บริโภคธรรม
อ.กุลวิไล พูดถึงการบริโภค ท่านอาจารย์ก็เคยเตือนเรื่องการบริโภคพระธรรม ท่านอาจารย์เคยถามว่าเดี๋ยวนี้บริโภคอยู่ หรือไม่
ท่านอาจารย์ ต้องเข้าใจคำว่า “บริโภค” ด้วย ถ้าไม่มีสิ่งใดที่จะปรากฏให้เห็นจะบริโภคอะไร แต่ว่าไม่ว่าอะไรก็ตามที่ปรากฏก็ต้องรู้ด้วยว่าจิตอะไรบริโภคสิ่งที่มีในขณะนั้น
ศึกษาเรื่องของวิถีจิตแล้ว และก็รู้ได้ วิบากจิตเกิดขึ้นเห็นเพราะเป็นผลของกรรม แล้วจิตอะไรบริโภคอารมณ์ที่ปรากฏ ใช่ไหม มีแต่สิ่งที่ปรากฏให้บริโภคโดยอกุศลเกิดแล้ว เกิดอีก อิ่มแล้ว อิ่มอีก ไม่ว่าจะเห็น จะได้ยิน ก็บริโภคด้วยอกุศลอิ่มจริงๆ มากจริงๆ แล้วเวลาที่กุศลจิตเกิด กุศลจิตบริโภคสิ่งที่ปรากฏ หรือไม่
อ.กุลวิไล บริโภค
ท่านอาจารย์ ที่บริโภคคือกุศลจิต และอกุศลจิต แล้วแต่ว่าจะบริโภคด้วยโลภะ หรือโทสะ หรือโมหะ หรือกุศล หรือปัญญา ถ้าไม่มีสิ่งที่มีปรากฏ จะไปบริโภคอะไรได้ ในแต่ความหมายก็จะต้องเข้าถึงธรรม ไม่ใช่เป็นเรื่องราว แล้วก็นั่งคิดว่ากำลังนั่งบริโภค หรืออะไรอย่างนั้น
แต่สิ่งหนึ่งสิ่งใดที่ปรากฏแล้ว จิตที่รู้อารมณ์ขณะนั้นเป็นอะไร ถ้าเป็นอกุศลก็บริโภคไปด้วยอกุศล อย่างเวลาที่รับประทานอาหาร ทุกคนเห็นชัดใช่ไหม บริโภครส แต่จริงๆ จิตกำลังลิ้มรสอร่อยก็เป็นโลภะ ไม่อร่อย ถ้าไม่ชอบขณะนั้นก็เป็นโทสะ สิ่งที่จะบริโภคไม่ใช่แต่เฉพาะรส อย่างอื่นโลภะก็บริโภคด้วย โทสะก็บริโภคด้วย โมหะก็บริโภคด้วย กุศลก็บริโภคด้วย
การฟังธรรมก็เพื่อที่จะเข้าใจธรรม และไม่ว่าจะทรงใช้คำอะไร อุปมาอย่างไรก็เพื่อให้รู้สภาพธรรมตามความเป็นจริงในขณะนั้น ซึ่งคนอื่นจะบอก หรือเรารู้เอง เช่น ขณะนี้อะไรกำลังบริโภค ที่จะถามบ่อยๆ ก็คือว่ามีดอกไม้ให้เห็นเสมอๆ ขณะที่เห็นอะไร บริโภคสิ่งที่ปรากฏทางตา โลภะ ถ้าไม่ชอบก็คือโทสะ ก็เท่านั้นเอง
เพียงแต่แสดงให้เห็นว่าเรามีอกุศลมากแค่ไหน ไม่ว่าจะเห็น จะได้ยิน โดยที่ไม่รู้ความจริงของสภาพธรรมก็คืออกุศล นี้อิ่ม ไม่จบเลย เดี๋ยวก็บริโภคอีกๆ ๆ ๆ ยิ่งกว่ารสอาหารที่บริโภค
ให้เข้าใจความเป็นจริงว่าขณะใดก็ตามที่ปัญญาไม่เกิด กุศลไม่เกิดขณะนั้นจิตเป็นอกุศลทุกครั้งที่มีอารมณ์ปรากฏทางตา หรือทางหู หรือทางจมูก หรือทางลิ้น หรือทางกาย ไม่ใช่แต่เฉพาะรสที่รู้ได้ทางลิ้นเท่านั้น คือการแสดงประโยชน์ให้มีความเข้าใจจริงๆ ว่าอกุศลมากอย่างนี้
แล้วเมื่อไร สิ่งที่กำลังปรากฏทั้งหมดเป็นธรรม แสดงว่าจะต้องมีความเข้าใจจริงๆ ไม่ใช่พูดเล่นๆ ทุกอย่างเป็นธรรม แต่ปัญญาระดับไหนที่สามารถที่จะรู้ได้ว่า เดี๋ยวนี้สิ่งที่กำลังปรากฏเป็นธรรมมีจริงๆ อย่างหนึ่ง ทางหูก็มีธรรม เสียงมีจริงๆ อย่างหนึ่งกำลังปรากฏ บริโภคไปแล้วใช่ไหม ด้วยอะไร ถ้าไม่มีการเข้าใจธรรมก็เป็นอกุศล
สำหรับผู้ที่มีอกุศลมาก ทรงแสดงอกุศลให้ไม่ประมาท ให้รู้ความจริงว่ามากอย่างนี้ แล้วจะหวังอะไรที่จะให้กิเลสหมด เพียงแต่เห็นความเป็นจริงถูกต้อง จากขั้นการฟัง
ต้องเป็นผู้ที่ไม่เบื่อ เพราะถ้าเบื่อก็คือเบื่อปัญญาไม่ใช่เบื่ออย่างอื่น บอกว่าเบื่อที่จะฟังเรื่องเห็น ก็คือเบื่อที่จะมีปัญญาที่เข้าใจเห็นที่กำลังเห็นตามความเป็นจริง ถ้าเป็นโดยนัยนี้ไม่มีวันที่จะมีปัญญาเพราะเบื่อ เพราะไม่เห็นประโยชน์ แต่เมื่อสิ่งนี้กำลังมีจริงๆ กำลังปรากฏให้ไตร่ตรองให้เข้าใจทุกคำที่ทรงแสดงโดยโวหารที่จะทำให้มีความเข้าใจยิ่งขึ้น
ผู้ที่มีอกุศลมากทรงแสดงอกุศลให้รู้ตัว ผู้ที่มีอกุศลน้อยก็ทรงแสดงเรื่องของกุศล เพื่อความเบิกบานใจ เพราะว่าขณะนั้นบุคคลนั้นก็สะสมกุศลมามาก พระธรรมทั้งหมดเพื่อเกื้อกูลตามอัธยาศัย

