ที่พึ่งสูงสุด
ผู้ฟัง ในชีวิตทุกวันนี้มีที่พึ่งหลายอย่าง สำหรับที่พึ่งในชาตินี้ควรเป็นอย่างไร มีอะไรเป็นที่พึ่งบ้าง
ท่านอาจารย์ ที่พึ่งสูงสุดคือ ความเข้าใจถูก ความเห็นถูก ซึ่งคือปัญญานั่นเอง ในภาษาบาลีไม่มีคำว่าเข้าใจถูก เพราะคำว่าเข้าใจถูกเป็นภาษาไทย แต่ภาษาบาลีใช้คำว่า ปัญญา หรือคำว่า สัมมาทิฏฐิ หรือ ญาณ ความหมายก็เหมือนกันคือ สามารถที่จะเห็นถูกในลักษณะของสภาพธรรมที่มีจริงๆ ที่กำลังปรากฏ เพราะว่าเราเกิดมาด้วยความไม่รู้ ถ้าเป็นพระอรหันต์รู้แล้ว ดับกิเลสหมดแล้ว ไม่ต้องเกิดอีกเลย
ก่อนที่พระผู้มีพระภาคจะทรงตรัสรู้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อทรงประสูติเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ ขณะนั้นก็ไม่รู้ความจริงของสภาพธรรม เพราะเหตุว่ายังไม่ได้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่เมื่อได้ตรัสรู้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ได้ทรงแสดงพระธรรมด้วยความอนุเคราะห์สัตว์โลก ให้มีความเข้าใจถูกและมีความเห็นถูกซึ่งเป็นที่พึ่งอันแท้จริง
ถ้าเรามีทุกสิ่งทุกอย่างแต่ไม่รู้ความจริงว่า แท้ที่จริงเกิดมา อะไรเกิดขึ้น ถ้าไม่มีสภาพธรรมที่เป็นปรมัตถธรรม ขณะนี้ก็จะไม่มีอะไรเลย แต่เมื่อมีจิตเป็นสภาพรู้หรือธาตุรู้ และเจตสิกซึ่งเกิดร่วมกันเป็นสภาพรู้ที่เกิดพร้อมกัน และมีรูปธรรมซึ่งเกิดดับอย่างรวดเร็ว ทั้งหมดนี้จะทำให้ผู้ที่ไม่ได้สะสมปัญญามารู้ได้อย่างไรว่า แท้ที่จริงแล้วเป็นสภาพธรรมชั่วขณะจริงๆ
ชีวิตที่เกิดมาต้องมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยที่เราคาดไม่ถึงเลย เราคิดว่าเราเกิดมาวันนี้ยังไม่เห็นมีอะไรที่จะเปลี่ยนแปลง แต่ความจริงเปลี่ยนทุกขณะ จากเห็นเป็นได้ยิน จากได้ยินเป็นคิดนึก จากสบายดีอาจจะเจ็บ หรือคัน หรือเมื่อย ตรงนั้นตรงนี้ก็ได้ แสดงให้เห็นว่ากว่าความจริงจะปรากฏถึงการเปลี่ยนแปลงก็นาน
แต่ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วคือการเกิดดับทุกขณะ จะเป็นไปไม่ได้ที่ความเปลี่ยนแปลงจะปรากฏ ที่จะให้ปรากฏทันทีเดี๋ยวนี้ว่าเมื่อเกิดแล้วแก่เลย ก็เป็นไปไม่ได้ รูปที่เกิดพร้อมจิต ขณะที่เกิดก็เล็กมากนิดเดียว แล้วค่อยๆ เจริญเติบโตเป็นเวลานาน จนกระทั่งถึงวัยชรา นี่คือปรากฏการเกิดดับของรูป
ชีวิตทั้งหมดเปลี่ยนแปลงอยู่ทุกขณะ ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชา ไม่ได้สมความคิด ความปรารถนา หรือความต้องการทุกอย่าง เพราะเหตุว่าสิ่งที่ทุกคนรักที่สุดคือชีวิต ปรารถนาที่สุดคือความสุข แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นเช่นนั้น ถึงเป็นก็ชั่วคราว
มีใครบ้างที่จะมีความสุขอยู่ได้ตลอดไป (อย่างไรก็) ต้องจากโลกนี้ไป เพราะฉะนั้น ที่พึ่งที่แท้จริงไม่ควรจะเป็นความไม่รู้ และยึดถือสภาพธรรมที่ไม่เที่ยงแล้วยังคงมีความติดข้อง ไม่ว่าจะเกิดภพไหนชาติไหน ก็ติดข้องในสิ่งที่ปรากฏไปเรื่อยๆ ทำให้ออกจากสังสารวัฏฏ์ไม่ได้
ดังนั้น ที่พึ่งอันแท้จริงควรจะเป็นความเห็นถูก หรือความเข้าใจถูก ในธรรมที่พระผู้มีพระภาคทรงตรัสรู้และทรงแสดง ซึ่งเราสามารถที่จะเริ่มเข้าใจได้โดยการฟังและการไตร่ตรอง

