ฟังธรรมต้องให้ถึงความเป็นธรรมซึ่งไม่ใช่เรา พอ.4235


    สุ.     ถ้ากล่าวถึงจิตจะค่อย ๆ เข้าใจขึ้น เพราะเหตุว่าขณะนี้กำลังมีจิตซึ่งโดยประเภทใหญ่ ๆ เราก็จะรู้จักว่าจิตที่เป็นกุศลมีและก็จิตที่เป็นอกุศลก็มี ถูกต้องไหมคะ รู้แค่นี้แต่ว่ายังไม่พอ ยังต้องละเอียดขึ้นว่าเมื่อกุศลจิตและอกุศลจิตมี แล้วก็ตามกำลังของประเภทของจิตที่สามารถที่จะกระทำกรรมต่าง ๆ ซึ่งเป็นเหตุ ผลของกรรมก็ต้องมี ถูกต้องไหมคะ จะได้เป็นผู้ที่มั่นคงเข้าใจว่าจิตก็คือสภาพธรรมที่มีจริง บางขณะก็เป็นกุศล บางขณะก็เป็นอกุศล แม้ดับไปแล้วก็ยังเป็นปัจจัยสะสมอยู่ในจิตที่จะทำให้พร้อมด้วยกาลปัจจัยที่จะให้ผลเกิดขึ้น สุกงอม ใช้คำว่า “สุกงอม” คือพร้อมที่จะให้ผล สภาพธรรมที่เป็นผล เป็นจิตประเภทวิบากซึ่งเกิดขึ้นเป็นสภาพรู้รับผลของกรรม เป็นผลของกรรมที่มีเจตนาที่จะให้ขณะนั้นเป็นกุศล เป็นปัจจัยที่จะให้กุศลวิบากจิตเกิด ถ้ามีเจตนาที่จะเป็นอกุศลที่จะให้ความลำบากเดือดร้อนแก่ผู้อื่น แม้เจตนาที่เป็นกรรมดับไปแล้วก็เป็นปัจจัยทำให้อกุศลวิบากนั้นเกิด มีเราหรือเปล่า คือฟังธรรมต้องให้ถึงความเป็นธรรมซึ่งไม่ใช่เรา

     


    หมายเลข 11601
    วันที่ 4 ม.ค. 2562