ขณะใดที่สติปัฏฐานยังไม่เกิดเหมือนอยู่ในความฝัน พอ.4232

สุ.     แต่เรื่องราวจำไว้มั่นคง ไม่ได้เริ่มรู้ลักษณะที่เป็นอนัตตาของสภาพธรรมแต่ละอย่างที่จะค่อย ๆ ละอัตตสัญญาเพราะรู้ว่าจริง ๆ แล้วไม่มีอัตตาเลย มีแต่สภาพธรรม เพราะฉะนั้นขณะใดที่สติปัฏฐานยังไม่เกิด เหมือนอยู่กับความฝันหรืออยู่ในความฝัน หรือกำลังฝันอยู่หรือเปล่า ฝันสุข ฝันทุกข์ เป็นเรื่องหมด แต่ลักษณะจริง ๆ ของสภาพธรรมซึ่งเกิดดับเป็นทุกข์จริง ๆ ไม่ได้รู้เลย แต่ว่าเป็นเพียงเรื่องที่เหมือนฝันตลอด ฝันว่ามีพี่มีน้อง วันนี้ทำอะไรบ้าง เมื่อวานนี้ทำอะไรบ้าง หมดไปแล้ว ก็ยังจำไม่ได้ เหมือนสิ่งที่จำได้ในความฝัน

ผู้ถาม     อย่างนี้แสดงว่าในชีวิตประจำวันก็เป็นสิ่งที่เป็นจริงแต่ก็ไม่จริงใช่ไหมคะ

สุ.     เป็นสมมุติจากสิ่งที่มีจริงเพราะว่าเวลาที่มีการเห็นแล้ว สัญญาจำและสัญญาจำทุกอย่างเพราะเกิดกับจิตทุกขณะ ทุกทวาร เพราะฉะนั้นสัญญาก็จำหมดเลย รูปร่าง หน้าตา ผิวพรรณ จำได้ไหม เวลาเห็น นั่นแหละคือลักษณะของสัญญาแต่ละภาษา แต่ละคำ จำความหมายได้ไหม จำลักษณะของเสียงได้ด้วย นั่นก็คือสัญญา เพราะฉะนั้นก็จำเรื่องทั้งหมด แต่ว่าตัวจริง ๆ ของธรรมไม่เคยจำว่าเป็นเพียงสภาพธรรมแต่ละลักษณะ เพราะฉะนั้นกว่าจะรู้ว่าที่แล้ว ๆ มามีแต่อัตตสัญญา เพราะว่าไม่รู้ความจริงของสภาพธรรมที่เกิดดับแต่ละอย่าง ไม่ใช่ให้เลือก ไม่ใช่ให้จงใจ ขณะนี้ทั้งหมดเป็นธรรมที่มีลักษณะจริง ๆ  ปรากฏแต่ละทาง เพราะฉะนั้นเมื่อมีปัญญาจากขั้นการฟังก็จะทำให้เกิดรู้ลักษณะนั้นที่กำลังมีจริง ๆ อย่างแข็ง ปกติพอแข็งปรากฏแล้วก็เป็นช้อนส้อม เป็นถ้วยชาม เป็นจับแขนเพื่อนอะไรก็แล้วแต่ ก็เป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่จำไว้ แต่ว่าถ้าจะรู้ตรงลักษณะและมีความเข้าใจถูกว่าเป็นสภาพธรรมอย่างหนึ่งซึ่งจะปรากฏทุกชาติที่มีกายปสาท

 


หัวข้อหมายเลข  11512
ปรับปรุง  7 ส.ค. 2561