แผ่ส่วนกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวรได้ไหม
 
บ้านธัมมะ
วันที่  22 ธ.ค. 2550
หมายเลข  6633
อ่าน  4,614

หลังจากทำสมาธิ แล้วแผ่ส่วนกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวร เขาจะแสดงให้เรารับรู้ได้บ้าง ใช่ไหมค่ะ

     ใครมองเห็นเจ้ากรรมนายเวรบ้าง ฟังดูเสมือนว่าทุกคนมีเจ้ากรรมนายเวร แต่ตามความเป็นจริงนั้น ทุกคนเป็นทายาทของกรรมของตนเอง กรรมที่กระทำแล้วในอดีต ย่อมเป็นเหตุ เป็นปัจจัยให้ผลเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผลดีที่กำลังได้รับความสุข  ทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย ก็ไม่ใช่บุคคลอื่นบันดาลให้  แต่กุศลที่ผู้นั้นได้กระทำแล้วในอดีต เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้เห็น ได้ยิน ได้กลิ่น  ลิ้มรส  สัมผัสสิ่งที่ดี    ฉะนั้นเมื่อกุศลให้ผล ก็ทำให้ได้รับความสุขทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย ก็ฉันนั้น ถ้าถูกคนอื่นทำร้าย ก็อาจจะคิดว่าเพราะคนนั้นทำ แต่ถ้าไม่ได้ถูกใครทำร้ายเลย เวลาตกบันได หรือเจ็บป่วยต่าง ๆ นั้น ใครทำให้
     ฉะนั้น แต่ละคนจึงมีกรรมของตนเอง เป็นเหตุเป็นปัจจัย ที่จะทำให้ผลของกรรม เกิดขึ้นรับรู้อารมณ์ต่าง ๆ สิ่งต่าง ๆ ที่ปรากฏทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย  ฉะนั้นเรื่องเจ้ากรรมนายเวร จึงเป็นเรื่องรับฟังต่อ ๆ กันมา โดยไม่รู้ว่าใครเคยเห็นเจ้ากรรมนายเวร ที่ไหน เมื่อไหร เพียงแต่นึกว่า มีบุคคลที่เป็นเจ้ากรรมนายเวร ที่ทำให้เป็นทุกข์เดือดร้อนต่าง ๆ แต่ความจริงนั้น ทุกคนมีกรรมเป็นของของตนเอง ฉะนั้นท่านเป็นเจ้ากรรมนายเวรของท่านเอง หรือเปล่า ในเมื่อคนอื่นไม่สามารถจะทำกรรมให้ท่านได้ ไม่ว่าจะเป็นกุศลกรรม หรืออกุศลกรรมก็ตาม

     เมื่อทำกุศลใด ๆ แล้ว ควรอุทิศส่วนกุศลที่ได้กระทำแล้วนั้น ให้บุคคลอื่นพอนุโมทนา การอุทิศส่วนกุศล ก็เป็นกุศลอีกประเภทหนึ่ง การอุทิศส่วนกุศลนั้นอุทิศให้กับมนุษย์ทั้งหลาย ที่สามารถรับรู้ในส่วนกุศลนั้นได้ โดยไม่จำเป็นต้องเจาะจงเจ้ากรรมนายเวร เพราะในสังสารวัฎฎ์ที่ยาวนานนับไม่ได้เลยนี้ ไม่มีใครจำได้ว่า ใครเป็นเจ้ากรรมนายเวร หรือตัวท่านเองเป็นเจ้ากรรมนายเวรของใคร ต่างคนก็ต่างเป็นเจ้ากรรมนายเวรกัน โดยไม่รู้จักหน้าค่าตาว่า  เคยเป็นเจ้ากรรมนายเวรกัน ตั้งแต่ในครั้งไหนในสังสารวัฎฎ์  
     ฉะนั้นทุกท่านที่กำลังนั่งอยู่ในที่นี้ ต่างเป็นเจ้ากรรมนายเวรที่มองไม่เห็น ใครก็ตามที่ทำให้ท่านไม่พอใจในชาตินี้ คนนั้นแหละคือผู้ที่ท่านเคยทำกรรมไม่ดีกะเขาครั้งหนึ่งในสังสารวัฎฎ์ได้ไหม  ถ้าคิดอย่างนี้แล้ว ไม่โกรธ ไม่เกลียด ให้อภัยผู้นั้นทันที ไม่ต้องรอจนกระทั่งไปทำสมาธิ แล้วแผ่ส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรที่มองไม่เห็น แต่ที่ควรจะแผ่จริง ๆ คือ ใครก็ตามที่ทำให้ท่านโกรธ ไม่สบายใจ ขุ่นเคืองใจ คนนั้นแหละกำลังมีเวรต่อกัน ที่ท่านควรจะอภัยให้ เมื่อไม่โกรธเคืองผู้ใด ก็หมดเวรกรรมกับผู้นั้น


  ความคิดเห็นที่ 2  
 
เจริญในธรรม
วันที่ 12 มี.ค. 2551
ขออนุโมทนา
 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
พยายาม
วันที่ 12 ก.ค. 2551

ขอบคุณที่ชี้แนะค่ะขอให้บุณรัษานะค่ะ

 

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
คุณ
วันที่ 22 ส.ค. 2551
ขออนุโมทนาค่ะ
 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
bauloy
bauloy
วันที่ 27 ต.ค. 2551

เข้าใจเลย....คนส่วนใหญ่ยังเข้าใจผิดๆอยู่มาก    ขออนุโมทนาครับ....

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
เมตตา
เมตตา
วันที่ 13 มี.ค. 2553 10:58 น.

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
one_someone
one_someone
วันที่ 3 ส.ค. 2554 06:05 น.
ขออนุโมทนา
การศึกษาพระธรรมต้องเป็นผู้ละเอียด
 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
bauloy
bauloy
วันที่ 9 ส.ค. 2554 15:28 น.

ขอนอบน้อมพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

     ขออนุโมทนาท่านผู้ให้ความกระจ่างทั้งท่านผู้ตั้งคำถามและทุกท่านที่แสดงความคิดเห็น เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับ ในเรื่องดังกล่าว เพราะไม่รู้  จึงเข้าใจว่าต้องอุทิศให้เจ้ากรรมนายเวร ทั้งๆที่ไม่มีใครเป็นเจ้ากรรมนายเวรใคร โดยความเป็นจริงแล้วเราทั้งหลายมีกรรมเป็นของตนเองทั้งสิ้น โดยส่วนใหญ่การศึกษาในปัจจุบันควรที่จะอ้างอิงจากในพระไตรปิฏก รวมทั้งสนใจในเรื่องรายละเอียดเช่นนี้ให้มากๆครับ  เนื่องจากจะทำให้เข้าใจผิดๆกันไปเรื่อยๆ จนเป็นเรื่องที่ถูกด้วยความไม่รู้
     ขอขอบพระคุณครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
khunpit
วันที่ 17 ก.พ. 2556 14:24 น.

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
ใหญ่ราชบุรี
ใหญ่ราชบุรี
วันที่ 23 พ.ค. 2559 22:47 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ