ต้องเริ่มจากการเป็นผู้ตรง
การสนทนาธรรม ทำให้เข้าใจชีวิตตามความเป็นจริง และก็จะรู้ได้ว่า เมื่อมีความเข้าใจ ชีวิตเราจะเปลี่ยนไป ในทางที่ไม่ติดข้อง ในทางที่ไม่เป็นทุกข์ ไม่เดือดร้อน เพราะรู้ว่า เพราะเหตุใดสิ่งนี้จึงเกิดขึ้น แทนที่จะถามว่า ทำไมต้องเป็นเรา ก็ต้องเป็นเรา เพราะได้กระทำกรรม คือเหตุที่ได้กระทำแล้ว จะไปเกิดกับคนอื่นได้อย่างไร
ด้วยเหตุนี้ถ้ามีความสนใจ และฟังธรรม ซึ่งประโยชน์มาก ไม่ใช่เสียเวลาเลย เพราะว่าเวลาที่มีอยู่ในโลกนี้ไปฟังเพลง ดูหนัง ดูละคร แล้วได้อะไรที่เป็นความจริงของชีวิต ที่จะรู้จักตัวเองตามความเป็นจริงบ้าง แต่ถ้าฟังพระธรรมตามปกติ ตามศรัทธา ตามกำลัง ค่อยๆ เข้าใจขึ้น ดีกว่าไม่ได้ฟัง แล้วก็ไม่เข้าใจเลย
ทุกคนชอบความตรงไหม ตรงไปตรงมา ตามเหตุตามผล ตามความเป็นจริง ชอบไหม ถ้าชอบ แม้แต่การที่จะกล่าวคำว่า พุทธัง สรณัง คัจฉามิ มีพระอรหันตสัมพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง จริงหรือยัง ตรงหรือยัง
เริ่มจากการที่ว่า เมื่อมีความพอใจที่จะรู้ความจริง และเป็นผู้ตรง ก็ต้องเป็นผู้ตรงว่า กล่าวคำนอบน้อมสักการะผู้ใด ต้องมีความเคารพจริงๆ ในบุคคลนั้น และจะเคารพจริงๆ ได้ ก็ต่อเมื่อได้ฟังพระธรรม และก็เป็นผู้ที่เข้าใจจริงๆ ในพระคุณ จึงสามารถที่จะเคารพนอบน้อมสักการะอย่างยิ่งด้วย ในพระรัตนตรัย พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์สาวก ซึ่งเป็นผู้ที่ได้ฟังธรรมมาแล้ว และก็ได้เข้าใจจริงๆ ในพระธรรมที่ได้ฟัง
การที่จะเป็นผู้ที่ตรง ก็ต่อเมื่อฟังธรรม และก็พิจารณา แล้วก็จะได้ตรงขึ้นว่า เมื่อนับถือพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า เคารพ ต้องด้วยการฟังพระธรรมให้เเข้าใจ มิฉะนั้นไม่มีทางเลย กราบไหว้บูชา แล้วบูชาด้วยจิตอะไร ด้วยความนอบน้อมสักการะ ในอะไร
ถ้ายังไม่ได้ศึกษา ก็ไม่รู้เลยว่าน้อมสักการะ ในอะไร เพียงแต่ได้ยินได้ฟังตั้งแต่เด็ก ว่าเป็นผู้ที่ควรแก่การนอบน้อมสักการะสูงสุด เป็นผู้ที่หมดจดจากกิเลส ไม่มีใครเสมอเหมือนพระองค์ แต่เป็นอย่างไร จะรู้ได้เพียงด้วยการศึกษา เริ่มต้นจนกระทั่งสามารถที่จะเข้าถึงพระคุณได้ แต่ถ้าไม่มีการฟัง ไม่มีการศึกษา เราก็ไม่ใช่ผู้ตรงๆ ตั้งแต่ต้น
การที่จะเข้าใจสิ่งหนึ่งสิ่งใดได้ ต้องเริ่มจากการเป็นผู้ตรง สัจจะคือความจริง ซึ่งต้องเป็นผู้ที่มีความมั่นคงด้วย เพราะเหตุว่าเราอาจจะคิดว่า ฟังอย่างอื่นดูจะได้ประโยชน์ เรื่องสุขภาพ เรื่องอะไรก็ตามแต่ คนนั้นก็พูดเรื่องที่เราจะไปใช้ได้ ไปทำมาหากินได้ ได้ทรัพย์สิน ได้เงินทอง แต่ทุกข์ใจหรือเปล่า
สิ่งต่างๆ เหล่านั้น สามารถที่จะนำความสุข ความสบายจริงๆ มาให้หรือเปล่า หรือว่ายังคงเดือดร้อนไม่รู้จบ เพราะว่าไม่ได้เข้าใจความจริงว่า แท้ที่จริงแล้ว ความจริงที่เป็นความจริงที่สุด วาจาสัจจะ จากการตรัสรู้ก็คือว่า สิ่งหนึ่งสิ่งใดก็ตามที่กำลังปรากฏในขณะนี้ เป็นธรรม ซึ่งเกิดขึ้นจึงปรากฏ มีได้ตามเหตุตามปัจจัยเพียงชั่วคราว แล้วก็หมดไป แล้วก็ไม่กลับมาอีกเลย
ถ้าฟังแล้วต้องไตร่ตรอง ถ้าเห็นว่าเป็นความจริง ก็ฟังต่อไปอีก จนกระทั่งมีความมั่นคงว่า นี่ก็คือชีวิตตั้งแต่เกิดจนตาย จะไม่เป็นอย่างอื่น นอกจากการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
