เป็นผู้ที่มีความมั่นคงในเรื่องของกรรมและผลของกรรม พอ.4235

สุ.     ด้วยเหตุนี้เราก็จะรู้จักจิตที่เป็นกุศลหนึ่ง ที่เป็นอกุศลหนึ่ง ที่เป็นวิบากหนึ่ง ชื่อยังไม่พอ แต่ว่าขณะนี้ต้องสามารถที่จะเข้าใจได้ว่าจิตเห็นเป็นกุศลหรืออกุศล

ผู้ฟัง     เป็นวิบาก

สุ.     ถูกต้อง นี่คือการที่เราจะเข้าใจลักษณะของสภาพเห็น ไม่สามารถที่จะบังคับบัญชาได้ เลือกกาลที่จะให้จิตเห็นเกิดก็ไม่ได้ เพราะเหตุว่าบางทีได้ยิน ไม่ใช่เห็น เพราะเหตุว่ากรรมที่จะทำให้จิตได้ยินซึ่งเป็นวิบากสุกงอมพร้อมที่จะให้ผลคือจิตได้ยินเกิดขึ้น ได้ยินเสียง ซึ่งเลือกไม่ได้อีกเหมือนกันว่าจะเป็นเสียงที่น่าพอใจหรือว่าเป็นเสียงที่ไม่น่าพอใจ นี่คือเราเริ่มรู้ว่าขณะใดเป็นกุศล อกุศลซึ่งเป็นเหตุ ขณะใดซึ่งเป็นวิบาก เพื่อที่จะได้เข้าใจความละเอียดของแม้แต่คำที่เราได้ยิน เช่น คำว่ามูลหรือเหตุ แต่ก็จะต้องมีความเข้าใจที่เป็นพื้นฐานที่มั่นคง ไม่ลืมว่าขณะใดก็ตามที่เห็น ที่ได้ยิน ที่ได้กลิ่น ที่ลิ้มรส ที่รู้สิ่งที่กระทบสัมผัส ทั้งหมดเป็นผลของกรรมที่ได้กระทำแล้ว เป็นผู้ที่มีความมั่นคงในเรื่องเหตุและผล ในเรื่องของกรรมและผลของกรรมว่าเมื่อเหตุเกิดขึ้นแล้วดับไป ๆ ให้คนอื่นได้รับผลได้ไหม ไม่ได้เลย เพราะฉะนั้นแต่ละคนก็มีกรรมเป็นของ ๆ ตน ด้วยเหตุนี้ลักษณะของวิบากจิตซึ่งเป็นผลของกรรมก็จะมีต่างกันไป ถ้าเป็นผลของอกุศลกรรม วิบากจิตนั้นจะไม่มีเจตสิกใด ๆ ซึ่งเป็นเหตุใด ๆ เกิดร่วมด้วยเลย

 


หัวข้อหมายเลข  11602
ปรับปรุง  4 ม.ค. 2562