การก้าวออกจากบ้านและสถานการณ์
 
yuphin
วันที่  23 ธ.ค. 2550
หมายเลข  6648
อ่าน  2,651

หากต้องอยู่ในสภาพทุกข์เพราะคนใกล้ตัวและคนรอบข้างแค่บุลคลสองคน ทั้งๆ  ที่พยายามแก้ไขและปรับตัว  แต่ยังไม่เป็นที่ถูกใจของเขา หากพิจารณาแล้วไม่มีความจำเป็นต้องอดทนเพียงคิดว่า ต้องใช้ความดี  มีเมตตา  พึงเปลียนความคิดเขา นานหลายปีมีแต่แย่ลงพยายามพิจารณาว่าเป็นเพราะอะไร   เหมือนดียังไม่พอสำหรับเขา ทั้งคนหนึ่งต้องพึ่งพาเราแท้ๆ ยังไม่เคยเกรงใจเลย สิ่งเดียวที่มีทุกครั้งที่ทุกข์คือธรรมะเท่านั้น  หนทางอื่นไม่สามารถช่วยได้  ที่อยากไปให้พ้นเพราะตรงนี้ไม่ให้ทำกุศลเจริญขึ้น ต้องคอยเศร้าหมองกับไม่เป็นเรื่องเวทนากับความเป็นเจ้าอารมณ์  ติดอยู่ที่หนทางการแสวงหาธรรมะที่บริสุทธิ์นั้น  เริ่มที่ไหนบุคคลที่กล่าว  มิใช่เขาไม่ดีในสายตาคนอื่น 

ขอบคุณค่ะ


  ความคิดเห็น 1  
 
study
วันที่ 23 ธ.ค. 2550

พระพุทธเจ้าตรัสว่า ขันติเป็นตบะอย่างยิ่ง ความอดทนอดกลั้นเป็นธรรมเครื่องเผาบาปธรรมควรเจริญเมตตากับสัตว์ทุกหมู่เหล่า การทำความตามคำสอนของพระพุทธเจ้า ไม่ใช่มุ่งหวังอย่างอื่น นอกจากการละกิเลสของเราเอง  การอบรมเจริญความดีทุกอย่าง คือทั้งทาน ศีล ขันติ เมตตา ปัญญา เป็นต้น ไม่ใช่เพื่อหวังคนอื่นให้ดีต่อเรา หรือไม่ใช่เพื่อเปลี่ยนความคิดหรือการสะสมของเขา หรือไม่ใช่เพื่อหวังผลคือลาภ การสรรเสริญ หรือการเกิดในภพที่ดี แต่ควรจะเป็นไปเพื่อการขัดเกลาอกุศลของตนเท่านั้น  อนึ่ง การแสวงหาทางแห่งความบริสุทธิ์เริ่มด้วยการฟังด้วยความเข้าใจ

 
  ความคิดเห็น 2  
 
วันชัย๒๕๐๔
วันชัย๒๕๐๔
วันที่ 23 ธ.ค. 2550

ก็ขอสนทนาด้วยแบบสบายๆ นะครับ เข้าใจและเห็นใจครับ การอยู่คนเดียวยังมีความทุกข์ในหลายเรื่องอยู่แล้วเป็นธรรมดาโลก การอยู่ร่วมกันมากคนก็อาจมีความทุกข์ที่หลายหลากขึ้นไปอีกก็เป็นธรรมดาอีกนั่นแหละครับ หลายคนที่เคยประสบมา เมื่อมีปัญหาที่รู้สึกว่าจะทนไม่ได้ ก็คิดเหมือนกันแทบทุกคนคือ หนีไปเสียให้พ้นๆ จะดีไหม? แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นแต่เพียงความคิดนั่นแหละครับ เพราะต้องคิดให้รอบคอบหรือไม่ก็ทุกข์อยู่ทั้งวันพอเช้าวันใหม่ก็ลืมๆ ไปแล้วและรู้สึกว่า ที่นึกที่คิดเมื่อวานเห็นจะเกินไปหน่อยเป็นต้น เรื่องแบบนี้เป็นปัญหาส่วนตัวเป็นปัญหาภายในครอบครัวครับคงไม่เหมาะที่ผู้อื่นจะสามารถไปวิพากย์วิจารณ์ได้ เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและมีปัจจัย(ทางโลก)หลากหลาย อย่างไรก็ตามนับเป็นกุศลของท่านที่น่ายินดีที่ได้มีความสั่งสมในทางธรรมและถือเป็นผู้พบหนทางที่ถูกในการศึกษาธรรม ที่หลายๆ คนที่มีความทุกข์คล้ายๆ ท่านไม่มี มีโอกาสได้พบ จึงได้แต่ขออนุโมทนาในการศึกษาธรรมของท่านอันจะยังประโยชน์ในการดำรงชีวิต และการตัดสินใจในสิ่งต่างๆ ในชีวิต ด้วยธรรมอันท่านได้พิจารณาดีแล้วนะครับ

 
  ความคิดเห็น 3  
 
orawan.c
orawan.c
วันที่ 23 ธ.ค. 2550

ลองนั่งจดปัญหาหลักๆ ว่ามีอะไรบ้าง มีทางออกให้เลือกกี่ทาง ผลของทางเลือกนั้นๆ ต่อผู้เกี่ยวข้อง แล้วเลือกทางที่ทุกคนรับได้มากที่สุด แล้วไม่ลืมเรื่อง กรรม และ ผลของกรรมทุกคนย่อมมีกรรมเป็นของตน มีกรรมเป็นแดนเกิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ ฯลฯ

 
  ความคิดเห็น 4  
 
แล้วเจอกัน
วันที่ 23 ธ.ค. 2550

แนะนำลองคลิกที่นี่ฟังแผ่น .. บารมีในชีวิตประจำวัน  ค่อยๆ อบรมปัญญานะครับ เริ่มจากฟังให้เข้าใจว่าธรรมคืออะไร ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็น 5  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 23 ธ.ค. 2550

ให้เป็นผู้มีปกติเจริญเมตตา เช่น พึงเป็นผู้ว่าง่าย อ่อนโยน ไม่มีอติมานะ พึงเป็นผู้สันโดษ  เลี้ยงง่าย มีกิจน้อย ประพฤติเบากายจิต  เป็นผู้ไม่คะนอง ไม่ติดในสกุลทั้งหลาย นี้เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าค่ะ พระธรรมเท่านั้นที่จะช่วยให้เราพ้นทุกข์ค่ะ

 
  ความคิดเห็น 6  
 
pornpaon
วันที่ 23 ธ.ค. 2550

ดิฉันเคยเศร้าใจว่าทำไมจึงมีชีวิตคู่ที่แปลกประหลาด และไม่อบอุ่นใจเช่นคู่อื่นเขา อยู่มาอยู่ไป ได้ศึกษาธรรมะมากขึ้น ความคิดก็เริ่มปลี่ยน แล้วจึงได้รู้ว่าดิฉันนี้โชคดีมีโอกาสดี ไม่ต้องเป็นภาระใดๆ ให้รุงรังมาก นานๆ เข้าเมื่อแน่ใจแล้ว จึงได้ออกปากขอปลดภาระหน้าที่ความเป็นภรรยา เหลือแต่หน้าที่อันปลดมิได้คือความเป็นแม่ทุกวันนี้ มีคนมาขอยกฐานะอันลำบากให้อยู่เรื่อยๆ  แต่ดิฉันว่าเป็นเรื่องน่าเหนื่อยหน่าย คุณอยู่ในสภาพลำบากใจแต่ยังมีกุศลเกิดขึ้นได้ คือยังคิดว่าจะเมตตา นับว่าดีและมีความอดทนมากค่ะ อย่างไรก็ตาม ขอให้พึงพิจารณาอย่างรอบคอบในทุกๆ ทาง ก่อนการตัดสินใจใดๆ ค่ะ เพราะทุกคนมีกรรมเป็นของๆ ตนย่อมมีสภาพธรรมที่เกิดขึ้นแตกต่างกันไปค่ะ

 
  ความคิดเห็น 7  
 
jurairat
วันที่ 24 ธ.ค. 2550

 ขออนุโมทนากับกุศลจิตทุกท่านที่เอื้อเฟื้อแบ่งปันธรรมะ  ดิฉันเป็นผู้หนึ่งที่มีทุกข์มีโศกผู้หนึ่ง ถ้าศึกษาธรรมะต่อไปเรื่อยๆ จะเข้าใจด้วยปัญญาของตนเองว่า " เพราะกรรมและผลของกรรมจริงๆ  " เมื่อเราได้ทำอกุศลกรรมมาแล้วจะให้เอาผลคืออกุศลวิบากไปไว้ที่ไหน  ไปยกให้ใครถ้าไม่ใช่เราเอง ถ้าเป็นผู้เจริญสติเป็นปรกติก็เป็นปัญญาไม่เดือดร้อนใจ  ไม่หวั่นไหวว่าจะมีสิ่งใดเกิดขึ้นกับตน ทางกายหรือทางใจเกือบ 100 % เป็นทุกข์ทางใจ ซึ่งมักจะเป็นเพราะคิดนึกไปเองเป็นส่วนมาก สติปัฏฐานทำหน้าที่ระลึกศึกษาสภาพธรรมที่กำลังปรากฎขณะนั้นแม้เล็กน้อยเกิดแล้วก็ดับ อกุศลก็เข้ามาเกิดแทรกสลับไปมาเช่นนี้ ทุกข์ที่เกิดก็เป็นธรรมะไม่ใช่เรา เขาเกิดมาทำหน้าที่ของเขาแล้วก็ดับไปเช่นเดียวกับสุข  อาศัยการฟังการอ่านการระลึกศึกษาธรรมะบ่อยๆ บางคนพูดว่า " เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส  "  สำหรับดิฉันมักฉวยโอกาสที่ทุกขเวทนาปรากฎก็ระลึกศึกษาสภาพธรรมขณะนั้นทันที เหมือนทำได้บังคับบัญชาได้ แต่ความจริงคือการสั่งสม ขันติ คือ ความอดทนทุกสถานการณ์ และยอมรับในเรื่องกรรมและผลของกรรม  จากการได้ยินได้ฟังมานาน ทุกวันนี้ก็ยังเคยคิดจะกลั่นแกล้งคนที่ทำในสิ่งที่เราไม่พอใจ แต่ไม่อาจกระทำอกุศลให้บุคคลที่เราไม่ชอบใจได้ เพราะเกิด หิริ โอตตัปปะ กรรมเก่ายังใช้หนี้กันไม่หมดยังจะเพิ่มหนี้ให้หนักหนาสาหัสอีก เพียงการเห็นในสิ่งที่ไม่ชอบใจ  ได้ยินเสียงที่ไม่ไพเราะ ได้รู้กลิ่นที่น่ารังเกียจ ได้รับรสที่เลวไม่ประณีตตามใจปรารถนา ถูกกระทบสัมผัสที่กระด้างรุนแรง  เพราะบุญเก่าที่สะสมไว้แต่อดีตชาติ จึงเกิดสติให้ระลึกศึกษาได้บ้างแล้วเกือบทุกสถานการณ์ ผู้ที่เจริญสติเป็นปรกติจะเป็นผู้สำรวมกาย วาจาและใจได้เป็นอย่างดี ขอให้มีพระธรรมเป็นสรณะ เป็นที่พึ่ง ฟังธรรมทุกครั้งพิจารณาให้เข้าใจและน้อมมาสู่ตนทุกคนมีทุกข์ทั้งนั้น ทุกข์ที่แท้จริงคือทุกข์ของการเกิดดับ คือทุกข์ที่พระอริยเจ้าทั้งหลายรู้และสามารถดับเหตุแห่งทุกข์นั้นได้เป็นสมุจเฉทไม่ต้องกลับมาเป็นทุกข์อีก ขอให้กำลังใจกับผู้ร่วมทุกข์ในสังสารวัฏนี้ 

 

 
  ความคิดเห็น 8  
 
yuphin
วันที่ 1 ม.ค. 2551

ขอขอบพระคุณทุกๆ ท่าน ที่ได้อนุเคราะห์ชี้แนะเตือนสติโดยมีข้อหลักธรรมให้พิจารณาทุกอย่างล้วนเกิดจากเหตุและปัจจัยไม่สามารถบังคับบัญชาได้

ขอขอบพระคุณและอนุโมทนาบุญทุกๆ ท่าน 

yuphin

 
  ความคิดเห็น 9  
 
jurairat
วันที่ 3 ม.ค. 2551

ความรู้สึกวันนี้ก็ไม่เหมือนเมื่อวันก่อนนี้  และจะให้ความรู้เช่นเดิมกลับมาเหมือนเดิมก็ไม่ได้ เพราะธรรมะทุกอย่างเกิดแล้วดับ ดับแล้วจะเอากลับคืนมาได้อย่างไร แก้กรรมเก่าไม่ได้แต่ทำกรรม(เหต)ุใหม่ได้ จะทำกุศลกรรมหรืออกุศลดีล่ะคะ ดูเหมือนเลือกได้แต่นั่นคือธรรมะ  เกิดขึ้นตามกำลังของการสะสม เพราะทำบุญด้วยกันมาแต่ปางก่อน  จึงได้มาพบมาสนทนาธรรมกัน  เท่านี้ก็ดีใจแล้วละ ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็น 10  
 
medulla
วันที่ 4 ม.ค. 2551

ขออนุโมทนาทุกท่านค่ะ

เข้าใจเลยว่า เรื่องครอบครัวนี้เป็นเรื่องที่ไม่อยากให้มาวิพากษ์วิจารณ์จริงๆ เพราะว่าเหมือนหอกทิ่มแทงใจตลอดเวลา บางทีอยากไปให้ห่างๆ เพื่อลดการได้ยินได้เห็นอะไรที่กระทบใจ  ไม่อยากจะทุ่มเถียงกับคนใกล้ชิด แต่เพราะการสะสมเป็นเหตุปัจจัยให้ต้องเถียง ทำให้หลายๆ คนที่ทนสภาพนั้นไม่ได้ ต้องก้าวเดินออกมา แม้ว่าใครจะตำหนิอย่างไรก็ตาม ก็เพื่อไม่ให้อกุศลกำเริบ ทั้งกายและวาจา แต่ก็อย่างที่คุณแล้วเจอกันแนะนำให้ฟัง เป็นเรื่องชีวิตประจำวัน ที่ได้มีโอกาสเจริญบารมีทั้ง 10 ประการ ต้องฟังธรรมต่อไป เพื่อสะสมความเข้าใจให้มากขึ้นไปอีกเพราะว่า ไม่มีเราที่ต้องอดทน ไม่มีเขาที่เราต้องโกรธ เป็นเพียงสภาพธรรม ซึ่งยากที่จะเข้าใจจริงๆ ขอบพระคุณมากค่ะ ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็น 11  
 
yuphin
วันที่ 5 ม.ค. 2551

ยังขอยืนยัน กับคำขอบคุณทุกๆ ท่านหากมีหนทางที่สามารถแสดงความทราบซึ้ง ที่บ่งบอกความรู้สึกที่อัดเต็มได้ก็ดี ทุกข์มิใช่ ตัวอักษร เป็นความรู้สึกสำหรับผู้ขาดปัญญารู้เท่าทันการเกิดดับ ทุกอย่างล้วนเป็นอนิจจัง

 
  ความคิดเห็น 12  
 
jurairat
วันที่ 5 ม.ค. 2551

ขออนุโมทนาค่ะ ผู้มีพระธรรมเป็นสรณะจะเป็นผู้มีความแกล้วกล้าสามารถ  เผชิญกับความจริงที่ปรากฏเฉพาะหน้า ย่อมไม่หวั่นไหวเพราะเชื่อกรรมและผลของกรรม รู้เหตุรู้ผลว่าทุกอย่างเกิดขึ้นได้ตามเหตุปัจจัยและเป็นธรรมะบังคับบัญชาไม่ได้ เพราะได้สั่งสมบุญมาแล้วแต่ปางก่อนจึงได้มีโอกาสฟังพระธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้และทรงแสดง ผู้ที่เข้าใจในคำสอนและปฏิบัติตามย่อมถึงซึ่งความพ้นทุกข์ได้ คือการไม่ต้องกลับมาเกิดอีก แต่ไม่ใช่จะสำเร็จได้ในเร็ววันและไม่สำเร็จได้ตามความต้องการสำเร็จได้ด้วยกำลังของปัญญาคือความเข้าใจจากการฟังพระธรรมทุกวัน ทีละเล็กทีละน้อย จนเป็นความรู้ความเข้าใจเป็นปัญญาของตนเอง  ซึ่งสามารถหาคำตอบให้ตนเองได้ถูกต้อง ตรงตามความเป็นจริงได้ทุกเรื่องทุกสถานการณ์ ขออนุโมทนากับผู้เปิดกระทู้นี้ เหมือนเปิดใจให้กับทุกคนที่มีทุกข์ในสังสารวัฏนี้ เปิดโอกาสให้อีกหลายคนได้เข้าใจพระธรรมเพิ่มขึ้นในชีวิตประจำวัน รวมทั้งดิฉันด้วยอีกคนหนึ่ง คือ เพื่อนร่วมทุกข์ค่ะ

 
  ความคิดเห็น 13  
 
คุณ
วันที่ 26 ก.ย. 2551
ขออนุโมทนาค่ะ
 
  ความคิดเห็น 14  
 
คุณ
วันที่ 26 ก.ย. 2551
ขออนุโมทนาค่ะ
 
  ความคิดเห็น 15  
 
Kalaya
Kalaya
วันที่ 14 มิ.ย. 2563

กราบอนุโมทนาค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ