มั่นคงในเหตุปัจจัย

 
เมตตา
วันที่  30 เม.ย. 2569
หมายเลข  52298
อ่าน  34

[เล่มที่ 47] พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เล่มที่ ๒๕ - หน้า 115

อรรถกถาอายาจนสูตร

บทว่า อตกฺกาวจโร ความว่า จะพึงค้นพึงหยั่งลงโดยการตรึกไม่ได้ พึงค้นได้ด้วยญาณเท่านั้น.


อ.ณภัทร: ความมั่นคงในความเป็นธรรมที่ไม่ใช่เรานี่ครับ ตั้งแต่ขั้นการฟัง เพราะว่าท่านอาจารย์ก็ถามเสมอๆ ว่า มั่นคงหรือยังใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้น ความที่จะเป็นผู้ที่ค่อยๆ เริ่มมั่นคงในความเป็นธรรมนี่ครับ เพราะว่าพอหมดจากการสนทนานี้แล้วก็ลืมในความเป็นธรรม

เพราะฉะนั้น ความที่จะเป็นผู้ที่เริ่มที่จะมั่นคงในความเป็นธรรมนี่ครับ คืออย่างไรครับ

ท่านอาจารย์: ก็ต้อง ไม่ลืม ถึงจะมั่นคงว่าธรรมลึกซึ้ง

อ.ณภัทร: อันนี้ถูกต้องครับ แต่ว่ามักจะหลงลืมในความเป็นธรรมประจำครับ

ท่านอาจารย์: เป็นธรรมดาไหม?

อ.ณภัทร: เป็นธรรมดาครับ

ท่านอาจารย์: แล้วจะเปลี่ยนความเป็นธรรมดาให้เป็นไม่ธรรมดาเลยหรือ?

อ.ณภัทร: เปลี่ยนไม่ได้ครับ แต่จากการศึกษาก็รู้ว่า เหตุที่จะทำให้ไม่หลงลืมก็มีอยู่ครับ

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น เมื่อเข้าใจถึงเหตุแล้ว ความประพฤติเป็นไปตามเหตุแล้วหรือยัง?

อ.ณภัทร: ประพฤติเป็นไป แต่ยังไม่ถึงขั้นที่จะมีกำลังให้ระลึกได้บ่อยๆ ครับ

ท่านอาจารย์: อยากระลึกได้บ่อยๆ หรือละความยากที่ต้องการระลึกได้บ่อยๆ และมั่นคงในเหตุปัจจัย

อ.ณภัทร: ต้องละความอยากที่จะระลึกได้บ่อยๆ ครับ

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ถ้ายังไม่รู้ก็ยังอยากใช่ไหม?

อ.ณภัทร: ถ้าไม่รู้ก็ยังอยาก คือจะบอกว่าอยากก็คงไม่ได้อยาก แต่มันก็เหมือนกับจะอยาก

ท่านอาจารย์: ยังไงกันแน่

อ.ณภัทร: คือเป็นสภาพที่หลงลืมเป็นประจำครับ แต่ถ้าถามอยากระลึกไหม ก็ไม่ได้อยากที่จะระลึก เพียงแต่ว่าเป็นสภาพที่มันหลงลืมเป็นปกติครับ

ท่านอาจารย์: แล้วอย่างไรจะไม่เป็นอย่างนั้นตามปกติได้?

อ.ณภัทร: ก็ต้องฟังให้ เข้าใจขึ้นๆ

ท่านอาจารย์: อดทนไหม?

อ.ณภัทร: ก็ต้องอาศัยความอดทนครับ

ท่านอาจารย์: มั่นคงไหมคะ?

อ.ณภัทร: นี่แหละครับ ก็ต้องเป็นความ มั่นคงขึ้นๆ ครับ

ท่านอาจารย์: จึงเข้าใจความหมายของบารมีลึกซึ้งขึ้น

อ.ณภัทร: ครับ เพราะว่าธรรมมีอยู่ แต่การที่ได้ฟังที่ท่านอาจารย์ถามอยู่บ่อยๆ ว่า เดี๋ยวนี้มีอะไร ก็เป็นประโยคที่ทำให้คิดขึ้นมาได้ครับ คิดถึงว่าขณะนี้มีอะไรครับ

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ไม่ลืมใช่ไหม?

อ.ณภัทร: ครับ

ท่านอาจารย์: ไม่ลืมเป็นเราหรือเปล่า?

อ.ณภัทร: ไม่ลืมก็ไม่ใช่เราครับ

ท่านอาจารย์: แล้วเป็นอะไร?

อ.ณภัทร: ก็ต้องเป็นสภาพธรรมอย่างหนึ่งครับ

ท่านอาจารย์: อะไรล่ะ สภาพธรรมอย่างหนึ่ง?

อ.ณภัทร: ก็ต้องเป็นสติ

ท่านอาจารย์: เห็นไหม ในชีวิตประจำวันทั้งๆ ที่มีเกิดขึ้นเป็นไปก็ไม่รู้ จนกว่าจะรู้ ระดับความเข้าใจต้องเพิ่มขึ้น ไม่ใช่เบื้องต้นก็สามารถจะรู้ได้เลย

อ.ณภัทร: ครับ แม้มี แต่ก็ไม่รู้

ท่านอาจารย์: จนกว่าจะถึงอริยสัจจ์รอบที่ ๒

อ.ณภัทร: ครับ ก็เป็นสิ่งที่แม้มี อย่างที่ท่านอาจารย์กล่าวว่าทุกอย่างมีปรากฏให้รู้ แต่ไม่รู้ครับ

ท่านอาจารย์: อยากจะรู้ไหม?

อ.ณภัทร: ละความอยากไม่ได้ครับ

ท่านอาจารย์: ทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากรู้ความจริงว่า อยาก หรือยังอยากอยู่อย่างละเอียดขึ้นไม่ใช่อยากอย่างอื่น

อ.ณภัทร: ครับ ก็ต้องเป็นบุคคลนั้นที่สามารถจะรู้ได้ด้วยตัวเองว่า มีสภาพธรรมอะไรกำลังเกิดขึ้นอยู่ครับ

ท่านอาจารย์: ถึงรู้อย่างนั้นก็ยังเป็นเรา เห็นไหม กี่ขั้น?!

อ.ณภัทร: ละเอียด ตรงนี้ครับละเอียด เพราะว่าแม้อย่างนี้ก็ยังเป็นเราครับ

ท่านอาจารย์: ใช่ นี่แหละ เริ่มเห็นความลึกซึ้งจึงละ ไม่ใช่ขวนขวายที่จะให้หมดความเป็นเราด้วยความต้องการ

อ.ณภัทร: กราบเท้าขอบพระคุณท่านอาจารย์ครับ

อ.อรรณพ: กราบท่านอาจารย์ครับ อ.ณภัทร ก็บอกว่าเดี๋ยวนี้หลงลืม ท่านอาจารย์ก็บอกว่าเดี๋ยวนี้ก็มีหลงลืม หลงลืมก็เป็นเดี๋ยวนี้ เกื้อกูลมากเลยครับท่านอาจารย์ เดี๋ยวนี้มีหลงลืม เพราะฉะนั้น เมื่อมีความไม่รู้ความหลงลืม แต่การได้สะสมคุ้นเคยในความเป็นธรรมนี่ ก็สามารถที่จะเกิดปัญญาที่จะเห็นในความลึกซึ้งของความหลงลืม

ความหลงลืม ขณะที่ความหลงลืมเกิดขึ้นก็ไม่ได้ปรากฏดี กราบเท้าท่านอาจารย์ครับนิดหนึ่งครับ ความลึกซึ้งของหลงลืมอยู่ตรงไหนครับ

ท่านอาจารย์: ก็เป็นเรา ทั้งหมดยังเป็นเรา แม้แต่หลงลืมก็ไม่รู้ว่า ขณะนั้นเป็นธรรม

อ.อรรณพ: ครับ เพราะฉะนั้น หลงลืมก็เป็นธรรมที่ลึกซึ้ง

ท่านอาจารย์: และ ไม่รู้ด้วยว่าเป็นธรรม

อ.อรรณพ: แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าเป็นธรรม แต่ท่านอาจารย์บอก เดี๋ยวนี้มีหลงลืมไงค่ะ

ท่านอาจารย์: ใช่

อ.อรรณพ: เห็นคุณของปัญญาเลยว่า ปัญญาย่อมที่จะรู้สภาพธรรมที่กำลังมีกำลังปรากฏได้จริงๆ แม้ความหลงลืมที่กำลังมีกำลังปรากฏ

ท่านอาจารย์: ไม่ใช่เราที่หลงลืม คิดดู!! เป็นเรามาแสนโกฏกัปป์ แล้วก็ไม่ใช่เราที่หลงลืม

อ.อรรณพ: ไม่ใช่เราที่หลงลืม แต่เป็นสภาพหลงลืมที่กำลังปรากฏด้วยดีกับปัญญาครับ สมแล้วในข้อความที่อายาจนสูตรที่ อ.วิชัยได้กล่าว พึงค้นได้ด้วยญาณ เพราะฉะนั้น ความลึกซึ้งของสภาพธรรม เช่น หลงลืม ก็พึงรู้ได้ด้วยปัญญา กราบเท้าท่านอาจารย์จริงๆ ครับ

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพยิ่งค่ะ

และกราบยินดีในกุศลจิตของ อ.อรรณพ อ.ณภัทร ด้วยค่ะ


เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ