอกุศล คิดว่าเขาไม่ดี จิตขณะที่คิดนั้นเป็นอย่างไร มีความเมตตาว่า น่าสงสาร สะสมมาเขา ต้องได้ผล แล้วอย่างเวลาที่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น เช่น น้ำท่วม หรือก๊าซระเบิด ทุกคนสงสารหมดเลย คนเจ็บไข้ได้ป่วย สงสารเขาช้าไปหรือเปล่า เพราะว่านี่คือผลของกรรมไม่ดีของเขาเอง ไม่มีใครทำให้เลย

    เพราะฉะนั้นใครกำลังไม่ดี เราสงสารตั้งแต่ต้นเลย เขาต้องได้รับผลอย่างนี้ เวลาที่เขาไปตกนรก คนก็จะสงสารเขา เวลาตกเหว คนก็สงสารเขา เวลาก๊าซระเบิด คนก็สงสารเขา เวลานั่งรถตู้มา กระเด็นตกสะพาน คนก็สงสารเขา แต่ไม่รู้หรือคะว่า เพราะกรรมที่ได้กระทำแล้วเป็นเหตุ ถ้าไม่มีอกุศลกรรมเป็นเหตุ สิ่งนี้จะเกิดขึ้นกับเขาไม่ได้เลย

    เพราะฉะนั้นใครก็ตามที่กำลังมีอกุศล จะเป็นเหตุให้เขาอกุศลกรรมแน่ๆ และผลของเขาคืออกุศลวิบาก แล้วเราไม่สงสารเขาตั้งแต่เดี๋ยวนี้หรือคะ และขณะเดียวกัน ถ้าคิดถึงใครด้วยความโกรธ ด้วยความไม่สบายใจ คนนั้นกำลังสบายมาก แต่คุณกนกวรรณโกรธ มีประโยชน์อะไร

    อกุศลทั้งหลายแม้เล็กน้อย พระพุทธเจ้าไม่ทรงสอนให้มีเลยค่ะ ให้ขจัดจนกระทั่งไม่เหลือเลย แล้วพระพุทธเจ้าจะไม่เห็นคุณ และโทษของกุศล และอกุศลหรือคะ จนกระทั่งชี้แจงอย่างละเอียด เพื่อให้เรามีจิตที่อ่อนโยน และก็รู้ว่าอะไรควร ไม่ควร เรื่องของเขา คุณกนกวรรณทำอะไรไม่ได้ แต่จิตของคุณกนกวรรณขณะที่กำลังรู้เรื่องนั้นเป็นกุศล หรือเป็นอกุศล ถ้าเป็นอกุศล วันหนึ่งก็เป็นอย่างเขาแหละ

    ผู้ฟัง เขาแกล้งเราตลอด หรือบางทีให้ร้ายเราตลอด

    ท่านอาจารย์ ให้ร้ายเราตลอด แกล้งเราตลอด โทษอยู่ที่ใคร โทษอยู่ที่เขา เราเดือดร้อนอะไร ไม่มีใครทำให้เราเกิดกิเลสได้ นอกจากกิเลสของเราเอง


    หมายเลข 8655
    19 ก.พ. 2567