เข้าใจถูกในลักษณะ- คลายความไม่รู้และคลายการยึดถืออัตสัญญา พอ.5277


    ธิดารัตน์ ท่านอาจารย์ได้อธิบายลักษณะของเวทนา และลักษณะของเวทนาก็จะต้องมีนิมิตของเวทนาด้วยใช่ไหมคะ

    สุ. ทั้งหมดเลย

    ธิดารัตน์ ทีนี้เราจะทราบได้อย่างไรว่า ในขณะที่มีลักษณะของเวทนาปรากฏในขณะนั้น ลักษณะที่เป็นปรมัตถธรรมจริงๆ กับนิมิตของเวทนา จะมีความต่างกันไหมคะ

    สุ. ขณะนี้สิ่งที่ปรากฏทางตา เป็นนิมิตหรือเปล่า

    ธิดารัตน์ ส่วนใหญ่ถ้าเป็นคน ก็เป็นนิมิตแล้ว

    สุ. หมายความว่า ถ้าไม่มีสิ่งที่ปรากฏทางตา ก็จะไม่มีการเห็นเป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใดเลย เพราะฉะนั้นถ้านึกถึงว่า สิ่งที่ปรากฏก็มีอายุเท่ากับจิตเกิดดับ ๑๗ ขณะ จะเร็วสักแค่ไหน นี่ก็เป็นการยืนยันว่า สิ่งที่ปรากฏเป็นนิมิต เพราะรูปเกิดดับสืบต่อปรากฏ และจิตเห็นก็ต้องมีหลายขณะ แม้ว่าวาระหนึ่งๆ จะมีจิตเห็นเพียง ๑ ขณะ เพราะฉะนั้นการเห็นในขณะนี้ก็หลายวาระนับไม่ถ้วน

    เพราะฉะนั้นสิ่งที่ปรากฏจริงๆ เป็นนิมิตของแต่ละอย่าง นิมิตของรูปทางตา นิมิตของเสียง นิมิตของกลิ่น นิมิตของรส นิมิตของสัญญา นิมิตของจิต นิมิตของทุกอย่างหมด เพราะว่าการเกิดดับสืบต่ออย่างรวดเร็ว

    เพราะฉะนั้นจะให้ใครมีปัญญาไปรู้ลักษณะของสภาพธรรมซึ่งเกิดแล้วก็ดับไปอย่างรวดเร็ว โดยที่ไม่รู้ลักษณะที่หลงลืมสติกับขณะที่สติเกิด แล้วเวลาที่สติเกิด จะให้ไปคิดอะไร หรือจะให้ค่อยๆ เข้าใจลักษณะของสภาพธรรมที่มี โดยไม่ต้องไปกังวลว่า นี่เป็นนิมิตหรือเป็นปรมัตถ์ หรืออันไหนเกิดไปแล้วหรือว่าอันไหนดับ ไม่ใช่อย่างนั้นเลย ตราบใดที่ยังมีนิมิตของสิ่งหนึ่งสิ่งใดปรากฏ ให้ทราบว่า กว่าจะรู้ความจริงว่า สิ่งนั้นเกิดดับ ก็จะต้องมีความเข้าใจถูกในลักษณะของสภาพธรรมซึ่งต่างกันเป็นแต่ละลักษณะ จนกว่าจะคลายความไม่รู้ และคลายการยึดถืออัตสัญญา เพราะว่าสภาพธรรมแต่ละลักษณะเพียงปรากฏแต่ละทาง แล้วก็หมดไป


    หมายเลข 12110
    14 ก.ค. 2564