รู้นิมิตของสังขารทุกประเภท พอ.4237

นิ.     พวกเราท่านทั้งหลายเห็นด้วยไหม มามูลนิธิทุกวันเสาร์ ทุกวันอาทิตย์ มีศรัทธามานะ ไม่มีศรัทธามาไม่ได้หรอก ศรัทธาที่จะตั้งมั่นได้ต้องมีปัญญา ต้องเข้าใจสภาพธรรมที่ฟังว่าคืออะไร มาฟังวันหนึ่ง ๆ ได้คำหนึ่ง นิดเดียว หน่อยหนึ่งก็ยังดี ๆ กว่าบอกว่าไม่รู้อะไร เพราะฉะนั้นศรัทธาจะมั่นคงได้ต้องมีสติปัญญา

สุ.     เพราะฉะนั้นไม่ใช่เพียงแต่คำที่เรากล่าวลอย ๆ  แล้วก็จำ ๆ สืบต่อกันมา แต่ถ้าศึกษาพิจารณาก็จะได้ความเข้าใจที่เพิ่มขึ้นด้วย

วิ.     อย่างเช่นถ้าเป็นผู้ที่มากด้วยศรัทธา แล้วถ้าเกิดปัญญายังไม่เจริญ รู้สึกว่าขณะที่มีศรัทธา ขณะนั้นก็มีสติด้วย แล้วเหตุปัจจัยที่จะมีสติในการที่จะรู้ว่ามีความต่างระหว่างศรัทธากับปัญญา จะเป็นสติขั้นไหนยังไง

สุ.     ถ้าฟังเรื่องราวก็เป็นขั้นความเข้าใจเรื่องของสภาพธรรมนั้น เพราะฉะนั้นธรรมทั้งหมดที่มีจริง ๆ แม้ขณะนี้ก็กำลังปรากฏที่จะรู้ลักษณะจริง ๆ ว่าเป็นสภาพธรรมต้องเพราะสติสัมปชัญญะซึ่งเป็นสติปัฏฐานเกิดเท่านั้น เพราะเหตุไร เพราะเหตุว่าสภาพธรรมเกิดแล้วดับเร็วมาก ขณะนี้ทุกอย่างถ้าสติสัมปชัญญะไม่ได้ระลึกลักษณะหนึ่งลักษณะใด สภาพธรรมนั้นก็ดับหมดแล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งที่มีจริง ชั่วขณะที่สั้นมาก และก็มีสิ่งอื่นเกิดดับสืบต่อ แต่ว่าสามารถที่จะปรากฏเป็นนิมิตของสังขารทุกประเภทที่จะทำให้ค่อย ๆ รู้ในความเป็นจริงของสภาพที่ยังปรากฏได้

วิ.     หมายความว่าถ้าเป็นศรัทธาในขั้นต้น ขณะนั้นก็เป็นเพียงเป็นเหตุให้เจริญกุศลขั้นอื่นเจริญขึ้น แต่ว่าขณะนั้นต้องมีสติและปัญญาที่ยิ่งขึ้นไปกว่าเพียงแค่ศรัทธาเท่านั้น

สุ.     ค่ะ อย่างเช่น การให้ทานกุศล ถ้าสติไม่เกิด การให้ก็มีไม่ได้เลย ในขณะที่สติเกิดก็มีศรัทธาในการให้ด้วยจึงให้ ด้วยเหตุนี้โสภณเจตสิกต้องเกิดกับโสภณจิตอย่างน้อยที่สุดต้อง ๑๙ ประเภท ขาดอย่างหนึ่งอย่างใดไม่ได้เลย


หัวข้อหมายเลข  11633
ปรับปรุง  11 เม.ย. 2562