สติเป็นกุศลธรรมเท่านั้น

  
ธรรมทัศนะ
วันที่  8 ส.ค. 2569
หมายเลข  52891
อ่าน  91

ผู้ฟัง ที่พูดว่า สติเป็นกุศลธรรมเท่านั้น เกิดความสงสัยว่าในขณะที่เรามีความระลึกได้ เช่น เย็นนี้จะไปปล้นธนาคาร แล้วดูเวลาอยู่ตลอดเวลา เป็นการระลึกว่าตอนนี้กี่โมงแล้ว นัดเพื่อนไว้อย่างนี้ เป็นความระลึกอย่างหนึ่ง หรือว่าเป็นความเข้าใจผิด อย่างนี้เป็นกุศลธรรมหรือไม่

ท่านอาจารย์ นี่คือการที่เราใช้คำภาษาบาลีแล้วคิดว่าเราใช้ถูก แต่ตลอดทั้งพระไตรปิฎก ถ้าเป็นสภาพธรรมที่เป็นเจตสิกชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นสภาพที่ระลึกเป็นไปในกุศล ได้แก่ ระลึกเป็นไปในทาน ในศีล หรือในการอบรมเจริญภาวนา

ระลึกเป็นไปในทานคือ โดยมากทุกคนเข้าใจว่าธรรมเป็นเรา ซึ่งมีความเห็นแก่ตัว เพราะฉะนั้น วันหนึ่งๆ ที่จะระลึกเป็นไปในการให้ประโยชน์สุขแก่คนอื่นนั้น มีมากหรือมีน้อย หรือว่าบางวันไม่มีเลย ขึ้นอยู่กับว่าสภาพธรรมที่เป็นสติเจตสิกเกิดเมื่อไรก็ระลึกเป็นไปในกุศล

สภาพธรรมมีจริงโดยที่เราไม่ต้องเรียกชื่อ แต่เข้าใจความจริงของสภาพธรรมว่าการคิดนึกมีต่างๆ กัน และภาษาก็เป็นเครื่องกั้น ถ้าเราแปลคำว่า สติ หมายความว่าระลึกได้ เท่านี้ไม่พอ ระลึกคือคิดถึง ส่วนใหญ่เมื่อระลึกถึงอะไรๆ ได้ ก็เข้าใจว่าขณะนั้นคือการระลึก แต่สำหรับสภาพธรรมต้องตรง คือขณะใดก็ตามที่คิดถึงเรื่องอื่นนั้นไม่ใช่สติ แต่เป็นสภาพธรรมอื่น

เมื่อระลึกเป็นไปในทาน ในศีล ในการอบรมเจริญปัญญา เมื่อนั้นจึงจะเป็นสติ ซึ่งสติก็มีหลายขั้น สติในขั้นทาน คือ สามารถเพียงให้วัตถุเพื่อประโยชน์สุขแก่คนอื่น แต่กายวาจาไม่ดีเลย เมื่อเวลาที่กายวาจาวิรัติทุจริต แม้แต่เพียงคำพูดที่ไม่น่าฟัง ที่จะทำให้คนอื่นเดือดร้อนใจ ก็งดเว้น เพราะสติเกิดจึงเห็นว่าคำพูดนั้นไม่เหมาะสม แต่ถ้าสติไม่เกิดก็เป็นไปในทางฝ่ายอกุศล

สำหรับเรื่องของความสงบของจิตใจจะเเยกยาก ถ้าไม่ได้ฟังธรรม ไม่รู้ว่าขณะใดเป็นกุศล ขณะใดเป็นอกุศล แต่จากการฟัง ก็พอจะเห็นความละเอียดได้ว่าที่เราเข้าใจว่าเป็นกุศล แท้ที่จริงแล้วบางกาล บางขณะก็เป็นอกุศล

เพราะฉะนั้น เราจะไม่คิดเอง แต่จะต้องศึกษาโดยละเอียดให้มีความเข้าใจตรงว่า ขณะใดที่กุศลประเภทใดเกิดก็ตาม หรือว่าจิตชนิดที่ดีงามเกิดเมื่อไร ก็เพราะมีสภาพธรรมที่ดีงามเกิดในขณะนั้น เช่น สติ เป็นต้น

ธรรมหลากหลายมาก แล้วก็ไม่ได้มีแต่เฉพาะจิต ยังมีสภาพธรรมที่เกิดกับจิตที่ใช้คำว่า เจตสิก เช่น ความโกรธ ความพอใจ ความเมตตา เหล่านี้เป็นต้น เจตสิกไม่ใช่จิต แต่เป็นสภาพธรรมที่เกิดกับจิต ดังนั้น จิตจะดีจะเลวอย่างไร จะเป็นประเภทไหนก็ตาม ต้องเป็นไปตามเจตสิกที่เกิดร่วมด้วยซึ่งเป็นเรื่องที่ละเอียด

ขณะนี้พอที่จะทราบได้ว่า ที่เราใช้คำว่า สติ ในเรื่องของอกุศลนั้นไม่ถูกต้อง เพราะเป็นแต่เพียงคิดนึก ถ้าภาษาบาลีที่ตรงกับสภาพธรรมที่คิดอย่างนั้นคือ วิตกเจตสิก ภาษาไทยใช้คำว่า วิตก ซึ่งก็คลาดเคลื่อนอีก เมื่อใช้คำว่า วิตก ก็คิดว่ากังวล ไม่สบายใจ เป็นห่วงเรื่องนั้นเรื่องนี้ แต่หารู้ไม่ว่า แท้ที่จริงแล้วสภาพธรรมที่ตรึกหรือจรดในอารมณ์ หลังจากที่จิตเห็นดับไปแล้ว เป็นต้น ซึ่งเป็นสภาพธรรมที่เกิดกับจิตส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้น จึงเกิดกับกุศลหรืออกุศลก็ได้ แต่สำหรับสติแล้วไม่ใช่วิตกเจตสิก สติต้องเกิดกับโสภณจิต จิตที่ดีงามเท่านั้น

ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1678


เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ