เหตุใดผมจึงศึกษาธรรมะ ๒๐__เพราะไม่ต้องทำตัวผิดปกติ
 
สารธรรม
วันที่  15 มี.ค. 2551
หมายเลข  7905
อ่าน  2,178

 

ถ้าจะเริ่มเจริญสติฯ เดี๋ยวนี้จะทำอย่างไร

 

เรื่องนี้ ถ้าท่านมีศรัทธาที่จะเจริญสติฯ และเข้าใจในหนทางปฏิบัติที่ถูกต้องแล้ว ก็เจริญสติ ฯ ได้ (ไม่ใช่มีศรัทธาเพียงขั้นตรึกตรองนึกคิดเท่านั้น) การเจริญสติ ฯ เริ่มที่มีสติระลึกรู้  รู้สึกตัว หรือรู้ตามลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏในขณะนี้เดี๋ยวนี้ (ไม่ใช่อดีตหรืออนาคต)เช่น ขณะนี้มีสิ่งที่ปรากฏหลายอย่าง คือ ทางตาก็เห็น ทางหูก็ได้ยิน ทางจมูกก็ได้กลิ่น อย่างนี้ก็ต้องพยายามรู้สิ่งที่ปรากฏทีละอย่าง เช่น ระลึกรู้ที่เสียงที่อาจารย์พูด  ขณะที่ได้ยินเสียงนั้นมี ๒ อย่างด้วยกัน ตัวเสียงเองนั้น ไม่รู้อะไรเลยจึงเป็นรูป ได้ยินเสียงเป็นสภาพรู้ก็เป็นนาม รู้เพียงนี้ก่อนแล้วค่อยๆ หัดสังเกตสำเหนียกบ่อยๆ เนืองๆ สติก็จะเกิดมีมากขึ้น ปัญญาก็จะเจริญขึ้น รู้ชัดขึ้น คมกล้าขึ้น จนสามารถละคลายการยึดมั่นว่าเป็นตัวตน สัตว์ บุคคลได้ ต้องไม่ลืมว่า การเจริญสติ เป็นการเจริญปัญญาให้รู้ชัดในสภาพที่แท้จริงของธรรมที่กำลังปรากฏ อย่าทำอะไรให้ผิดปกติ   

 

การเจริญสติฯ ไม่จำกัดเวลาและสถานที่ใดๆ ทั้งสิ้น สติเกิดได้ทั้งนั้น ถ้าคอยเลือกโอกาส เลือกสถานที่และเวลาแล้วก็น่าเสียดาย ที่วันหนึ่งๆ หมดไปโดยสติไม่ได้ระลึกรู้ลักษณะของสภาพธรรมที่เกิดขึ้นกำลังเห็น กำลังได้ยิน กำลังกระทบเย็น ร้อน อ่อน แข็ง พิจารณาเนืองๆ ว่า ในขณะนี้เป็นลักษณะของนามธรรมและรูปธรรมเท่านั้น ไม่ใช่ตัวตน สัตว์ - บุคคล ถ้าเกิดโกรธ หรือยินดี พอใจ ก็ช่วยไม่ได้ อย่าละเลย พิจารณาสภาพธรรมนั้นทุกครั้งที่เกิดขึ้นเพราะเป็นของมีจริง เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย พิจารณาเสียบ่อยๆ เนืองๆ เพื่อจะได้ละการยึดถือว่า ความโกรธ ยินดี พอใจ เป็นตัวตน ซึ่งที่แท้แล้ว ก็เป็นรูปธรรม นามธรรม เท่านั้นต้องเข้าใจว่า รูปนั้นไม่มีอะไรเลย นามนั้นเป็นสภาพรู้ ลักษณะรู้ ธาตุรู้ อาการรู้ ต้องเข้าใจและจำให้ได้ แล้วจะตัดสินได้ถูกเมื่อมีสิ่งปรากฏและนี่คือปัญญาขั้นต้น ถ้าไม่รู้อย่างนี้แล้ว ก็ไม่สามารถที่จะเจริญสติ ฯ ได้

 

การเจริญสติ ฯ ไม่ใช่เรื่องง่าย เวลารับประทานข้าว เคยรู้สึกตัวบ้างไหม แขนที่เหยียดออก คู้เข้า ยกขึ้นลง มือ ปาก ขากรรไกรเคลื่อนไหว ถ้าเคยรู้ว่าอวัยวะเคลื่อนไหว ก็เรียกได้ว่ารู้สึกตัว เวลารับประทานอาหาร รู้รสที่ลิ้นเท่านั้น ไม่เลยไปกว่านั้น รสที่ปรากฏที่ลิ้นหมดแล้วก็หมดไป เกิดที่ไหน ดับที่นั่น นี่ก็พูดตามอรรถ ยังไม่เคยประจักษ์แจ้งกับตัวเอง

 

ผู้ใดเจริญสติ ฯ แต่ปัญญาไม่เกิด ก็ละกิเลสไม่ได้ เมื่อสติเกิดขึ้นแล้วปัญญาก็เริ่มศึกษา สังเกต พิจารณารู้ลักษณะของสิ่งที่กำลังปรากฏทีละเล็กทีละน้อย การรู้ความจริงของสภาพธรรมทั้งหลายนั้น รู้ได้ด้วยการอบรมเจริญปัญญา ปัญญาจะค่อยๆ เพิ่มขึ้น รู้ชัดขึ้นในสภาพของนามและรูป ปัญญาจะคมกล้าขึ้นจนละคลายการยึดมั่นว่าเป็นตัวตนได้

คลิก อ่านตอนที่ ๐๑ - ๓๔ ...

เหตุใดผมจึงศึกษาธรรมะ โดย โกวิท อมาตยกุล

คลิก ดาวน์โหลด หนังสือที่นี่

 

เหตุใดผมจึงศึกษาธรรรมะ

 


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
opanayigo
วันที่ 12 ก.ค. 2551

บางครั้งก็ระลึกรู้  บางครั้งก็หลงลืมสติค่ะ ก็ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปตามลำดับขั้น อบรมไปเรื่อยๆ ศึกษา สำเหนียกบ่อยๆ

ขออนุโมทนานะคะ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
jintana
วันที่ 27 มิ.ย. 2553

 จะพยายามปฏิบัติให้เกิดปัญญาค่ะ....สาูธุ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
chatchai.k
chatchai.k
วันที่ 24 ก.ค. 2563

ขออนุโมทนาครับ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ