ศรัทธาจะมั่นคงขึ้นตามกำลังของปัญญา พอ.4237

นิ.     ก็เรื่องศรัทธา ผมก็ไม่รู้ว่ามันเกินได้หรือเปล่า ก็มีคำว่า “ปรับอินทรีย์” ปรับยังไงก็ไม่ทราบ

สุ.     อินทรีย์มี ๕  สัทธา สติ วิริยะ สมาธิ ปัญญา ที่เป็นประโยชน์ในที่ทั้งปวงก็คือสติ ถ้าสติไม่เกิดจะมีการรู้ไหมว่าศรัทธามากกว่าปัญญา

นิ.     ผมเคยได้ยิน

สุ.     มีศรัทธาจริง ๆ เชื่อเลื่อมใสในพระรัตนตรัย แต่ว่าไม่รู้ว่าธรรมคืออะไร

นิ.     อย่างนี้ก็ไม่ดีสิครับ

สุ.     ก็แสดงให้เห็นว่าศรัทธามากกว่าใช่ไหม ปัญญานิดเดียว แล้วที่จะรู้ได้ก็เพราะสติเกิดจึงสามารถที่จะรู้ได้ มิฉะนั้นศรัทธาก็มากกว่าปัญญาไปเรื่อย ๆ

นิ.     สตินี่คงจะไม่มากใช่ไหม

สุ.     ทำให้มีการรู้สภาพธรรมในขณะนั้นได้ เพราะเหตุว่าถ้าศรัทธากับปัญญาเสมอกันเพราะสติรู้ว่าขณะไหนมีศรัทธาแต่ว่าขาดปัญญา อย่างผู้ที่มาฟังธรรมก็สามารถที่จะรู้ได้ว่ามีศรัทธาที่จะฟัง และก็ปัญญามีความเข้าใจเพิ่มขึ้นหรือว่าศรัทธาก็เหมือนเดิมคือมาก และปัญญาก็คงน้อยกว่าที่ควรจะเป็นเพราะเหตุว่ายังไม่ได้มีความเข้าใจเท่ากับศรัทธา แต่ถ้าฟังแล้วมีศรัทธามีความเข้าใจตามกำลังของปัญญา มีปัญญาเท่าไหร่ก็มีศรัทธามั่นคงขึ้นเท่านั้น ถ้ามีการฟังและก็มีความเข้าใจถูกว่าธรรมก็คือสิ่งที่มีจริง พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ความจริงของสัจจธรรมคือสิ่งที่มีจริงที่กำลังปรากฏ เพราะฉะนั้นเวลาที่ได้ฟังอย่างนี้ก็ไม่ได้เข้าใจผิด และก็มีการที่จะรู้ว่าพระปัญญาคุณของพระผู้มีพระภาคนั้นไม่ใช่เพียงคิด แล้วก็สอนด้วยความละเอียดยิ่ง แต่เป็นเพราะการตรัสรู้ลักษณะของสภาพธรรมนั้นละเอียดยิ่ง ซึ่งบุคคลอื่นไม่สามารถที่จะเสมอเลย ด้วยเหตุนี้พระธรรมที่ทรงแสดงก็ทรงแสดงภาวะความเป็นจริงของสภาพธรรมนั้นตามความละเอียดโดยประการทั้งปวงที่จะอุปการะให้สัตว์โลกเกิดความเห็นถูก ความเข้าใจถูก ในลักษณะของสภาพธรรมนั้น เพราะฉะนั้นผู้ที่เริ่มมีปัญญา ศรัทธามั่นคงขึ้นก็จะรู้ว่าศรัทธาที่มั่นคงขึ้นตามกำลังของปัญญาที่มี

             

 

 


หัวข้อหมายเลข  11632
ปรับปรุง  11 เม.ย. 2562