ไม่รู้ลักษณะของสภาพธรรมจึงยึดถือ พอ.5249


    ธนกร   กราบเรียนท่านอาจารย์เกี่ยวกับชีวิตประจำวัน จากการศึกษาเราก็จะรู้ว่า สิ่งนี้เป็นกุศล อกุศล ในชีวิตประจำวันมีแต่อกุศล เรามักจะหลีกเลี่ยง

    สุ.   ค่ะ คิดจะหลีกเลี่ยงอกุศล ใช่ไหมคะ โดยเข้าใจถูก ไม่ใช่โดยไม่เข้าใจอะไรเลย แล้วจะไปหลีกเลี่ยง เพราะรู้แล้วว่า สภาพธรรมทุกอย่างเกิดไม่ได้เลย ถ้าไม่มีเหตุปัจจัยสำหรับสภาพธรรมนั้นๆ เช่น ถ้าไม่มีจักขุปสาท รูปที่สามารถจะกระทบกับสิ่งที่กำลังปรากฏทางตา จิตเห็นเกิดไม่ได้  ถ้าไม่มีโสตปสาทซึ่งเป็นรูปที่สามารถกระทบเสียง จิตได้ยินก็เกิดขึ้นได้ยินเสียงไม่ได้

    เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นสภาพธรรมที่เป็นนามธรรมหรือรูปธรรมก็ตาม จะเกิดขึ้นได้เมื่อมีเหตุปัจจัยที่เหมาะ สมควรแก่สภาพธรรมนั้น ไม่ก้าวก่ายหรือไม่สับสนด้วย จะให้มีจักขุปสาททำให้เกิดจิตได้ยินไม่ได้เลย หรือว่าจะมีจิตเห็นทั้งๆที่ตาบอด แต่จะให้โสตปสาทเป็นเหตุให้จิตได้ยินก็ไม่ได้

    ด้วยเหตุนี้การที่จะละกิเลส หรือไม่ให้อกุศลจิตเกิด ไม่ใช่ด้วยความปรารถนา เพราะว่าทุกคนก็ปรารถนาสุข ไม่ปรารถนาทุกข์เลย แต่ทำไมไม่เป็นอย่างนั้น เพราะว่าเมื่อมีเหตุของสภาพธรรมใดเกิด สภาพธรรมนั้นจึงเกิดได้

    ด้วยเหตุนี้จะไปหลีกเลี่ยงอย่างไร ด้วยความไม่รู้ ด้วยความเป็นเรา ก็ไม่มีการที่จะเป็นไปได้เลย ไม่ใช่ฐานะ ไม่ใช่เหตุที่สมควรจะเป็นไปได้ แต่เหตุที่สมควรจะเป็นไปได้ก็คือว่า เมื่อเกิดมาไม่เคยรู้ตั้งแต่เกิดจนตาย ไม่รู้ลักษณะของสภาพธรรมว่าเป็นธรรม จึงยึดถือสภาพธรรมตั้งแต่เกิดจนตายว่าเป็นเรา เป็นเขา เป็นโลกนี้ เป็นสิ่งต่างๆ ต่อเมื่อใดที่รู้ตามความเป็นจริง ก็จะค่อยๆละความไม่รู้ เมื่อละความไม่รู้ ก็จะละความติดข้องในสิ่งซึ่งไม่เคยรู้ได้ แต่ถ้ายังคงไม่รู้อยู่ จะให้ละความติดข้องไม่ได้เลย


    Tag  ความยึดถือ ความไม่รู้
    หมายเลข 11870
    19 พ.ค. 2563